กรณี ‘BeBell’ ยูทูบเบอร์วัย 26 ปี ยืนยันว่า ‘พร้อม’ มีลูก จึงเลือกไปต่อในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้ฝ่ายชายจะไม่พร้อม แต่กลับโดนชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถาม ทำไมไม่ทำแท้ง?
“จะเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง และเข้มแข็งต่อไป” บีเบล ยูทูบเบอร์ช่อง BeBell วัย 26 ปี ที่มีผู้ติดตามหลักล้านกล่าวในคลิปล่าสุดที่ชื่อว่า ‘เบลกำลังจะเป็นคุณแม่ค่ะ’ ของเธอ และเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาทั้งบนยูทูบและอินสตาแกรมว่า เธอตัดสินใจจะเป็น ‘แม่เลี้ยงเดี่ยว’ และจะไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลยที่เลือกเส้นทางนี้ หลังจากที่ฝ่ายชายที่เป็นอดีตคนรักและครอบครัวของเขา เลือกที่จะปฏิเสธในการหาข้อสรุปตรงกลางร่วมกันว่าจะเอาอย่างไรต่อหลังตั้งครรภ์
จากกรณีที่บีเบลตัดสินใจเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ท่ามกลางกำลังใจอันล้นหลามจากแฟนคลับมากมายที่ติดตามเธอมานานถึง 10 ปี หรือเพื่อนๆ ทั้งในวงการยูทูบเบอร์ด้วยกัน และคนบันเทิงที่ส่งความรัก ความห่วงใยมาให้เธอ เช่น ตาออม 4EVE, แฮนน่า 4EVE, จันจิ จันจิรา, ไซซี นักแสดงสาวจาก GMMTV ฯลฯ แต่ขณะเดียวกัน กลับยังมีคอมเมนต์บางส่วนที่เลือกจะต่อว่าเธอ ว่าเธอไม่ยอมป้องกันเอง ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่ความผิดของฝ่ายชาย หรือบางคนก็แสดงความคิดเห็นทำนองว่า ทำไมเธอไม่ยอมยุติการตั้งครรภ์ซะ ในเมื่อตอนนี้ประเทศไทยก็มีกฎหมายทำแท้งปลอดภัยแล้ว เพราะฝ่ายชายก็ควรมีสิทธิ์ที่จะไม่พร้อมเช่นกัน ทั้งที่บีเบลได้ย้ำชัดแล้วว่า “เบลแฮปปี้มากๆ ที่มีลูก การที่เบลรู้ว่ากำลังจะมีเขา มันเหมือนของขวัญ มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ สำหรับเบล” และเมื่อเธอ ‘พร้อม’ การเลือกเก็บเด็กไว้ และไปต่อในเส้นทางแม่เลี้ยงเดี่ยว นั่นควรเป็นสิทธิ์ของเธอในฐานะคนที่บรรลุนิติภาวะและโตเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างเธอ ซึ่งคนอื่นที่ไม่ได้มาอุ้มท้องแทน ก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินอะไรแทนทั้งนั้น
การตั้งครรภ์ครั้งนี้ของบีเบล ทำให้เราเห็นภาพการเบลมฝ่ายหญิงอย่างชัดเจน ทั้งในรูปแบบกล่าวโทษตรงๆ กับการกล่าวโทษในรูปแบบแอบแฝง
“ปล่อยใน แต่ไม่กินยาคุม แสดงว่าตั้งใจที่จะมีลูกอยู่แล้วใช่ป่ะ? งั้นก็ไม่น่ามีปัญหาไรนี่ เลี้ยงเองก็จบ…มึงแรดเอง เงี่ยนแต่ไม่รู้จักป้องกัน ฉะนั้นไม่ต้องโทษผู้ชาย ก้มหน้าเลี้ยงลูกไป เข้าใจป่ะไอ้หนู ตามนั้น” ตัวอย่างการเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าเธอตรงๆ ซึ่งสะท้อนภาพการโยนให้ฝ่ายคนตั้งครรภ์ ‘รับจบ’ เองทุกอย่าง จนลืมไปว่า ครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน มันเป็นการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย และฝ่ายที่ ‘ต้อง’ เป็นคนสวมถุงยางอนามัยในสมการนี้ ก็คือฝ่ายชาย ดังนั้นจะโทษฝ่ายหญิงฝ่ายเดียวได้อย่างไร? และในกรณีนี้เราก็ไม่อาจล่วงรู้สถานการณ์หรือข้อตกลงส่วนตัวในความสัมพันธ์ของเขาและเธอได้เลย ซึ่งในทางการแพทย์ ก็ต้องบอกว่า แม้จะใส่ถุงยางอนามัยและกินยาคุม เพื่อช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์แล้ว ทว่าก็ยังไม่มีการป้องกันไหนที่สามารถป้องกันได้ 100% ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อตั้งครรภ์แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกร่วมกันอย่างไรต่อมากกว่า และที่สุดแล้วคนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจก็คือเจ้าของร่างกายนั่นเอง …
บีเบลชี้แจงว่า “เบลได้รู้ตัวว่า เขามีความคิดไม่ตรงกับเบลเลย เราเข้าใจไม่ตรงกันเลยสักเรื่อง…เขาไม่มีความพร้อมในบทบาทของครอบครัว” อีกทั้ง “เบลเหนื่อยและท้อมาก และตัดสินใจเดินออกมา เมื่ออีกฝ่ายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อคนที่กำลังตั้งท้อง กระทบจิตใจและร่างกายของเบล เบลเลยเลือกจะเดินออกมา” ซึ่งเธอย้ำว่าตอนคบกันก็มีความสุขดี กระทั่งรู้ว่าตนตั้งครรภ์ช่วงต้นเดือนภุมภาพันธ์ และหลังจากที่ลองพยายามสื่อสารถึงการหาตรงกลางร่วมกัน เธอก็ตัดสินใจจบความสัมพันธ์ลงในท้ายที่สุด
“ทางฝ่ายชายและครอบครัวยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ อย่างชัดเจน ทั้งที่มีการพูดคุยและนัดเจอกันหลายครั้งแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา เบลและครอบครัวก็พยายามเต็มที่มาตลอด พยายามใจเย็น เปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังไม่ได้รับความชัดเจน เบลจึงขอเลือกที่จะปล่อยวาง” เธอเสริมว่า คุณพ่อของเธอติดต่อไปเพื่อคุยถึงเรื่องค่าใช้จ่าย และการรับผิดชอบ เพราะตอนแรกฝั่งครอบครัวฝ่ายชายก็บอกว่าจะช่วย และจะแบ่งสัดส่วนการรับผิดชอบร่วมกัน แต่ไปๆ มาๆ เมื่อติดต่อไปอีกครั้ง ฝ่ายนั้นกลับปฏิเสธว่า “ไม่มีอะไรจะคุยกันแล้ว”
เมื่อเธอออกมาเล่าให้แฟนคลับฟัง เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่า หลังจากนี้เธอจะใช้ชีวิตทั้งในฐานะอินฟลูฯ ยูทูบเบอร์ และการเป็นแม่คน ก็มีเสียงบางส่วนออกมาแสดงความคิดเห็นที่ตัดสินไปเองว่าเธอไม่มีความพร้อม จนถึงตั้งคำถามว่าทำไมเธอไม่ทำแท้ง เช่น มีคนใน X พูดว่า “ผญน่าจะคิดเรื่องยุติไว้บ้างถ้าไม่พร้อม มันไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวด้วย! การแพทย์ปจบก็มาไกลแล้ว ผลข้างเคียงอาจจะมีแค่คงเจ็บน้อยกว่าเด็กที่จะตั้งคำถามในอนาคตถึงความต่างที่ตัวเองมี…ผชอายุยังน้อยอนาคตเขายังไม่มีเลยแล้วเขาจะให้ความมั่นคงกับผญกับลูกได้ยังไง ไม่แปลกที่เขาจะไม่อยากรับผิดชอบ แต่การที่ไม่มานั่งแก้ปัญหาให้ชัดเจนก็เหี้ยค่ะ สาปจุดนี้ แต่อีกมุมเรากลับมองว่าก็ควรถามความเห็นของผชด้วยว่าพร้อมมีลูกไหม เพราะเขาก็มีสิทธิ์ในตัวเด็กพอๆกับแม่…ถ้าผชให้ความชัดเจนมาเลยว่าผมไม่พร้อมมีลูก ผญถึงจะตัดสินได้ 100% ว่าเอาไงต่อ แต่การยัดเยียดว่าต้องมารับผิดชอบลูกฉันเพราะฉันท้องแล้ว เราไม่เห็นด้วยมากๆ เพราะผชเขาก็มีสิทธิ์เลือกอนาคตเขาอ่ะ หนึ่งชีวิตเลยนะที่จะเกิดมา ถ้าไม่พร้อมจริงๆ อย่ายัดเยียดให้ใครเลยรวมทั้งตัวคุณแม่เองด้วย”
นับว่าเป็นการมองหลายๆ ด้าน และเห็นปัญหาหลายมิติ ซึ่งอาจมาพร้อมความหวังดี แต่แน่นอนว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิ์ทำได้ และไม่ใช่เรื่องผิดหากรู้สึกไม่พร้อมจริงๆ แต่การที่ผู้หญิงสักคนยังยืนยันที่จะเก็บเด็กในท้องไว้ นั่นก็เป็นสิ่งที่คนอื่นควรจะเคารพการตัดสินใจของเธอ การตั้งคำถามกับคนที่ยืนยันว่า ‘พร้อม’ ว่าทำไมถึงไม่คิดเรื่องทำแท้ง จึงเป็นการตัดสินคนอุ้มท้องไปสักหน่อย และเราก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ใครให้ทำแท้งได้ในทุกกรณี เช่นเดียวกับที่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครเก็บเด็กไว้ และเห็นได้ชัดว่าบางคนยังมองภาพคำว่าครอบครัวที่ต้องมีพ่อ แม่ ลูก เด็กถึงจะไม่รู้สึกขาด หรือรู้สึก ‘ต่าง’ ทั้งที่จริงๆ ความรักของครอบครัว ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวว่าต้องมีสมาชิกในครอบครัวกี่คน แต่เป็นความอบอุ่นที่คนในครอบครัว ที่แม้จะมีแม่คนเดียว แต่ก็สามารถส่งความรักไปถึงลูกได้ เพราะจากข่าวที่ผ่านมา คงเห็นว่า ลูกบางบ้าน มีสมาชิกในครอบครัวครบตามอุดมคติสังคม แต่กลับมีแต่ความทุกข์เต็มไปหมด ก็มีให้เห็นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรตัดสินครอบครัวของใคร
ส่วนการที่ผู้ชายจะรู้สึกไม่พร้อมเป็นพ่อ อย่างน้อยการเข้ามาสื่อสารกันตรงไปตรงมาว่าจะเอาอย่างไรต่อเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่การปล่อยให้เธอและครอบครัวต้องตัดสินใจเองฝ่ายเดียวแบบนี้ และจากข้อความข้างต้น การที่บีเบลถูกมองว่า ‘ยัดเยียด’ การรับผิดชอบให้ฝ่ายชาย มันก็เหมือนกำลังตอกย้ำและโยนความผิดไปหาเธอเต็มๆ ว่าเธอไม่ทำแท้งเอง อยากเก็บเด็กไว้เอง ราวกับว่าตอนมีเซ็กซ์กัน ไม่มีผู้ชายคนนั้นอยู่ในสมการ ทั้งยังขาดความเห็นอกเห็นใจต่อฝ่ายหญิงที่เลือกที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต่อไปด้วยเช่นกัน
ซึ่งจะบอกว่าเธอยัดเยียดการรับผิดชอบก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะเธอตัดสินใจเดินออกมาโดยเลือกที่จะปล่อยวาง ไม่เอาอะไรจากอีกฝ่ายแล้ว และหากดูคลิปจนจบ บีเบลไม่ได้ขอให้ฝ่ายชายกลับมาเป็นคนรัก หรือต้องกลับมาในรูปแบบพ่อของเด็ก แต่เธอขอแค่มา ‘คุย’ เพื่อเคลียร์ให้ชัดเจนเฉยๆ เขาก็ยังไม่มา อย่างไรก็ตาม การวางแผนครอบครัวตั้งแต่ต้นว่าอยากมีหรือไม่มีลูกกับคู่ของตัวเอง ยังเป็นเรื่องสำคัญที่หากพูดคุยกันตั้งแต่ต้น อาจเข้าใจตรงกันได้มากขึ้น ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีอะไรการันตีได้อีกอยู่ดีว่า สิ่งที่วางแผนไว้จะเป็นไปตามนั้นเสมอไป และเมื่อมันผิดจากแผนที่วางไว้ ก็มีทางออกหลายๆ ทางให้เลือกเดิน ซึ่งไม่มีสูตรตายตัวว่าแบบไหนคือถูกต้องที่สุด
และตอนนี้ก็มีหลายคนที่มาแชร์ประสบการณ์ใต้คลิปของบีเบลในฐานะลูกที่เติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว รวมถึงผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งถือเป็นพลังหญิงที่ส่งให้แก่กัน เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอต่อไป
อ้างอิง:
https://youtu.be/2fAwnllsj58?si=96iia5M2tj0Obapi
https://www.instagram.com/p/DJR4z6NTXUL/?img_index=1
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- กรณี ‘BeBell’ ยูทูบเบอร์วัย 26 ปี ยืนยันว่า ‘พร้อม’ มีลูก จึงเลือกไปต่อในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้ฝ่ายชายจะไม่พร้อม แต่กลับโดนชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถาม ทำไมไม่ทำแท้ง?
- Caroline Darian ลูกสาว Gisèle Pelicot หญิงชาวฝรั่งเศสที่ถูกสามีวางยาและข่มขืนเปิดใจถึงความเจ็บปวดผ่านหนังสือเรื่อง I’ll Never Call Him Dad Again
- คาร์เทียร์ เปิดรับสมัคร ‘ผู้ประกอบการเพื่อสังคมหญิง’ เข้าสู่โครงการ Cartier Women’s Initiative Awards 2026 สมัครได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 มิ.ย. 2568
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com