โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.กสิกรไทย ครองแชมป์ ThaiESG เตรียมส่งกองทุนผสม ตอบโจทย์คนชอบกระจายความเสี่ยง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 06.39 น.

บลจ.กสิกรไทย ครองแชมป์กลุ่มกองทุน ThaiESG กวาด AUM รวม 2,694.34 ล้านบาท ชู K-TNZ-ThaiESG มีขนาดใหญ่สุดพร้อมขึ้นแท่นกองทุน ThaiESG ที่สามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุด ในขณะที่ K-ESGSI-ThaiESG มีขนาดกองทุนใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มกองทุน ThaiESGตราสารหนี้

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน ThaiESG ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวม 2,694.34 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 23% จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้งหมด 16 บริษัทในตลาด

สำหรับกองทุน ThaiESG ของ บลจ.กสิกรไทย ปัจจุบันมีให้เลือก 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน K-TNZ-ThaiESG เป็นกองทุนแรกของไทยที่มีเป้าหมายสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกองทุนมีกลยุทธ์ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน

ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการแบบเชิงรับ (Passive Management) เพื่อให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด SET100 TRI ส่งผลให้พอร์ตลงทุนมีค่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ต่ำกว่าดัชนี SET100

ทั้งนี้ กองทุน K-TNZ-ThaiESG มี AUM เป็นมูลค่า 2,075.19 ล้านบาท มีขนาดกองทุนใหญ่ที่สุด และเป็นกองทุน ThaiESG ที่ลงทุนในหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี (YTD), 3เดือน และ 6 เดือน อยู่ที่ 7.72%, 13.31% และ 10.87% ตามลำดับ ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด ซึ่งอยู่ที่ 8.48%, 13.57% และ 11.21% ตามลำดับ (ข้อมูล Morningstar ณ วันที่ 31 ต.ค. 67)

ในขณะที่ กองทุน K-ESGSI-ThaiESG ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ESG และมีความเสี่ยงต่ำ ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนเช่นกัน โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐของไทยในกลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% โดยสามารถลงทุนในตราสารดังต่อไปนี้

  • ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ได้แก่ ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability – Linked Bond)
  • ตราสารหนี้ภาครัฐของไทย ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย และ 3) ลงทุนบางส่วนในตราสารหนี้ เงินฝาก และตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผู้ระดมทุนมีทั้งที่เป็นภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน โดยมุ่งนำเงินไปใช้ในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย

ทั้งนี้ กองทุน K-ESGSI-ThaiESG มี AUM เป็นมูลค่า 619.15 ล้านบาท มีขนาดกองทุนใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มกองทุน ThaiESG ตราสารหนี้ และมีผลการดำเนินนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) และ 3 เดือน อยู่ที่ 2.88% และ 1.54% ในขณะที่ดัชนีชี้วัด อยู่ที่ 3.29% และ 1.99% ตามลำดับ (ข้อมูล Morningstar ณ วันที่ 31 ต.ค. 67)

ทั้งนี้ เพื่อให้ บลจ.กสิกรไทย สามารถตอบโจทย์การลงทุนได้ครบทุกระดับความเสี่ยง จึงได้เตรียมเปิดเสนอขายกองทุน ThaiESG กองทุนใหม่ในรูปแบบกองทุนผสมที่ลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง และลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ในทุกสภาวะตลาด โดยคาดว่าจะเปิดเสนอขายในเร็วๆ นี้

นางสาวธิดาศิริ กล่าวว่าการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งกองทุน ThaiESG มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างจุดเปลี่ยนตลาดหุ้นไทยผ่านแนวทางการลงทุนที่เน้นการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทในตลาดหุ้นไทยต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับความคาดหวังด้าน ESG

ดังนั้น กองทุน ThaiESG จึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมการลงทุนให้มีความยั่งยืน แต่ยังเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้ตลาดหุ้นไทยมีการยกระดับและพัฒนาในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...