โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จีน” ยอมเปิดโต๊ะเจรจา หาก “สหรัฐ” ยอมรับ 4 เงื่อนไขสำคัญ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 10.09 น.

"จีน" ยอมเปิดโต๊ะเจรจา หาก "สหรัฐ" รับเงื่อนไขสำคัญ 1.เคารพ-ให้เกียรติมากขึ้น 2.มีจุดยืนมั่นคง 3.ให้ความสำคัญข้อกังวลมั่นคงจีน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน 4.ตั้งผู้แทนเจรจาที่มีอำนาจเต็มจาก ปธน.

วันที่ 16 เมษายน 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า จีนเรียกร้องเงื่อนไขหลายข้อจากรัฐบาลทรัมป์ก่อนจะตกลงเจรจาการค้า โดยจีนต้องการเห็นสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการตามเงื่อนไขหลายประการก่อนจะตกลงเข้าร่วมการเจรจาการค้า ซึ่งรวมถึงการแสดงความเคารพมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมคำพูดเสียดสีของสมาชิกในคณะรัฐมนตรี

แหล่งข่าวกล่าวว่า จีนยังต้องการให้สหรัฐมีจุดยืนที่สม่ำเสมอมากขึ้น รวมถึงพร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับประเด็นข้อกังวลของจีน เช่น มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและประเด็นไต้หวัน

นอกจากนี้จีนยังต้องการให้สหรัฐแต่งตั้ง “ผู้แทนหลัก” สำหรับการเจรจาที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากประธานาธิบดี และมีอำนาจในการเตรียมข้อตกลงให้ทั้งทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถลงนามได้เมื่อพบกัน

ชะตากรรมของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินขึ้นอยู่กับว่า สหรัฐและจีนจะสามารถหลีกเลี่ยงสงครามการค้ายืดเยื้อได้หรือไม่ โดยตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง เขาได้ขึ้นภาษีสินค้าจีนส่วนใหญ่ถึง 145% ทำให้จีนตอบโต้ และเสี่ยงที่จะทำให้การค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเกือบหยุดชะงัก โดยเงินหยวนในตลาดนอกประเทศแข็งค่าขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังมีรายงานข่าวนี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นตัวแทนเศรษฐกิจจีน ก็ปรับขึ้น 0.5% ด้านฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ปรับลดการขาดทุนจาก 1.6% เหลือ 0.4%

การเพิ่มภาษีของสหรัฐอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงสนับสนุนในหมู่ประชาชนจีนต่อการตอบโต้ ทำให้ประธานาธิบดีสีมีแรงจูงใจทางการเมืองที่จะเพิกเฉยต่อคำร้องขอของทรัมป์ในการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยล่าสุดเมื่อวันอังคาร ทรัมป์ได้เรียกร้องให้จีนติดต่อกลับเพื่อเริ่มการเจรจาแก้ปัญหาสงครามการค้า

จีนต้องการ “ความเคารพ” เป็นเงื่อนไขสำคัญ

แหล่งข่าวระบุว่า เงื่อนไขสำคัญที่สุดก่อนเริ่มเจรจาคือ จีนต้องมั่นใจว่าการพูดคุยจะเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพ

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์มักแสดงท่าทีอ่อนโยนต่อประธานาธิบดีสีในที่สาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของเขากลับมีท่าทีแข็งกร้าว จนทำให้จีนไม่มั่นใจในท่าทีของรัฐบาลสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่จีนมองว่า ขณะนี้ทรัมป์มีอำนาจควบคุมทีมงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากเขาไม่ปฏิเสธคำพูดใดของเจ้าหน้าที่ ก็หมายถึงเขายอมรับจุดยืนนั้น

แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่คนใดโดยเฉพาะ แต่จีนแสดงความไม่พอใจต่อคำพูดของรองประธานาธิบดี JD Vance เกี่ยวกับ “ชาวจีนในชนบท” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หลิน เจี้ยน ออกแถลงการณ์ว่า คำพูดดังกล่าว “ไม่รู้จริงและไม่ให้เกียรติ” ซึ่งถือเป็นการตำหนิผู้นำระดับสูงของสหรัฐอย่างชัดเจน

จีนต้องการให้สหรัฐรับฟังข้อกังวล

นอกเหนือจากความต่อเนื่องของสารจากรัฐบาลสหรัฐ จีนยังต้องการให้สหรัฐแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังข้อกังวลของจีน โดยเฉพาะความรู้สึกของเจ้าหน้าที่จีนว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพยายามสกัดกั้นการพัฒนาของจีน

ที่ผ่านมา สหรัฐได้เพิ่มการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน โดยเฉพาะชิปขั้นสูง ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ได้สั่งห้ามบริษัท Nvidia จำหน่ายชิป H20 ให้จีน ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี

ต้องการให้สหรัฐพิจารณาความมั่นคงของจีน

จีนยังต้องการให้สหรัฐให้ความสำคัญต่อข้อกังวลด้านความมั่นคงของตน โดยเฉพาะเรื่องไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตน และประกาศพร้อมใช้กำลังหากจำเป็นเพื่อรักษาอธิปไตย แหล่งข่าวระบุว่า จีนจะไม่ดำเนินการยั่วยุเกี่ยวกับไต้หวัน แต่จะตอบโต้หากถูกยั่วยุก่อน

ขอให้ตั้งตัวแทนเจรจาที่มีอำนาจเต็ม

สุดท้ายจีนต้องการให้สหรัฐแต่งตั้ง “ผู้แทนเจรจา” ที่มีอำนาจเต็มจากประธานาธิบดี โดยจีนไม่ได้ระบุว่าอยากได้ใครเป็นพิเศษ แต่ต้องการให้ผู้แทนคนนั้นมีอำนาจเต็มจริง ๆ

โดยจีนเข้าใจว่าทรัมป์อาจต้องการเป็นผู้นำการเจรจาด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นเกียรติ แต่จีนเชื่อว่าแนวทางที่ดีที่สุดคือการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการของทั้งสองประเทศให้ดูแลการเจรจา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปสู่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสอง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...