นักเศรษฐศาสตร์ชี้ BoE อาจยุติการลดดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้ออังกฤษยังสูงกว่าคาด
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4% ต่อเนื่อง หลังการลดดอกเบี้ยเดือนสิงหาคมนับเป็นการปิดฉากรอบผ่อนคลาย 1 ปีเต็ม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงกว่าสองเท่าของเป้าหมาย 2%
วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์จาก Banco Santander SA, Schroders Plc และ Pantheon Macroeconomics Ltd. คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4% ไปอีกระยะ โดยมองว่าการตัดสินใจลดดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคมเป็นการปิดฉากวงจรการผ่อนคลายทางการเงินที่ดำเนินมาตลอด 1 ปี ขณะที่ Nomura Holdings Inc. ระบุว่า การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน หากเงินเฟ้อไม่ปรับตัวลดลงตามที่คาดการณ์
อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์และผู้ค้าส่วนใหญ่ยังมองว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอีก 1–2 ครั้งในปีหน้า แต่การคาดการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ ความเชื่อมั่นก็เปลี่ยนไปมาก หลังเจ้าหน้าที่ BoE ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้นจากความกังวลว่าเงินเฟ้ออังกฤษกำลังดื้อด้านกว่าที่ประเมินไว้
การสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยบลูมเบิร์กชี้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) จะมีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ และอาจใช้โอกาสนี้เพื่อลดความคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอีกในเดือนพฤศจิกายนหรือหลังจากนั้น
ตลาดเงิน ซึ่งเคยคาดว่าดอกเบี้ยจะลดลงสู่ 3.75% ภายในเดือนธันวาคม ปัจจุบันมองว่าแทบไม่มีโอกาสจะลดเพิ่มอีกในปีนี้ โดยประเมินเพียงว่าอาจมีการปรับลดรวม 0.40% ภายในสิ้นปี 2569 ลดลงจากประมาณการเดิมเกือบ 0.60% ก่อนการประชุม 7 สิงหาคม
วิกตอเรีย คลาร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหราชอาณาจักรของ Santander CIB ระบุว่า BoEจำเป็นต้องคงความเข้มงวดไว้ เพื่อกดดันเงินเฟ้ออังกฤษที่ยังสูง และจัดการกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทำให้ธุรกิจอังกฤษประสบความยากลำบาก
ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศวันพุธนี้จะเน้นย้ำถึงโจทย์ใหญ่ของ BoE นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะยังอยู่ที่ 3.8% และอาจพุ่งแตะ 4% ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงกว่าสองเท่าของเป้าหมาย 2% และรายงานจะออกมาก่อนการประชุมเดือนพฤศจิกายน
อังกฤษถือเป็น outlier ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว เพราะในสหรัฐเงินเฟ้อต่ำกว่า 3% และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่เพียงเล็กน้อยเหนือเป้าหมาย 2.00% ของ ECB
แนวโน้มการที่ BoE จะไม่ลดดอกเบี้ยต่อไปย่อมสร้างความผิดหวังให้เจ้าของบ้านที่หวังพึ่งดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกลง และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐมนตรีการคลังราเชล รีฟส์ ซึ่งถูกธุรกิจวิจารณ์ว่าเป็นตัวการดันต้นทุนด้วยมาตรการขึ้นภาษีนายจ้างมูลค่า 26,000 ล้านปอนด์ หรือราว 35,000 ล้านดอลลาร์
จอร์จ บราวน์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Schroders ระบุว่า ตลาดยังประเมินต่ำเกินไปต่อความเสี่ยงที่BoE จะยุติการลดดอกเบี้ยในรอบนี้ โดยชี้ว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเกาะอยู่เหนือเป้าหมายทั้งปีนี้และปีหน้า ทำให้ยากที่จะปรับลดอีกโดยไม่กระทบความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง
ราคาสินค้าอาหารที่พุ่งสูงยิ่งสร้างความกังวล เพราะกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค และตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของครัวเรือนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ยิ่งสร้างความเสี่ยงให้แรงงานเรียกร้องขึ้นค่าแรงเพื่อรักษากำลังซื้อ ซึ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันด้านราคา
แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE ยืนยันว่า ทิศทางดอกเบี้ยยังคงเป็นขาลง เนื่องจากตลาดแรงงานอ่อนตัวลง แต่ในการให้การต่อรัฐสภาเดือนนี้ เขาส่งสัญญาณว่าอาจชะลอจังหวะการลดดอกเบี้ย หลังจากในการประชุมเดือนสิงหาคม มีถึง 4 ใน 9 เสียงที่คัดค้านการลดดอกเบี้ย และสัปดาห์นี้คาดว่า 7 เสียงจะโหวตคงดอกเบี้ย และ 2 เสียงโหวตให้ลด
จอร์จ บัคลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อังกฤษของ Nomura กล่าวว่า “ผมคิดว่าพวกเขาจะลดอีกครั้ง แต่ข้อมูลที่ออกมาดีกว่าคาดอาจเปลี่ยนแปลงทิศทางได้ง่าย ๆ พวกเขาจำเป็นต้องเห็นภาวะเงินเฟ้อลดลงมากกว่านี้เพื่อเป็นเหตุผลในการลดดอกเบี้ยต่อไป”
โรเบิร์ต วูด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อังกฤษของ Pantheon Macroeconomics เสริมว่าอังกฤษกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ โดยชี้ถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อครัวเรือนที่สูงขึ้น การปรับตัวในตลาดแรงงาน และการเติบโต GDP ที่ใกล้ศักยภาพสูงสุด
HSBC Holdings Plc คาดว่า BoE จะไม่ปรับลดดอกเบี้ยอีกจนกว่าจะถึงเดือนเมษายนปีหน้า
นักเศรษฐศาสตร์บางราย เช่น แอนดรูว์ วิชาร์ท จาก Berenberg Bank มองว่าอัตราดอกเบี้ยของอังกฤษใกล้ถึง “ระดับสมดุล” แล้ว หรือจุดที่ไม่กระตุ้นและไม่ถ่วงเศรษฐกิจ โดยคาดว่า BoEจะเว้นการลดดอกเบี้ยยาวไปจนถึงปีหน้า ตอนนี้พวกเขายังไม่สามารถลดอีกได้ เพราะทั้งคาดการณ์เงินเฟ้อ เงินเฟ้อจริง และการเติบโตของ GDP ที่ยังค่อนข้างแข็งแรง
อ้างอิง : www.bloomberg.com