โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถ้าร่างกายเราสัมผัสกับ ‘รังสีคอสมิก’ เหมือนซูเปอร์ฮีโร่จะเกิดอะไรขึ้น

The Momentum

อัพเดต 15 ก.พ. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 03.14 น. • THE MOMENTUM

หลังจากเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางมาร์เวลสตูดิโอส์ (Marvel Studios) เผยตัวอย่างแรกของภาพยนตร์The Fantastic 4: First Stepsที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม หลายคนก็หันมาให้ความสนใจกับฮีโร่พลังระดับคอสมิกที่เราต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง รีด ริชาร์ด (Reed Richard) หรือ Mister Fantastic, ซูซาน สตอร์ม (Susan Storm) หรือ Invisible Woman, จอห์นนี สตอร์ม (Johnny Storm) หรือ Human Torch และเบน กริมม์ (Ben Grimm) หรือ The Thing ซึ่งพวกเขาคือเหล่ายอดมนุษย์ที่ได้รับพลังเหนือธรรมชาติ จากการสัมผัสกับรังสีคอสมิกโดยบังเอิญ ขณะออกไปปฏิบัติงานบนสถานีอวกาศนอกโลก

จากการที่ทั้ง 4 คนได้สัมผัสกับรังสีคอสมิกในปริมาณเข้มข้น ส่งผลให้เซลล์และพันธุกรรมในร่างกายของพวกเขาเกิดการกลายพันธุ์ กล้ามเนื้อและร่างกายของริชาร์ดยืดหดได้มากกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป ภรรยาของเขาอย่างซูซานสามารถล่องหนได้ดั่งใจนึก จอห์นนี น้องเล็กสุดของทีมร่างกายก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟ ขณะที่เบนเพื่อนสนิทของริชาร์ดมีผิวหนังที่แข็งเหมือนหินทั่วทั้งร่าง ซึ่งพวกเขาใช้ความผิดพลาดทางร่างกายให้เกิดประโยชน์ ด้วยการกอบกู้โลกและปราบเหล่าร้าย คำถามต่อมาที่น่าสนใจคือ ในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อร่างกายของมนุษย์สัมผัสกับรังสีคอสมิกจะเกิดอะไรขึ้น มันจะสามารถทำให้เรามีพลังเหนือธรรมชาติได้หรือไม่

แน่นอนว่า บรรดารังสีแต่ละชนิดที่เราค้นพบในปัจจุบัน ไม่มีรังสีใดที่สามารถทำให้ร่างกายของเรากลายเป็นยอดมนุษย์ แต่รังสีสามารถเปลี่ยนแปลงเซลล์หรือยีนส์บางอย่างในร่างกายของเราได้ หากสัมผัสในปริมาณที่เข้มข้นหรือถี่เกินไป เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เหนือจินตนาการเหมือนในภาพยนตร์ไซ-ไฟ แต่ร่างกายของเราอาจเป็นมะเร็ง หรือป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดแทน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับรังสีคอสมิกกันก่อน รังสีคอสมิก (Cosmic Rays) คือ อนุภาคพลังงานจากนอกโลกที่เคลื่อนผ่านอวกาศด้วยความเร็วเทียบเท่ากับความเร็วแสง ประกอบไปด้วยอนุภาคโปรตอน (Proton) นิวเคลียสของธาตุพื้นฐานต่างๆ และพลังงานมหาศาลจากปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวา (Supernova) หรือเศษซากจากการระเบิดในครั้งอดีต ซึ่งหากถามว่ารังสีคอสมิกอันตรายระดับไหน และสร้างผลกระทบอย่างไรให้กับร่างกายของเรา ต้องบอกว่า อยู่ในระดับที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก

สมมติว่า นักบินอวกาศต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่บนดาวอังคาร ใช้เวลาไปกลับในระยะเวลาที่สั้นที่สุดคือ 6 เดือน ร่างกายของนักบินอวกาศจะสัมผัสกับรังสีคอสมิกประมาณ 0.66 ซีเวิร์ต ซึ่งมากกว่าปริมาณการสัมผัสรังสีในเหตุการณ์โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ฟุกุชิมะ หรือเทียบเท่าการเข้าทำซีทีสแกน (CT Scan) ทุก 5-6 วัน จึงเพิ่มโอกาสความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งถึง 5.5% รวมถึงปัญหาด้านระบบประสาทและระบบไหลเวียนเลือด

ปีเตอร์ กีดา (Peter Guida) นักชีววิทยาของห้องปฏิบัติการรังสีวิทยา องค์กรนาซ่า (NASA) กล่าวว่า โดยพื้นฐานแล้วรังสีมักทำลายเส้นสายหรือเบสของดีเอ็นเอ (DNA) เมื่อเซลล์ต้องการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น อาจเกิดความผิดพลาดระหว่างการพยายามซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ดีเอ็นเอที่ปรับปรุงโดยไม่ถูกต้องจะกลายพันธุ์ และนำไปสู่การก่อเซลล์มะเร็งในอนาคต นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายให้กับเซลล์บริเวณหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งและตีบ มิหนำซ้ำยังทำลายเซลล์ประสาทส่วนกลางและมีโอกาสพัฒนาเซลล์ขึ้นมาใหม่น้อยลง อาจส่งผลให้เกิดความบกพร่องทางสติปัญญาหรือความจำเสื่อม

ทว่าเอาเข้าจริงแล้วรังสีคอสมิก ลมสุริยะ และอนุภาคพลังงานสูงจากนอกโลก ไม่ค่อยสร้างผลกระทบให้กับมนุษย์สักเท่าไร โดยต้องยกความดีความชอบให้กับสนามแม่เหล็กโลกและชั้นบรรยากาศ ที่คอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป หากเราไม่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกโลกเหมือนนักบินอวกาศ เราอาจไม่ต้องกังวลกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักวิจัยเทคโนโลยีอวกาศก็ใช้ความพยายามและความสามารถสูงสุด ในการคิดค้นและวิจัยยานพาหนะหรือชุดนักบินที่สามารถป้องกันร่างกายจากการสัมผัสรังสีเข้มข้นนอกโลก เพื่อลดทอนความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบนอวกาศ

สรุปคือ การสัมผัสกับรังสีคอสมิกในชีวิตจริงไม่ได้ทำให้เรารับพลังระดับจักรวาล แต่กลับกลายเป็นโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด และโรคความจำเสื่อมแทน ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็แอบคล้ายกับสิ่งที่ทีมฮีโร่Fantastic 4 ต้องเผชิญตรงที่เซลล์ของพวกเขาก็กลายพันธุ์เช่นกัน ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานจากการที่ร่างกายผิดปกติไปจากเดิม ถึงแม้จะมีทั้งส่วนที่เหมือนและต่าง ทว่าอย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า มวลมหาพลังงานในจักรวาลนั้นลึกลับ ซับซ้อน และไม่เคยปรานีต่อสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจ้อยอย่างมนุษย์

ที่มา:

- https://www.nasa.gov/humans-in-space/space-radiation-is-risky-business-for-the-human-body/

- https://ngthai.com/science/33323/cosmic-rays/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...