3 หุ้นเทคนอก พื้นฐานแกร่ง อัพไซด์โหด ไม่หวั่น! แม้เจอสงครามการค้า
ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นเทคทั่วโลก เจอทั้งข่าวดีสลับกับข่าวร้าย ไม่ว่าจะเป็นข่าวดีที่ Donald Trump ประกาศยกเว้นภาษีสินค้านำเข้ากลุ่มสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว หรือข่าวที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia โดนปรับ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานไม่เปิดเผยข้อมูลการขุด Crypto ทำให้หุ้นเทคหลายตัวก็มีการปรับขึ้นชั่วครู่ก่อนปรับลง
โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าความผันผวนในตลาดหุ้นเทคจะยังคงอยู่ต่อไปตราบใดที่สงครามการค้ายังไม่จบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนควรทิ้งโอกาสของหุ้นเทคไป เนื่องจากนักวิเคราะห์อีกส่วนชี้ว่า หากมองข้ามความเสี่ยงระยะสั้นไป หุ้นเทคยังมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ซึ่งเวลานี้อาจเป็นโอกาสดีที่จะซื้อหุ้นเทคที่ราคาปรับลงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อถือเก็งกำไรในระยะยาว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance ได้ชี้เป้า 3 หุ้นเทคที่มีโอกาสดีในระยะยาวแม้จะเจอความเสี่ยงในปัจจุบัน ได้แก่
1.Nvidia (NVDA)
แม้ราคาหุ้น NVDA จะปรับลงมามากกว่า 20% จากระดับสูงสุดในช่วงเดือนมกราคม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวสงครามการค้า แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อหุ้นถือไว้ เนื่องจาก ในระยะยาว หุ้นมีปัจจัยบวกจาก (1) เทรนด์ AI ที่ไม่สามารถมีอะไรมาฉุดรั้งได้ และ (2) การที่ NVDA เป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจะทำให้ได้รับผลดีจากเทรนด์ดังกล่าวสูง ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 173 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมี upside มากกว่า 50% จากราคาปัจจุบัน
2.Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. Ltd. (TSM)
แม้ TSM จะเจอความท้าทายจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีแนวโน้มในอนาคตที่แข็งแกร่ง เนื่องจาก (1) สินค้าหลักของบริษัทคือชิป เป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ดังนั้น หุ้น TSM ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ (2) TSM ครองตำแหน่งผู้นำในด้านการผลิตชิประดับโลกด้วยสัดส่วนการผลิตชิปกว่า 67% ของชิปที่ถูกผลิตทั่วโลก (ข้อมูล ณ ปลายปี 2024) ซึ่งความใหญ่ของบริษัททำให้ TSM มีข้อได้เปรียบทางการค้าเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยในปัจจุบัน ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 240.83 ดอลลาร์ ถือว่ามี upside กว่า 54% จากราคาปัจจุบัน
3.Advanced Micro Devices (AMD)
แม้ในช่วงที่ผ่านมา AMD จะเจอแรงกดดันทั้งจากธุรกิจ data center ที่ยังสู้ Nvidia ไม่ได้, ธุรกิจเกมที่ชะลอตัวเนื่องจากลูกค้าอย่าง Microsoft หรือ Sony ไม่ได้มีการอัพเดทเครื่องเล่นเกมมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว, รวมถึงราคาต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้า ที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมามากกว่า 50% จากระดับสูงสุดในเดือนมีนาคมปี 2024 แต่นักวิเคราะห์ก็ยังมองว่า AMD มีโอกาสฟื้นตัวในระยะยาวสะท้อนจาก (1) ธุรกิจ data center และ PC ที่ฟื้นตัวแรงกว่า 90% และ 50% ในปี 2024 ตามลำดับ (แม้ธุรกิจ data center จะสู้ Nvidia ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเติบโตได้ดี)
และ (2) ผลการดำเนินงานธุรกิจเกมที่หดตัวน้อยลงเรื่อยๆ ส่งสัญญาณว่าธุรกิจนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว และจากข้อมูลเหล่านี้ นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ปี 2025 ของบริษัทจะเติบโตราว 23% ซึ่งในตอนนี้ที่ราคาหุ้นค่อนข้างถูก การซื้อและถือระยะยาวก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 144.77 ดอลลาร์ ซึ่งมี upside กว่า 50% จากราคาปัจจุบัน