โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KBANK ส่งซิกปรับนโยบายปันผล-ซื้อหุ้นคืน หลังนักลงทุนมองตุนเงินกองทุนสูงเกินไป ไม่สอดคล้องศก.

efinanceThai

เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 06.41 น.

KBANK ส่งซิกปรับนโยบายปันผล-ซื้อหุ้นคืน หลังนักลงทุนมองตุนเงินกองทุนสูงเกินไป ไม่สอดคล้องศก.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มี.ค. 68 13:41 น.

KBANK เผยอยู่ระหว่างพิจารณานโยบายจ่ายเงินปันผล หลังโรดโชว์นักลงทุน ส่วนใหญ่ให้ความสนใจถึงเงินกองทุนที่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยที่ไม่เติบโต และให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมรอความชัดเจนการแก้หลักเกณฑ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายซื้อหุ้นคืนที่เหมาะสมต่อไป

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ล่าสุดคณะกรรมการธนาคารได้มีมติเห็นชอบการจ่ายเงินบันผลกรณีพิเศษดังนี้ 1. จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2567 แก่ผู้ถือหุ้นสามัญเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท
ทั้งนี้ ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ย.67 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท และได้เสนอขออนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 9 เม.ย.68 ในอัตราหุ้นละ 8.00 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับการเสนอขอจ่ายเงินปันผลเป็นกรณีพิเศษครั้งนี้ในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท รวมเป็น 12.00 บาท โดยกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 16 พ.ค.68 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ถือหุ้นในวันที่ 6 มิ.ย.68

โดยการจ่ายปันผลพิเศษนี้ธนาคารมีการพิจารณาหลังจากเดินทางไปให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้น และนักลงทุนในต่างประเทศช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสนใจถึงเงินกองทุนที่อยู่ในระดับสูงเกินไป เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยที่ไม่เติบโต จึงมองว่าไม่มีความจำเป็นที่ธนาคารจะเก็บเงินทุนไว้ในระดับสูง

"ผู้ถือหุ้นไม่ได้ติดใจ หรือ สงสัยเรื่องแผนการเติบโตของสินเชื่อ หรือ ROE มากกว่า 2 หลักภายในปี 69 แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นทุกภาคส่วน"นางสาวขัตติยา กล่าว

สำหรับการจ่ายปันผลพิเศษนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของธนาคารและอยู่ระหว่างการกำหนด Dividend payout ว่าจะอยู่ในระดับใด จากอดีตอยู่ที่ 25% และในปี 67 อยู่ที่ 37% ประกอบกับ จะมีการกำหนดจ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง เนื่องจากในต่างประเทศกำหนดจ่ายปันผลทุกๆไตรมาส
นอกจากนี้ธนาคารอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และกระทรวงพาณิชย์ในการแก้กฎระเบียบการซื้อหุ้นคืน หรือ Share buyback เพื่อที่จะสามารถกำหนดนโยบายการซื้อหุ้นคืนหรือการจ่ายปันผลในอัตราที่หมาะสมต่อไป

นางสาวขัตติยา กล่าวต่อว่า ภาพรวมสินเชื่อไตรมาส 1/68 ทรงตัว เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยสินเชื่อที่ยังมีการเติบโต เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิต

ขณะที่คาดว่าสินเชื่อรายใหญ่จะกลับมาขยายตัวได้ในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เป็นต้นไป เนื่องจากลูกค้ามีการลงทุนไปในช่วงไตรมาส 4/67 และไตรมาส 1/68 มีการชำระคืนเข้ามามาก ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติรอดูนโยบายการลงทุนจากภาครัฐบาลว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ เช่น โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่,อินฟราสตัคเจอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากดิจิทัลวอลเลตเป็นการกระตุ้นระยะสั้นเท่านั้น

"ภาพรวมไตรมาส 1/68 สินเชื่ออาจจะทรงตัว ซึ่งการทรงตัวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจแล้วในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง โดยธุรกิจธนาคารยังมีความไม่แน่นอน และปีนี้สินเชื่อจะทรงตัวเมื่อเทียบจากปีก่อน ซึ่งจะเป็นปีที่ช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 1/68 เราเห็นลูกค้าเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้มากขึ้น โดยไม่รวมกับโครงการคุณสู้ เราช่วย" นางสาวขัตติยา กล่าว

ล่าสุดธนาคารร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หนุน TAGTHAi เปิดบริการ Tourist E-Wallet (TAGTHAi EASY PAY) เป็นครั้งแรกในไทย ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จ่ายปลอดภัย สแกนจ่าย Thai QR Payment ได้ทั่วไทย โดยในปี 2567 แอปพลิเคชัน TAGTHAi มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และ ต่างชาติดาวน์โหลดแล้วกว่า 2 ล้านราย เติบโตสูงขึ้นถึง 105% และ มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 183% สะท้อนถึงการได้รับความไว้วางใจ และ เทรนด์การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการท่องเที่ยว รวมถึงการสืบค้นข้อมูล การซื้อสินค้า และ บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นการให้บริการอีวอลเล็ต TAGTHAi Easy Pay ที่ใช้ควบคู่กับบัตร Prepaid PAY&TOUR ของธนาคารกสิกรไทยจึงไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งในเมืองหลัก และ เมืองน่าเที่ยวได้ทั่วถึง

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีก 5.6% จากปีก่อนหน้า เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ธนาคารกสิกรไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบชำระเงินไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ที่มีความปลอดภัยสูง และ ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้นจึงพัฒนาบัตร Prepaid PAY&TOUR ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอีวอลเล็ต TAGTHAi Easy Pay เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนจ่ายได้ทุกร้านค้าทั่วไทยที่รองรับ Thai QR Payment

โดยเริ่มทดลองให้บริการตั้งแต่ปี 67 ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถสมัครใช้บริการผ่านบูทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ในปีนี้ธนาคารเตรียมขยายจุดให้บริการไปยังสาขาต่าง ๆ กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...