เอ ศุภชัย ปลอบใจ เป้ย น้ำตาตกหลังถูกเพิ่มบทเลิฟซีนโดยไม่บอก | รับเห็นข่าวระงับบัญชีม้า กลัวกระทบ วอนผู้ใหญ่ช่วยหาวิธีแก้ไข
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 10.40 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยออกปากว่าตกใจไม่น้อย สำหรับผู้จัดละครอย่าง เอ ศุภชัย ที่เมื่อวานนี้(15ก.ย.)ได้ทราบว่านักแสดงรุ่นน้อง เป้ย ปานวาด ถูกเพิ่มบทเลิฟซีนเข้ามาในซีรีส์เรื่องหนึ่งโดยที่ไม่ได้บอกก่อน รู้สึกเหมือนถูกด้อยค่า-ไม่ให้เกียรติ จนปล่อยโฮออกมาหลังจากให้สัมภาษณ์ โดย “เอ” ก็เป็นคนที่สวมกอด ซับน้ำตา และให้กำลังใจ
ล่าสุดวันนี้(16 ก.ย. 2568) เอ ศุภชัย เปิดใจถึงเหตุการณ์เมื่อวานว่า ตนไม่รู้อะไรเลย เห็นเป้ยน้ำตาไหลวิ่งออกมา ในฐานะผู้ใหญ่ในวงการก็วิ่งเข้าไปหา มารู้ทีหลังว่าเป้ยรู้สึกจี๊ดในใจหลังตอบคำถามสื่อ ตนจึงปลอบใจน้อง ออกตัวก่อนว่าไม่กล้าวิจารณ์ใครและไม่รู้เรื่องราวหลังบ้าน ไม่รู้ว่าเป้ยเจออะไรมาบ้าง ตนเป็นกำลังใจให้ เป้ย รู้สึกเอ็นดู แต่สำหรับมุมของผู้จัดละคร ตนจะคุยกับนักแสดง ให้ผู้กำกับคุยกับนักแสดงว่าสามารถเล่นได้หรือไม่ได้เพราะอะไร อธิบายเหตุผลทั้งสองฝั่ง แต่ถ้าเราประนีประนอมให้ลงตัวไม่ได้ ต้องมีวิธีให้แยกแยะในทางที่ดีขึ้นให้สบายให้ทั้งสองฝ่าย
บอกกับทางกองตลอดว่าให้ยึดความสบายใจของนักแสดงเป็นหลัก ให้มันไปกันได้ เพราะตนไม่ได้ทำละครแค่เรื่องเดียว ต้องทำอีกยาว มองว่ามันต้องตกลงกันทุกอาชีพ ต้องมีความชัดเจน การพูดคุยมันสำคัญ ยืนยัน ตนพูดในมุมของตัว 100% พอได้เห็นน้ำตาลูกผู้หญิงของเป้ย รู้สึกเอ็นดู แต่ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้อง เป้ยเป็นคนน่ารัก รู้จักในมุมของน้องที่ทำค้าขายด้วยกัน เป็นน้องที่น่ารัก ตรงไปตรงมา ชัดเจน แต่ยังไม่เคยร่วมงานละครกัน เชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ทุก ๆ ฝ่าย สุดท้ายตอนจบทุกคนต้องมานั่งคุยกัน ต้องประนีประนอม ทุกอย่างจะมีจุดที่เจอกันพอดี ย้ำ ไม่กล้าวิจารณ์คนอื่น
ส่วนเรื่องการระงับบัญชีม้าที่ทำเอาแม่ค้าแม่ขายต่างวิตกกังวลว่าบัญชีจะถูกระงับ ในฟากของเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร เอเผยว่า ตนอ่านข่าวเมื่อคืนยังกลัวเลย อยากให้ทุกคนหาข้อมูล และป้องกันตัวเองให้ดี ตอนนี้ตนกำลังหาวิธีอยู่เหมือนกัน การรับแค่เงินสดมันยาก เพราะเวลาโอนเงินซื้อของมันง่าย เวลาคนเยอะ ๆ ยืนยันยังรับเงินสดและเงินโอนแบบปกติ อยากฝากผู้ใหญ่ช่วยดูแลพวกเราที่หาเช้ากินค่ำด้วย มองให้ 360 องศาให้มันปลอดภัยที่สุด เห็นใจพ่อค้าแม่ขายที่ลงทุนซื้อของ ตนเองก็เข้าใจทุกอย่าง ที่ผ่านมาตนไม่เคยโดนสลิปปลอม โดนแค่เพจปลอมเท่านั้น เชื่อว่าผู้ใหญ่จะหาวิธีคลี่คลายปัญหาให้ดีที่สุดได้ เพราะทุกคนเดือดร้อนไปหมด ทั้งคนโดนบล็อก ธนาคาร ตำรวจก็โดนว่า เรื่องนี้ต้องล้อมวงคุยกัน แก้ไขให้มันไวที่สุด สถานการณ์จะได้ดีขึ้น เพราะอย่างนั้นคนขายของก็จะไม่ค่อยอยากขาย คนซื้อก็กลัว ตำรวจก็ทำงานยาก แบงก์ก็เหนื่อย หากหาทางตรงกลางได้ก็จบ หลังจากนี้ตนก็บอกทางทีมงานไปแล้ว ต้องดูดีการรับเงินดี ๆ เพื่อป้องกันปัญหา.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน