“จีน” ยอมเปิดโต๊ะเจรจา หาก “สหรัฐ” ยอมรับ 4 เงื่อนไขสำคัญ
"จีน" ยอมเปิดโต๊ะเจรจา หาก "สหรัฐ" รับเงื่อนไขสำคัญ 1.เคารพ-ให้เกียรติมากขึ้น 2.มีจุดยืนมั่นคง 3.ให้ความสำคัญข้อกังวลมั่นคงจีน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน 4.ตั้งผู้แทนเจรจาที่มีอำนาจเต็มจาก ปธน.
วันที่ 16 เมษายน 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า จีนเรียกร้องเงื่อนไขหลายข้อจากรัฐบาลทรัมป์ก่อนจะตกลงเจรจาการค้า โดยจีนต้องการเห็นสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการตามเงื่อนไขหลายประการก่อนจะตกลงเข้าร่วมการเจรจาการค้า ซึ่งรวมถึงการแสดงความเคารพมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมคำพูดเสียดสีของสมาชิกในคณะรัฐมนตรี
แหล่งข่าวกล่าวว่า จีนยังต้องการให้สหรัฐมีจุดยืนที่สม่ำเสมอมากขึ้น รวมถึงพร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับประเด็นข้อกังวลของจีน เช่น มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและประเด็นไต้หวัน
นอกจากนี้จีนยังต้องการให้สหรัฐแต่งตั้ง “ผู้แทนหลัก” สำหรับการเจรจาที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากประธานาธิบดี และมีอำนาจในการเตรียมข้อตกลงให้ทั้งทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถลงนามได้เมื่อพบกัน
ชะตากรรมของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินขึ้นอยู่กับว่า สหรัฐและจีนจะสามารถหลีกเลี่ยงสงครามการค้ายืดเยื้อได้หรือไม่ โดยตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง เขาได้ขึ้นภาษีสินค้าจีนส่วนใหญ่ถึง 145% ทำให้จีนตอบโต้ และเสี่ยงที่จะทำให้การค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเกือบหยุดชะงัก โดยเงินหยวนในตลาดนอกประเทศแข็งค่าขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังมีรายงานข่าวนี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นตัวแทนเศรษฐกิจจีน ก็ปรับขึ้น 0.5% ด้านฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ปรับลดการขาดทุนจาก 1.6% เหลือ 0.4%
การเพิ่มภาษีของสหรัฐอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงสนับสนุนในหมู่ประชาชนจีนต่อการตอบโต้ ทำให้ประธานาธิบดีสีมีแรงจูงใจทางการเมืองที่จะเพิกเฉยต่อคำร้องขอของทรัมป์ในการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยล่าสุดเมื่อวันอังคาร ทรัมป์ได้เรียกร้องให้จีนติดต่อกลับเพื่อเริ่มการเจรจาแก้ปัญหาสงครามการค้า
จีนต้องการ “ความเคารพ” เป็นเงื่อนไขสำคัญ
แหล่งข่าวระบุว่า เงื่อนไขสำคัญที่สุดก่อนเริ่มเจรจาคือ จีนต้องมั่นใจว่าการพูดคุยจะเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพ
แม้ประธานาธิบดีทรัมป์มักแสดงท่าทีอ่อนโยนต่อประธานาธิบดีสีในที่สาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของเขากลับมีท่าทีแข็งกร้าว จนทำให้จีนไม่มั่นใจในท่าทีของรัฐบาลสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่จีนมองว่า ขณะนี้ทรัมป์มีอำนาจควบคุมทีมงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากเขาไม่ปฏิเสธคำพูดใดของเจ้าหน้าที่ ก็หมายถึงเขายอมรับจุดยืนนั้น
แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่คนใดโดยเฉพาะ แต่จีนแสดงความไม่พอใจต่อคำพูดของรองประธานาธิบดี JD Vance เกี่ยวกับ “ชาวจีนในชนบท” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หลิน เจี้ยน ออกแถลงการณ์ว่า คำพูดดังกล่าว “ไม่รู้จริงและไม่ให้เกียรติ” ซึ่งถือเป็นการตำหนิผู้นำระดับสูงของสหรัฐอย่างชัดเจน
จีนต้องการให้สหรัฐรับฟังข้อกังวล
นอกเหนือจากความต่อเนื่องของสารจากรัฐบาลสหรัฐ จีนยังต้องการให้สหรัฐแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังข้อกังวลของจีน โดยเฉพาะความรู้สึกของเจ้าหน้าที่จีนว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพยายามสกัดกั้นการพัฒนาของจีน
ที่ผ่านมา สหรัฐได้เพิ่มการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน โดยเฉพาะชิปขั้นสูง ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ได้สั่งห้ามบริษัท Nvidia จำหน่ายชิป H20 ให้จีน ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี
ต้องการให้สหรัฐพิจารณาความมั่นคงของจีน
จีนยังต้องการให้สหรัฐให้ความสำคัญต่อข้อกังวลด้านความมั่นคงของตน โดยเฉพาะเรื่องไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตน และประกาศพร้อมใช้กำลังหากจำเป็นเพื่อรักษาอธิปไตย แหล่งข่าวระบุว่า จีนจะไม่ดำเนินการยั่วยุเกี่ยวกับไต้หวัน แต่จะตอบโต้หากถูกยั่วยุก่อน
ขอให้ตั้งตัวแทนเจรจาที่มีอำนาจเต็ม
สุดท้ายจีนต้องการให้สหรัฐแต่งตั้ง “ผู้แทนเจรจา” ที่มีอำนาจเต็มจากประธานาธิบดี โดยจีนไม่ได้ระบุว่าอยากได้ใครเป็นพิเศษ แต่ต้องการให้ผู้แทนคนนั้นมีอำนาจเต็มจริง ๆ
โดยจีนเข้าใจว่าทรัมป์อาจต้องการเป็นผู้นำการเจรจาด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นเกียรติ แต่จีนเชื่อว่าแนวทางที่ดีที่สุดคือการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการของทั้งสองประเทศให้ดูแลการเจรจา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปสู่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสอง
อ้างอิง : bloomberg.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง