โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

3 หุ้นเทคนอก พื้นฐานแกร่ง อัพไซด์โหด ไม่หวั่น! แม้เจอสงครามการค้า

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 18.22 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 01.53 น.

ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นเทคทั่วโลก เจอทั้งข่าวดีสลับกับข่าวร้าย ไม่ว่าจะเป็นข่าวดีที่ Donald Trump ประกาศยกเว้นภาษีสินค้านำเข้ากลุ่มสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว หรือข่าวที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia โดนปรับ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานไม่เปิดเผยข้อมูลการขุด Crypto ทำให้หุ้นเทคหลายตัวก็มีการปรับขึ้นชั่วครู่ก่อนปรับลง
โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าความผันผวนในตลาดหุ้นเทคจะยังคงอยู่ต่อไปตราบใดที่สงครามการค้ายังไม่จบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนควรทิ้งโอกาสของหุ้นเทคไป เนื่องจากนักวิเคราะห์อีกส่วนชี้ว่า หากมองข้ามความเสี่ยงระยะสั้นไป หุ้นเทคยังมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ซึ่งเวลานี้อาจเป็นโอกาสดีที่จะซื้อหุ้นเทคที่ราคาปรับลงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อถือเก็งกำไรในระยะยาว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance ได้ชี้เป้า 3 หุ้นเทคที่มีโอกาสดีในระยะยาวแม้จะเจอความเสี่ยงในปัจจุบัน ได้แก่

1.Nvidia (NVDA)

แม้ราคาหุ้น NVDA จะปรับลงมามากกว่า 20% จากระดับสูงสุดในช่วงเดือนมกราคม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวสงครามการค้า แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อหุ้นถือไว้ เนื่องจาก ในระยะยาว หุ้นมีปัจจัยบวกจาก (1) เทรนด์ AI ที่ไม่สามารถมีอะไรมาฉุดรั้งได้ และ (2) การที่ NVDA เป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจะทำให้ได้รับผลดีจากเทรนด์ดังกล่าวสูง ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 173 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมี upside มากกว่า 50% จากราคาปัจจุบัน

2.Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. Ltd. (TSM)

แม้ TSM จะเจอความท้าทายจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีแนวโน้มในอนาคตที่แข็งแกร่ง เนื่องจาก (1) สินค้าหลักของบริษัทคือชิป เป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ดังนั้น หุ้น TSM ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ (2) TSM ครองตำแหน่งผู้นำในด้านการผลิตชิประดับโลกด้วยสัดส่วนการผลิตชิปกว่า 67% ของชิปที่ถูกผลิตทั่วโลก (ข้อมูล ณ ปลายปี 2024) ซึ่งความใหญ่ของบริษัททำให้ TSM มีข้อได้เปรียบทางการค้าเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยในปัจจุบัน ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 240.83 ดอลลาร์ ถือว่ามี upside กว่า 54% จากราคาปัจจุบัน

3.Advanced Micro Devices (AMD)

แม้ในช่วงที่ผ่านมา AMD จะเจอแรงกดดันทั้งจากธุรกิจ data center ที่ยังสู้ Nvidia ไม่ได้, ธุรกิจเกมที่ชะลอตัวเนื่องจากลูกค้าอย่าง Microsoft หรือ Sony ไม่ได้มีการอัพเดทเครื่องเล่นเกมมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว, รวมถึงราคาต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้า ที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมามากกว่า 50% จากระดับสูงสุดในเดือนมีนาคมปี 2024 แต่นักวิเคราะห์ก็ยังมองว่า AMD มีโอกาสฟื้นตัวในระยะยาวสะท้อนจาก (1) ธุรกิจ data center และ PC ที่ฟื้นตัวแรงกว่า 90% และ 50% ในปี 2024 ตามลำดับ (แม้ธุรกิจ data center จะสู้ Nvidia ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเติบโตได้ดี)
และ (2) ผลการดำเนินงานธุรกิจเกมที่หดตัวน้อยลงเรื่อยๆ ส่งสัญญาณว่าธุรกิจนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว และจากข้อมูลเหล่านี้ นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ปี 2025 ของบริษัทจะเติบโตราว 23% ซึ่งในตอนนี้ที่ราคาหุ้นค่อนข้างถูก การซื้อและถือระยะยาวก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 144.77 ดอลลาร์ ซึ่งมี upside กว่า 50% จากราคาปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...