โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายอย่างไรขณะประทับที่อังกฤษ ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 04.17 น.
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เสด็จพระราชดำเนินยังประเทศอังกฤษ เพื่อทรงรักษาพระเนตรเมื่อ พ.ศ. 2477 และหลังจากทรงสละราชสมบัติในปีถัดมา พระองค์ก็ยังคงประทับ ณ ประเทศอังกฤษ โดยมีข้าราชบริพารคอยดูแลพระองค์ และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ. 2482 สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ปะทุขึ้น แล้วช่วงนั้น รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

คุณหญิงมณี สิริวรสาร อดีตพระสุณิสาในรัชกาลที่ 7 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วย บันทึกว่า ใน พ.ศ. 2482 รัชกาลที่ 7 ทรงได้รับความกระทบกระเทือนพระราชหฤทัยจากข่าวที่ไม่เป็นมงคลจากกรุงเทพฯ อยู่ตลอดเวลา และยังคงต้องทรงรับภาระหนักหน่วงในการที่ต้องประทับอยู่ในประเทศที่อาจมีสงครามเกิดขึ้น

แม้พระโรคจะแสดงอาการมากขึ้น ทว่าพระองค์มิได้ทรงแสดงความสะทกสะท้านแต่อย่างใด ทรงจัดเตรียมและวางแผนการระยะยาวให้ทุกคนที่อยู่ในอุปการะได้มีชีวิตอย่างสุขสบายได้ต่อไปในอนาคต

รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายช่วงนั้นอย่างไรบ้าง

พ.ศ. 2482 รัชกาลที่ 7 ทรงรวบรวมเงินทั้งหมดที่ทรงมีอยู่ รวมทั้งทรงขายเครื่องประดับมรกตที่ทรงได้รับพระราชทานจากพระบรมราชชนก คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งมีราคาสูงมาก ทรงขายของอื่นๆ บางชิ้น และทรงนำเงินที่รวบรวมได้ทั้งหมดจัดเป็นทรัสต์ขึ้น เพื่อใช้ดอกผลในการใช้จ่าย

นอกจากนี้ ทรงปิด พระตำหนักเวน คอร์ต (Vane Court) ในเมืองเคนท์ ซึ่งประทับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2480 และเมื่อถึง พ.ศ. 2482 ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักคอมพ์ตัน เฮาส์ (Compton House) ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 6 ไร่ ในเวอร์จิเนีย วอเตอร์ (Virginia Water) ทางตะวันตกของเมืองเคนท์ นับว่ามีขนาดเล็กสุดในบรรดาพระตำหนักที่เคยประทับ อีกทั้งทรงเลิกเช่าแฟลตที่ อีตัน เฮาส์ (Eaton House) ในกรุงลอนดอน เป็นการประหยัดรายจ่ายได้มาก

รถยนต์พระที่นั่งที่มีหลายคัน รัชกาลที่ 7 ก็ทรงขายทั้งหมด เหลือเพียงโรลส์-รอยซ์ ไว้ทรงใช้เพียงคันเดียวเท่านั้น และทรงปลดคนขับรถชาวตะวันตก ซึ่งกินเงินเดือนสูงมากออกไป

รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายเรื่องข้าราชบริพาร โดยทรงตัดบางคนที่ติดตามมารับใช้ที่เมืองนอกด้วยความจงรักภักดี และรับสั่งให้เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ทันที เช่น

คุณรองสนิท โชติกเสถียร และภรรยา เนื่องจากมีลูกสาวซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์ที่เมืองไทย

หม่อมเจ้าอัชฌา จักรพันธุ์ (พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุพงษ์จักรพรรดิ์ กับหม่อมลำไย) ที่ทรงอยู่ในความอุปถัมภ์ของรัชกาลที่ 7 ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และช่วงนั้นทรงใกล้สำเร็จการศึกษาจากรอยัล คอลเลจ ออฟ ไซเอนซ์ (Royal College of Science) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (Imperial College London)

ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีเพียง หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ (พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุพงษ์จักรพรรดิ์ กับหม่อมโป๊) และชายา คือ หม่อมเจ้าหญิงผ่องผัสมณี จักรพันธุ์ (พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์) เท่านั้น และมีพ่อครัวไทย 1 คน รวมถึงข้าหลวงหญิงรับใช้และช่วยในครัวอีก 1 คน

หม่อมเจ้าการวิก ที่ขณะนั้นพระชันษา 22-23 ปี ทรงรับหน้าที่เป็นสารถีขับรถพระที่นั่ง ซึ่งหม่อมเจ้าการวิกก็ทรงพอพระทัย เพราะโปรดการขับรถอยู่แล้ว และยังได้ไปเรียนวิชาเกี่ยวกับเครื่องยนต์และวิธีรักษาเครื่องยนต์ของรถโรลส์-รอยซ์ ที่โรงงานด้วย หากเครื่องยนต์ขัดข้องจะได้ดูแลปรับปรุงอย่างถูกต้อง

ส่วน หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน หรือ “ท่านชิ้น” พระเชษฐาต่างพระมารดาในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และ หม่อมเสมอ กับธิดาอีก 2 คนอยู่คนละบ้าน แต่ก็ถือว่าอยู่ในความอุปถัมภ์ดูแลของพระองค์ด้วย (ต่อมาเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านชิ้นซึ่งอยู่ที่อังกฤษ มีบทบาทเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่นที่เคลื่อนทัพเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับการยอมรับและได้รับการยกให้เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยในอังกฤษ)

“สมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงรับสถานการณ์วิกฤตทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนั้น ด้วยพระราชหฤทัยที่เข้มแข็งมั่นคงและทรงตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างด้วยพระทัยที่เชื่อมั่นและเด็ดขาด ทรงพระราชดำริในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวแก่ผู้ที่ทรงโปรดปรานและเป็นห่วงตลอดจนเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และความเป็นอยู่ของทุกๆ คน ด้วยความรอบคอบ และทรงมีพระปรีชาญาณสามารถเตรียมการไว้ทุกสิ่งทุกอย่างมิให้มีใครต้องเดือดร้อนกังวลใจ พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่ดีเลิศ และทรงจัดการทุกเรื่องอย่างเด็ดขาดเพียงพระองค์เดียว ทรงเป็นเจ้าชีวิตของพวกเราทุกคน” คุณหญิงมณี ถ่ายทอดไว้ใน “ชีวิตเหมือนฝัน” หนังสืออัตชีวประวัติของตน

รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายด้วยความรัดกุม ทรงดำรงพระชนมชีพด้วยความเข้มแข็ง แม้ช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 จะทรงพระประชวรด้วยพระโรคที่ทรงมีอยู่ กระทั่งวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 พระองค์ได้เสด็จสวรรคต ณ พระตำหนักคอมพ์ตัน เฮาส์ ด้วยโรคพระหทัยวาย ขณะพระชนมายุ 48 พรรษา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คุณหญิงมณี สิริวรสาร. ชีวิตเหมือนฝัน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กรุงเทพ (1984).

ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล, เรียบเรียง. “ที่ประทับในประเทศอังกฤษตามลำดับและพระราชกรณียกิจ”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 7 ทรงจัดการค่าใช้จ่ายอย่างไรขณะประทับที่อังกฤษ ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...