'ศุภชัย' อดีตผอ.ใหญ่WTO แนะใช้เวทีWTO เจรจาสหรัฐ- จีน ผนึกแก้ปัญหาภาษี สงครามการค้า
‘ศุภชัย’ อดีตผอ.ใหญ่WTO แนะใช้เวทีWTO เจรจาสหรัฐ- จีน ผนึกแก้ปัญหาภาษี สงครามการค้า
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ปาฐกถาพิเศษ New World Order : รับมือระเบียบโลกใหม่ ภายในงานครบรอบ 150 ปี กระทรวงการคลัง ว่า ขณะนี้โลกมีความวุ่นวายมาก มีความไม่แน่นอน สับสนอลเวงมากมาย เรียกทางการว่าโลกที่มีระบียบแบบใหม่ หรือ New World Order แต่บางส่วนบอกว่าเป็นโลกที่ไม่มีระเบียบ เพราะแบบนี้ จึงเป็นยุคที่จะต้องมีการเจรจาต่อรองกัน มีระบบองค์กรพหุภาคี เข้ามาช่วยประคับประคองให้เข้าระบบระเบียบให้ได้
ทั้งนี้ โลกเองก็ไม่เคยนิ่งเฉย หรือหยุดการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคโบราณ ยุคสงครามโลก มีการเปลี่ยนผู้นำใหม่ แต่ปัจจุบันเป็น โลกแบบอำนาจหลายขั้ว (Multipolar World) โดยมีอย่างน้อย 3 ขั้วหลัก คือ สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย และอาจจะมีอีกขั้นเกิดใหม่ คือ กลุ่มทางใต้ (south) อาทิ บราซิล อินเดีย หรือกลุ่มอาเซียน ดังนั้นจะบอกว่าใครมีอำนาจตัดสินเหนือคนอื่นไม่ได้แล้ว เป็นอำนาจที่ต้องแบ่งปันกัน
“วิกฤตโควิดปี2563-2564 ทำให้เห็นว่าโลกนี้มีความเสมอภาค ประเทศที่ร่ำรวยไม่ได้มีสถานการณ์การติดเชื้อที่ดีกว่าประเทศเล็กๆ เลย บางที่แย่กว่าไทยด้วยซ้ำ” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากการประกาศกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นปัญหาที่เกิดจากความไม่สมดุลภายในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งมีการขาดดุลการค้าปีละสูงถึง 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จีนเกินดุลการค้าปีละกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ จึงทำให้เกิดความไม่เสมอภาค แม้ว่าสหรัฐฯ จะพึ่งพาการค้าโลกเพียง 30% เท่านั้น โดยเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก
“ปัญหาทางการค้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นผลมาจากระบบเศรษฐกิจโลกที่ไม่สมดุล รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนเกิดความขัดแย้งในหลายประเทศ จากเดิมที่เป็นเพียงเรื่องการค้าและการลงทุน อาจลุกลามกลายเป็นสงครามจริงได้ โดยในการประชุมเวที WEF ที่ผ่านมา ก็มีการแสดงความกังวลอย่างชัดเจนว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจจะเกิดสงครามระหว่างประเทศ และไม่อาจคาดเดาขนาดของความรุนแรงได้” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงอย่างมากว่า แม้ประเทศยักษ์ใหญ่อาจจะยังไม่ปะทะกันโดยตรง แต่ประเทศขนาดเล็กที่เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างหอกสองข้าง คือสหรัฐฯ และจีน จึงต้องประคับประคองตนให้มีความเป็นกลางมากที่สุด เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งนับเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมาได้แนะนำให้หลายๆประเทศใช้เวทีการประชุม WTO ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ ให้ทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา แทนที่หลาย ๆ ประเทศจะแยกเจรจากับสหรัฐฯ ก็ขอให้รวมตัวกันมาเจรจาที่ WTO เพื่อให้เกิดการเจรจารอบใหม่ แบบ Mini Trade Round เพื่อหาทางออก
ศุภชัย กล่าวว่านอกจากนี้ ต้องใช้กลไกของ WTO เพื่อหารือกับจีนอีกด้วย เพราะทั้งสองชาติมหาอำนาจมีบทบาทสำคัญต่อการค้าโลก ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนเองก็คงไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งได้ ซึ่งที่ผ่านมา อาเซียนสามารถรักษาบทบาทของตัวเองได้ดี ด้วยการไม่เลือกข้าง โดยรักษาระยะห่างเอาไว้
อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่ากังวลใจ ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งในวาระแรก ก็คือการเกิดขึ้นของแนวโน้ม “China Plus One” หรือการเคลื่อนย้ายของธุรกิจจีนเข้ามาในอาเซียนเป็นจำนวนมาก เพื่อหนีผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่มีบริษัทจากจีนเข้ามาลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น การเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอลดภาษีโดยฝ่ายเดียวอาจไม่เหมาะสม ไทยควรหารือเรื่องนี้กับจีนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
ขณะเดียวกัน ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ควรหันมาเจรจาการค้าระหว่างกันเองมากขึ้น เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มพูนปริมาณการค้าภายในภูมิภาค พร้อมทั้งมองหาตลาดการค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมไปถึงประเทศขนาดเล็ก ทั้งประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา ที่อาจเป็นตลาดใหม่ที่ทดแทนตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ได้ในระดับหนึ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภชัย’ อดีตผอ.ใหญ่WTO แนะใช้เวทีWTO เจรจาสหรัฐ- จีน ผนึกแก้ปัญหาภาษี สงครามการค้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th