โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน“ โต้ ”ชลน่าน“ ครม.นี้คัดมากับมือ เชื่อทำได้ ยันเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือน ยุบสภา 31 ม.ค.

The Better

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 04.58 น. • THE BETTER
“อนุทิน“ โต้ ”ชลน่าน“ ครม.นี้คัดมากับมือ เชื่อทำได้ ยันเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือนตาม MOA ขอเริ่มนับ 1 ต.ค.ยุบสภา 31 ม.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำอภิปรายของนายชลน่าน ศรีแก้ว สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ตนก็ให้เกียรติเสมอมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและได้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตนเคยร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย

ซึ่งในคำถามแรกที่มีอยู่ว่าในรัฐบาลของตนจะทำได้หรือไม่ ทำเป็นหรือไม่ และทำดีหรือไม่ นายอนุทิน ได้ตอบคำถามว่า “ทำได้ครับ” สิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในคำแถลงนโยบายของตนนั้น เป็นสิ่งที่ได้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่าพวกเราทุกคนต้องทำได้ เพราะวิธีการทำงานของตนนั้น เราจะใช้คำว่าทำได้เร็วและทำเลย ดังนั้นขอชี้แจงให้ สส.และประชาชนได้มั่นใจ

ส่วนคำว่าทำเป็นหรือไม่นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่าทำเป็นเพราะในคณะรัฐมนตรีที่ตนคัดสรรมาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพทุกด้านที่มีอยู่ แม้กระทั่งผู้ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน ตนได้ทำการตรวจสอบประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา พฤติกรรม ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าทุกคนมีคุณสมบัติครบถ้วนในการจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยที่รักของเรา และประชาชนผู้ที่ตนคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อตนเองและรัฐบาลนี้

ส่วนจะทำดีหรือไม่ ตนขอยืนยันว่าคนเรา ถ้ามาถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ใช้เวลาเป็น 10 ปีก็ต้องถือโอกาสนี้ทำดีที่สุดให้เป็นเกียรติประวัติของประเทศและประชาชนที่บุคคลซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ดังนั้นใน 4 ประเด็นที่บอกไว้รวมถึงปีเด็นที่บอกว่าจะเสียโอกาส ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะได้แสดงผลงาน เพราะรัฐบาลนี้ ตนได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีทุกคนแล้วว่า ไม่มีคำว่าคนละพรรค นี่คือพรรครัฐบาล ไม่มีขัดแข้งขัดขา ไม่มีความกังวลใด ๆ ที่จะเห็นว่าพรรคนั้นทำอะไรแล้วจะได้ความนิยมชมชอบจากพี่น้องประชาชนมากกว่า

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า “ตนอาจจะโชคดีที่ถูกสอนมาให้เป็นคนใจกว้าง อะไรที่เป็นวงศ์วานว่านเครือ เป็นเครือข่ายการทำงานที่ตนเกี่ยวข้องด้วยแล้วใครทำแล้วประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ ตนมักจะอนุโมทนาสาธุและชื่นชมและสนับสนุนให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันกับตนได้ประสบความสำเร็จสูงสุด”

แม้จะมีหลายคนพูดว่ารัฐบาลนี้ขาดคนมีฝีมือก็ต้องยืนยันว่าตนให้ความเชื่อมั่น ว่าทุกคนที่อยู่ในรัฐบาลนี้ตนคัดเลือกเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุด นอกจากเรื่องของคุณงามความดีที่แต่ละคนได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนและผลงานความรู้ประสบการณ์รัฐบาลสี่เดือนของตัวนี้เต็มไปด้วยบุคคลที่มีฝีมือ มีความรู้ความสามารถ และประสบความสำเร็จในในชีวิต

ส่วนความกังวลเรื่องความโปร่งใส ขอให้นายชลน่าน สบายใจ ตอนรับฟังทุกคำและจดในความกังวลและยินดีที่จะมาชี้แจง ความโปร่งใสนั้นเกิดจากการที่จะต้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการถูกต้องตามกฏหมายถูกต้องตามระเบียบ และที่สำคัญต้องใจกล้าให้ทุกคนมาตรวจสอบได้ขอยืนยันว่ารัฐบาลของตนจะต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ส่วนข้อกังวลสุดท้ายดูแล้วขาดอนาคตประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงส่วนใหญ่ไม่เอาแต่ใจ เอามาเป็นข้อตัดสินมีความเป็นตัวของตัวเอง ตนกลับมองเห็นต่างกับทางนายชลน่าน ตนมองว่าจากนี้ไปรัฐบาลนี้จะวางรากฐานวางแนวทางแบบอย่างที่ดีในการเป็นรัฐบาลที่จะทำให้อนาคตของประชาธิปไตยมีความสดใส อย่างน้อยนายกรัฐมนตรีคนนี้จะไม่มีใครมาบงการได้ และตัดสินใจเอง คิดเอง หารือกับคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ในการตัดสินใจทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและประชาชน

การกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ก็พูดไม่ผิด เวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา วันนี้ขอนับวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันแรก จากนั้นนับไป 4 เดือนก็คือวันที่ 31 มกราคม ยุบสภาแน่นอน ถือเป็นพันธะระหว่างพรรคที่ลงนามใน MOA กับทางพรรคประชาชน ความมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร ตนเห็นพ้องกับทางภาคประชาชน เมื่อถึงเวลาอันสมควรต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่มีติ่งท้ายเล็กน้อยว่าสิ่งที่ตนจะกระทำและทำให้สำเร็จคือการเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่ต้องเข้ามาแก้ไขความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วมา ตนยอมรับในสภาพนี้และคณะรัฐมนตรีของตนอีก 35 คน จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรียกความเสียหาย ความสูญเสีย ในเรื่องเกียรติภูมิของประเทศ เศรษฐกิจ ขวัญกำลังใจ และความปลอดภัยของประชาชนกลับมาสู่ประเทศไทย และคนไทย ให้ได้ ในระยะเวลาที่ตนทำงานอยู่ 4 เดือน มั่นใจว่าทำได้เพราะได้เตรียมการเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว

ขออย่าเปรียบเทียบ บางทีเมื่อตนเองทำไม่ได้แล้วไปเปรียบกับคนอื่นว่าจะทำไม่ได้เหมือนกัน มันก็ไม่ถูกนัก

ขณะที่การพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในนโยบายของรัฐบาลนี้ไม่ตรงความต้องการของประชาชน ตนมองต่าง เพราะรัฐบาลนี้ยกเลิกคาสิโน ยกเลิกเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ไม่เอาเงินดิจิทัล 10,000 บาทไปให้ประชาชนเฉย ๆ แต่เราใช้วิธีการแบบมีส่วนร่วม ไม่มอมเมาประชาชนด้วยการพนัน ไม่ขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจการพนัน ตนมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกับรัฐบาลชุดนี้ นี่คือเหตุผลที่ที่พรรคของตน ถูกเชิญออกจากรัฐบาล เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในขณะนั้น

นายอนุทิน ยังชื่นชมกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ถือเป็นนโยบายที่มีคุณประโยชน์กับคนไทยมหาศาลตราบจนถึงปัจจุบัน แต่โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่เป็นผลงานของตนทำมาตั้งแต่สมัยอยู่กระทรวงสาธารณสุข 4 ปี ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในการทำงานของรัฐมนตรีหลาย 10 คนที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้ได้ใช้เวลาทั้ง 4 ปี ประสานงานกับหลายหน่วยงาน รวมถึงให้มีโครงการฟอกไตฟรี ซึ่งตนจะนำกลับมาในรัฐบาลของตนอีกครั้ง ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะต้องทำให้เห็นภายใน 2 เดือนหรือสั้นกว่านั้น ไม่เช่นนั้นตนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเอง

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินย้ำว่า ตนเคยอยู่ในรัฐบาลเดียวกับนายชลน่าน พยายามทำงานสนองนโยบายยกเว้นเรื่องที่ต้องไปแตะกับความมั่นคงของประเทศ รวมถึงความเสียหายของประเทศ และคุณภาพของประชาชน ตนจึงต้องตัดสินใจที่จะไม่ร่วมนโยบายนี้ และถือว่าเป็นเกียรติที่ถูกเชิญออกมา

นโยบายและการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ และรัฐมนตรีทุกคนที่ทำงานอย่างหนักจะผลักดันทุกนโยบายให้เป็นทางออกของประเทศ

นายอนุทิน ยังย้อนคำพูดเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตนได้อยู่ในคณะรัฐบาลซึ่งมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น ซึ่งหลายคนยอมรับ ทำความเจริญมากมายให้กับประเทศ ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีมีแต่การพูดถึงปัญหาให้คณะรัฐมนตรีฟังซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ

ขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายทักษิณ มักไม่พอใจที่ คณะรัฐมนตรีมักนำเอาปัญหามาเป็นข้อแก้ตัว ตนจึงไม่นำมาเป็นข้อแก้ตัวในการทำงาน เมื่อเป็นเช่นนั้น นายทักษิณ จะพูดว่า “ loser see problem in every solution” ซึ่งแปลว่าผู้แพ้จะเห็นปัญหาในทุกทางออก และ ”winner see solution in every problem” ซึ่งแปลว่าผู้ชนะจะเห็นทางออกในทุกปัญหา ตนและคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คนเป็นอย่างหลัง ถือเป็นเจตนารมย์อันแน่วแน่ ของรัฐบาลชุดนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...