โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร้อง รุ่นพี่ ป.5 เตะเอวลูกอนุบาลจนเขียว ซ้ำโดน ป.6กรีดเสื้อขาด

Khaosod

อัพเดต 12 ม.ค. 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2568 เวลา 05.34 น.
แม่ร้อง รุ่นพี่ ป.5 เตะเอวลูกอนุบาลจนเขียว ซ้ำโดน ป.6กรีดเสื้อขาด

แม่ร้อง รุ่นพี่ ป.5 เตะเอวลูกอนุบาลจนเขียว ซ้ำโดน ป.6กรีดเสื้อขาด โดยไม่ทราบสาเหตุ หวั่นเรื่องเงียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม เตรียมคุยกับ ผอ.

วันที่ 12 ม.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไทร อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ไปสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นกับผู้ปกครองนักเรียน ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ทรัพย์พระยา อ.นางรอง หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ถูกรุ่นพี่ ป. 5 และ ป.6 ในโรงเรียนเดียวกันชอบกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย

โดยเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.67 รุ่นพี่ ป.5 ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันได้ใช้เท้าเตะที่บริเวณเอวของน้องเอ ล้มทั้งยืนจนมีรอยเขียวช้ำ ขณะที่ ด.ช.เอ ปั่นจักรยานไปเล่นกันน้องของรุ่นพี่ ป.5 ที่หน้าบ้าน

จากนั้นในวันเด็กที่ 11 ม.ค.68 ที่ผ่านมา มีรุ่นพี่ ป.6 อีกคนหนึ่งแกล้ง ด.ช.เอ ด้วยการใช้กรรไกรกรีดคอเสื้อจนขาดทั้งที่อยู่ในโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองของน้องเอ เคยแจ้งผู้ปกครองของรุ่นพี่ ป.6 ตั้งแต่ที่ทำร้ายน้องช่วงปีใหม่ แต่ก็เงียบหายไปไม่เห็นมีการดำเนินการอะไร

ล่าสุดวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา หลานถูกกลั่นแกล้งด้วยการใช้กรรไกรกรีดเสื้อขาดอีก จึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และหลานอาจถูกกลั่นแกล้งหรือทำร้ายรุนแรงกว่านี้อีก

นางจีรพร แม่ ด.ช.เอ ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ผ่านวีดีโอคอล ว่า ตนต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดส่วน ด.ช.เอ ลูกชาย อยู่กับตา ยายที่บ้าน เมื่อช่วงปีใหม่กลับไปเยี่ยมบ้าน ลูกชายมาบอกว่าถูกพี่ ป.5 ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทำร้ายด้วยการใช้เท้าเตะที่เอวอย่างแรง จนมีรอยเขียวช้ำ พอลูกมาเล่าบอกก็ไปแจ้งให้ผู้ปกครองของรุ่นพี่คนกระทำทราบ เพื่อให้ดำเนินการอบรมสั่งสอนและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็เงียบไม่เห็นผู้ปกครองรุ่นพี่มาพูดคุยหรือแจ้งว่าดำเนินการยังไงเลย

จากนั้นตนก็ต้องกลับไปทำงานต่างจังหวัด แล้วแม่ซึ่งเป็นยายของน้องโทรมาบอกว่า วันเด็กที่ 11 ม.ค.68 น้องเอ ถูกรุ่นพี่ ป.6 ที่โรงเรียนแกล้งอีกแล้ว ด้วยการใช้กรรไกรกรีดคอเสื้อจนขาด ตนก็เป็นห่วงลูกชายเกรงจะถูกทำร้ายหรือกลั่นแกล้งอีกเรื่อยๆ ได้แจ้งทางโรงเรียนทราบ

ซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่าจะนัดพูดคุยกันวันที่ 13 ม.ค.68 นี้ แต่กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงร้องเรียนผ่านสื่อด้วย และหากทางโรงเรียนไม่ดำเนินการใดๆ หรือคู่กรณีไม่รับผิดชอบอะไร อาจขอย้ายลูกชายไปเรียนที่อื่นเพื่อความปลอดภัย และก็จะใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไป เพื่อปกป้องลูกชายของตนเองที่ทั้งถูกทำร้ายและถูกกลั่นแกล้ง

ขณะที่ นางทองแดง อายุ 62 ปี ยายน้องเอ ผู้เสียหาย บอกว่า เล่าให้ฟังว่า หลังจากหลานมาบอกว่าถูกพี่ ป.5 เตะจนเอวเขียวช้ำ และต่อมาก็ถูกพี่ ป.6 ใช้กรรไกร ตัดคอเสื้อขาดโดยไม่ทราบสาเหตุเลย ก็เป็นห่วงหลานเพราะหลานแค่เด็กอนุบาล หากทางโรงเรียนไม่ดำเนินการใดๆ ก็เกรงว่าหลานอาจจะถูกแกล้งหรือถูกทำร้ายที่รุนแรงกว่านี้ จะรอดูวันจันทร์นี้ว่าทางโรงเรียนจะดำเนินการยังไง

จากนั้นทีมข่าวได้ เดินทางไปหาครอบครัวของ น้องเอ็ม (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.6 ที่ใช้กรรไกรกรีดเสื้อน้อง พบกับ นายไพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ปู่ของน้อง บอกว่า ตัวเพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าหลานได้ทำจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้สอบถามหลานเลย แต่เท่าที่เห็นหลานเป็นคนไม่ก้าวร้าวพูดจาเชื่อฟัง แต่ตอนนี้หลานอยู่กับแม่ของเขา เพราะพ่อแม่ของหลานแยกทางกัน ส่วนตัวยังให้คำตอบไม่ได้ว่าหลานได้ทำหรือไม่จนกว่าจะได้พูดคุยกัน

นอกจากนั้นทีมข่าวก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียน เบื้องต้นก็ให้ข้อมูลว่า กรณีดังกล่าวหลังจากที่ทราบเรื่อง ก็ได้ลงพื้นที่ไปหาตากับยายของ ด.ช.เอ ที่บ้านทันที เพื่อสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจวันจันทร์นี้ก็จะมีการพูดคุยกันทุกฝ่าย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และหากจะดำเนินการอะไรก็จะต้องนึกถึงความรู้สึกของเด็กทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร้อง รุ่นพี่ ป.5 เตะเอวลูกอนุบาลจนเขียว ซ้ำโดน ป.6กรีดเสื้อขาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...