โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

“มาซาฮิโร โมโร” มาสด้าดันไทยฐานผลิต xEVs

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 01.09 น.
มาซาฮิโร โมโร

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ถือเป็นการประกาศเข้าสู่ยุคใหม่ อย่างเป็นทางการสำหรับค่ายรถยนต์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย หลังจากนายใหญ่ “มาซาฮิโร โมโร” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความชัดเจนและตอกย้ำว่า ไทยยังเป็นตลาดหลักที่สำคัญของมาสด้า

และมาสด้าเลือกใช้ไทย เป็นฐานผลิตรถยนต์ xEVs โดยเทเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมประกาศส่งรถใหม่เปิดตัว 5 รุ่น ทำตลาดภายใน 3 ปี ประเดิมส่งรถไฟฟ้า Mazda 6e โมเดลแรกปีนี้ เพื่อก้าวสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า ด้วยแนวทาง Multisolution และ Intentional Follower หรือการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งภายในปี พ.ศ. 2573 จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

ยอดขายมาสด้าทำไมถึงลดลง

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวมมีการเติบโตลดลง ประกอบกับมีค่ายรถยนต์แบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จีน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่“บีบรัด กดดัน” มากสำหรับมาสด้า

และมาสด้าต้องตัดสินใจ ทำให้เทรนด์นี้ “เปลี่ยนแปลงไป” ด้วยการประกาศการลงทุนเพิ่มในประเทศไทย ส่งสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดโดยจับมือกับพาร์ตเนอร์

โดยเราหวังว่าเทรนด์ดังกล่าวจะ “หมุนกลับ” และทำให้สถานการณ์ของมาสด้าดีขึ้น

ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมาสด้าดีใจ และภูมิใจที่เรายังอยู่ในประเทศไทย

เตรียมพร้อมเดินหน้าสู่ EV

จากการที่กำหนดเป้าหมายว่าภายในปี 2573 คาดว่ายอดขาย BEVs ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 25-40% ของยอดจำหน่ายทั่วโลกนั้น

สำหรับมาสด้าเราได้วางแผนนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มาพร้อมพลังงานไฟฟ้า

แน่นอนว่ามาสด้าอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ควบคู่กับการใช้แนวทาง Intentional Follower Approach โดยได้ศึกษาตลาดอย่างใกล้ชิดและรับฟังข้อคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ดีที่สุด

และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2573 มาสด้าจะมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BEVs เป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อน 100% ของยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด

วางแผนทีละสเต็ป

ทั้งนี้ เราได้กำหนดแผนงานการพัฒนารถยนต์ xEVs ที่ประกอบด้วยแผนกลยุทธ์ 3 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 เป็นการเตรียมความพร้อม, เฟสที่ 2 การเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจาก HEV, PHEV และ BEV และเฟสที่ 3 เป็นการแนะนำรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

โดยเราเชื่อและยังคงเดินตามแนวทางพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย หรือ Multisolution ที่มีทั้งเครื่องยนต์ไมลด์ไฮบริด (MHEVs), ไฮบริด (HEVs), ปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEVs), ไฟฟ้า 100% (BEVs) และการใช้เครื่องยนต์โรตารี่เป็นตัวปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (R-EVs) เพื่อไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาทั่วโลกให้ความสนใจรถ EV เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละตลาดก็มีความแตกต่างกัน บางประเทศมีการชะลอตัว แม้ว่าเราจะเชื่อว่าภายในปี 2573 ขนาดของรถยนต์อีวีจะอยู่ที่ 25% ถึง 30% แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าน่าจะเป็นแค่ 25% ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผู้บริโภค รูปแบบการใช้งานและไลฟ์สไตล์ รวมถึงงบประมาณที่แตกต่างกัน

และจากความแตกต่างตรงนี้ มาสด้าจะมีรถยนต์ไว้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต

ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญของมาสด้า ซึ่งบริษัทตระหนักถึงกระแสตอบรับที่ดีและความต้องการรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องเร่งแผนในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าให้เร็วขึ้นภายใต้การวางแผนในการแนะนำรถไฟฟ้าตามกลยุทธ์ 3 เฟส

โดยในเฟส 2 (ระหว่างปี พ.ศ. 2568-2570) เราจะมีการเปิดตัวรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในไทย ทั้ง BEV, PHEV, HEV จำนวนทั้งสิ้น 5 รุ่น ใน 3 ปี จะเป็นการนำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น และผลิตในไทย แบ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV 2 รุ่น, รถ PHEV 1 รุ่น และรถ HEV 2 รุ่น

โดยเริ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่น Mazda 6e ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมาสด้าและพาร์ตเนอร์ในประเทศจีน มาเปิดตัวในปลายปีนี้ก่อน

จะลงทุนเพิ่มจาก 5 พันล้าน

การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่แล้ว แต่ถ้าอนาคตมีความต้องการหรือจำเป็นจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยต่อเนื่อง มาสด้าก็พร้อมจะพิจารณา

ส่วนเงินลงทุนเป็นจำนวนกว่า 5,000 ล้านบาทในครั้งนี้ มาสด้าหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการผลิต การผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้า xEVs รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามีการลงทุนทั้งการประกอบรถยนต์ การผลิตเครื่องยนต์, เกียร์ และแบตเตอรี่ ด้วยกำลังผลิตอยู่ที่ 100,000 คันต่อปี ซึ่งจะใช้ทั้งโรงงานเอเอที บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และโรงงาน MPMT บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ มาสด้าจะยังไม่ได้ละทิ้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพราะจะเห็นว่าการลงทุนรถยนต์ xEVs ครั้งนี้จะมีการใช้เครื่องยนต์เป็นพื้นฐาน และเรามีในส่วนของเครื่องยนต์ Sky G ที่จะต่อยอดและพัฒนาเพื่อให้มีการปล่อยค่าไอเสียน้อยที่สุด โดยพัฒนาเพื่อให้ผ่านมาตรฐาน EURO 7 ให้ได้ เพื่อให้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งเเวดล้อม

และในปี 2570 น่าจะมีพลังงานใหม่ ๆ ในเชิงเทคโนโลยีเพื่อทำให้เกิดการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้อย่าง “เครื่องโรตารี่” มาสด้าก็ยังคงพัฒนาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

รถ 6e ไม่มีแผนผลิตในไทย

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 6e เป็นรถรุ่นแรกที่เราจะนำเข้ามาทำตลาด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมาสด้ากับพันธมิตรในจีน ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราภาษีที่ดีอยู่แล้วสำหรับการนำเข้า ซึ่งตรงนี้เราไม่ต้องลงทุนเอง

แต่รถอีวีที่เราจะนำเข้ามานั้น มาสด้าจะไม่ละทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า โดยจะมีการปรับจูนช่วงล่าง, ยาง, การรักษาบาลานซ์ของรถให้อยู่ที่ 50/50 เพื่อเซตรถรุ่นนี้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามาสด้า และแน่นอนว่าลูกค้าชาวไทยจะไม่ผิดหวัง

ประเมินการแข่งขันตั้งรับรถจีน

ต้องยอมรับว่าค่ายรถอีวีจีนมาได้ค่อนข้างเร็วและมีความชำนาญ แต่มาสด้าได้จับมือกับพาร์ตเนอร์ใส่ปัจจัยความต้องการความเป็นมาสด้าเข้าไป ทั้งความสวยงาม ประสิทธิภาพการขับขี่ ผสานกับอีวีจีน ทำให้รถของเราออกมาได้ในราคาเหมาะสม

และคนที่จะได้ประโยชน์สูงสุด คือ “คนใช้รถ”

สุดท้าย “มาซาฮิโร โมโร” ยังหยอดคำหวานไปยังรัฐบาลไทยว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่มาสด้าอยู่ในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาลไทยมาอย่างต่อเนื่อง และมาสด้าเชื่อว่านโยบายการสนับสนุนพลังงานที่หลากหลาย หรือมัลติพาร์ตเวย์ จากรัฐบาลไทยจะเป็นนโยบายที่ดี และเดินมาถูกทางเช่นเดียวกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มาซาฮิโร โมโร” มาสด้าดันไทยฐานผลิต xEVs

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...