ปฐมา Accenture ชูเฟรมเวิร์ก “POWER” ปลดล็อกกลยุทธ์ความยั่งยืน
ปฐมา จันทรักษ์ แม่ทัพเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย ชี้ ธุรกิจยุคนี้ต้องมี “Resilience” ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ พร้อมแนะเฟรมเวิร์ก “POWER” ช่วยองค์กรปลดล็อกการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “ความยั่งยืน”
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา PRACHACHAT ESG FORUM 2025 The TURNING POINT #ตีแตก sustainability ว่า ช่วงที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น และทำให้คำว่า “ESG” ถูกตั้งคำถามถึงการปฏิบัติจริง เช่น การตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ และการขับเคลื่อนนโยบายของสหรัฐที่ลดบทบาทเรื่อง Climate Leadership เป็นต้น
ปีนี้เกิดคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า “Green-Hushing” คือทุกคนยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะแบกรับความท้าทายไม่ไหว และกลัวมีอุปสรรคจากปัจจัยทางการเมือง
“ท่ามกลางความท้าทายจากเหตุการณ์ต่าง ๆ องค์กรต้องคิดแล้วว่าจะสร้าง Resilience หรือความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจอย่างไร”
จากผลสำรวจความเห็นผู้นำองค์กร 2,000 คน ใน 128 ประเทศ จาก 18 อุตสาหกรรม ที่จัดทำโดย “เอคเซนเชอร์” ระบุว่า ผู้นำองค์กรกว่า 97% มีแผนที่จะนำ “ความยั่งยืน“ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจภายในปี 2050
แต่ 7 ใน 10 กลับเป็นกลุ่มที่ “Vision is strong. Preparation is weak.” คือมีวิสัยทัศน์เข้มข้น แต่การเตรียมความพร้อมยังไม่แข็งแรงนัก และกังวลว่าจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้าน “ความยั่งยืน” ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่
“ตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้นำองค์กรในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน คือการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งยังเป็นความท้าทายของหลายองค์กร”
อย่างไรก็ตาม แม่ทัพเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย ให้คำแนะนำในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ผ่าน 5 แกนหลัก ภายใต้เฟรมเวิร์ก “POWER” ดังนี้
1.P – Partner with Regulators : ทำงานใกล้ชิดกับผู้กำกับดูแล เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน
2.O – Opportunities with Consumers : สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมาว่ากลยุทธ์ ESG ที่องค์กรทำเป็นอย่างไร
3.W – Workforce for the Future : เตรียมความพร้อมเรื่อง “คน” ให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างทันท่วงที
4.E – Expand Access to Technology : เทคโนโลยี คือ “ตัวคูณ” (Multiplier) ด้านความยั่งยืน ต้องเลือกใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
5.R – Responsibility at the Core : “ความรับผิดชอบ” ต้องเป็น Core Value ขององค์กร เพื่อให้เกิด “ความเชื่อใจ“ (Trust) ในการสื่อสาร
“Power of Sustainability คือการเปลี่ยนจาก Pain เวลาลูกค้าฟีดแบ็ก เป็น Possibility หรือโอกาสใหม่ เปลี่ยนความเปราะบาง (Fragility) เป็นความยืดหยุ่น (Resilience) และเปลี่ยนต้นทุน (Cost) เป็นมูลค่า (Value) ให้ได้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฐมา Accenture ชูเฟรมเวิร์ก “POWER” ปลดล็อกกลยุทธ์ความยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net