โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พิเรนทร์นัก! หนุ่มจีนทำชาเลนจ์ “อมมือแฟน” สุดท้ายเอาออกไม่ได้

อีจัน

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 02.58 น. • อีจัน

สรรหาทำจนเป็นเรื่อง..

(22 มี.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเรื่องราวสุดประหลาดที่เกิดขึ้นในประเทศจีน หลังจากชายรายหนึ่งต้องเข้าพบแพทย์พร้อมกับคู่รัก หลังจากมือของคู่รักติดอยู่ในปาก และไม่สามารถเอาออกด้วยตัวเองได้

รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 คู่รักคู่นี้ได้เดินทางมายังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลในมณฑลจี๋หลิน ด้วยเหตุผลที่ทั้งคู่พยายามทำ“ภารกิจกินมือ” (Hand-Eating Challenge) โดยแฟนหนุ่มเป็นฝ่ายอ้าปากกว้าง และแฟนสาวก็กำมือแน่นก่อนยัดเข้าไปในปาก อย่างไรก็ตาม หลังจากเอาเข้าปากได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้พยายามใช้วิธีต่าง ๆ ในการเอาออก แต่ไม่สามารถเอาออกได้ ก่อนสุดท้ายต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาล

แฟนสาว กล่าวถึงความรู้สึกดังกล่าวว่า“ในคอของเขา (แฟนหนุ่ม) ส่งเสียงครวญคราง และน้ำลายไหลลงข้อมือของฉันไปจนถึงข้อศอก ฉันรู้สึกเหมือนว่ามือของฉันถูกติดอยู่ในเครื่องบดเนื้อ”

ต่อมา ดร.จาง หมิง หยวน แพทย์ผู้รักษาเคสสุดประหลาดนี้ กล่าวว่า มือของหญิงรายนี้ติดในลำคอ เนื่องจากกล้ามเนื้อกระตุกจนทำให้ปากของแฟนหนุ่มล็อกในตำแหน่งนี้

โดยขั้นตอนการรักษา เริ่มจากการเปิดเพลงที่ผ่อนคลาย เพื่อให้เขา (ฝ่ายชาย) สงบลงและป้องกันไม่ให้เขาสำลักหรืออาเจียน

จากนั้น ดร.จาง ได้ใช้เครื่องเปิดปากเพื่อให้ขากรรไกรของชายคนดังกล่าวเปิดอยู่ ก่อนแพทย์จะหมุนข้อมือของผู้หญิงอย่างช้า ๆ โดยใช้คุณสมบัติการเลื่อนของขากรรไกรเพื่อปลดล็อค กระทั่งในที่สุด ทั้งคู่ก็สามารถแยกออกจากกัน หลังจากผ่านไปกว่า 20 นาที

แพทย์อธิบายว่า แม้ช่องปากของมนุษย์จะดูอ่อนนุ่ม แต่จริง ๆ แล้วมี “บริเวณที่เสี่ยงต่อการถูกกัด” อยู่ 3 ส่วน ได้แก่ ฟัน โหนกแก้ม และข้อต่อที่ยื่นออกมา ซึ่งการดึงปากออกจากกันโดยใช้แรง อาจทำให้เส้นประสาทเสียหายหรือขากรรไกรเคลื่อนได้

โชคดีที่ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าพบแพทย์ก่อนจะเกิดเหตุบานปลายมากกว่านี้ หลังจากนี้ก็อย่าเล่นพิเรนร์แบบนี้อีกนะครับ ไม่คุ้มเลยจริง ๆ

ขอบคุณข้อมูล : Hoa hoc tro

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...