เกาหลีใต้ เดินตามรอยสหรัฐ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนสูงสุด 38%
"เกาหลีใต้" เดินตามรอยสหรัฐ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนสูงสุด 38% กังวลสินค้าราคาถูกไหลบ่าเข้าสู่ตลาด
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2658เว็บไซต์ Yahoo Finanace รายงานว่า เกาหลีใต้กำลังพยายามเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและผู้ผลิตบางรายของจีน เนื่องจากกังวลว่าสินค้าราคาถูกที่ไหลบ่าเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกันของรัฐบาลทรัมป์
ซึ่งกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมเหล็กของเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลจะพยายามเรียกเก็บภาษีชั่วคราวสูงถึง 38.02% สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำเข้าจากจีน ภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อกระทรวงการคลังอนุมัติ
เกาหลีใต้ยังกำลังพยายามเรียกเก็บภาษีนำเข้าจาก Baoshan Iron & Steel เกือบ 28% และภาษีนำเข้าจากซัพพลายเออร์อื่นๆ เช่น Hunan Valin Xiangtang Iron and Steel ประมาณ 38% โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจากการสอบสวนของรัฐบาลที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2567 หลังจากบริษัท Hyundai Steel Co. ยื่นคำร้องขอให้สอบสวนเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคม ตามคำแถลง
หุ้น Hyundai Steel พุ่งขึ้นถึง 10% ในกรุงโซล ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ผู้ผลิตเหล็กรายอื่นๆ ของเกาหลี เช่น Posco Holdings ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่หุ้น Baoshan Iron & Steel ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในเซี่ยงไฮ้
ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กของจีนเริ่มลดปริมาณการผลิตลง เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ความต้องการลดลง แต่ยังคงผลิตมากกว่าที่สามารถรับได้ภายในประเทศ ทำให้ต้องส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ เมื่อปีที่แล้วการส่งออกเหล็กของจีนพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี
เมื่อต้นเดือนนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมทั้งหมด 25% เพื่อปราบปรามความพยายามของประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าที่มีอยู่ หนึ่งสัปดาห์ถัดมา ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมด 10%
ด้าน Hyundai Steel เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบจากการที่เหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีนและญี่ปุ่นเข้ามาท่วมตลาด ทำให้บริษัทต้องยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาล นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ราคาถูกจากจีนยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Posco Holdings Inc. ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของประเทศต้องปิดโรงงานผลิตลวดเหล็กเส้นอันดับ 1 ในเมืองโพฮัง
อ้างอิง : finance.yahoo.com