โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตารัฐบาลฝรั่งเศสล่ม กับวิกฤตงบประมาณที่รออยู่ข้างหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 13.53 น.
มิเชล บาร์นิเยร์ ประกาศการใช้มาตรา 49.3 ผลักดันร่างกฎหมายประกันสังคมโดยไม่ผ่านการลงมติของสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2024 (ภาพโดย Sarah Meyssonnier/REUTERS)

หากไม่มีอะไรผิดคาด รัฐบาลฝรั่งเศสที่มีอายุยังไม่ถึง 3 เดือน จะ “ล่ม” ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากโดนฝ่ายขวาจัดในรัฐสภายื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจโดยพรรคเนชันเนลแรลลี (RN) เกิดขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีมิเชล บาร์นิเยร์ (Michel Barnier) พยายามผลักดันผ่านร่างกฎหมายประกันสังคมโดยไม่ผ่านการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49.3 ที่อนุญาตให้รัฐบาลสามารถผลักดันการออกกฎหมายได้โดยไม่ต้องผ่านการลงมติของสภา ขณะเดียวกัน รัฐธรรมมนูญมาตราดังกล่าวก็เปิดโอกาสให้มีการลงมติไม่ไว้วางใจ ในกรณีที่สมาชิกรฐสภาไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมาย

ดังนั้น เมื่อพรรค RN ซึ่งมีอิทธิพลในรัฐสภาไม่ให้การสนับสนุนและเลือกขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความพยายามดังกล่าวของรัฐบาลจึงไม่ลุล่วง

มารีน เลอ แปง (Marine Le Pen) หัวหน้าพรรค RN กล่าวกับผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ว่า ประชาชนชาวฝรั่งเศสจะไม่ทนกับเรื่องนี้อีกต่อไป และกล่าวว่าบาร์นิเยร์ทำให้ฝรั่งเศสประสบปัญหาหนักขึ้น เขาจึงจำเป็นต้องออกไปจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ธันวาคมนี้ และการลงมติจะเกิดขึ้นในวันที่ 4 หรือ 5 ธันวาคม

ในการลงมติไม่ไว้วางใจ แม้ว่าฝั่งสมาชิกฝ่ายขวาซึ่งนำโดยพรรคเนชันแนลแรลลี ของ มารีน เลอแปง จะไม่มีเสียงเพียงพอที่จะโค่นรัฐบาล แต่คาดว่าสมาชิกสภาจากฝ่ายซ้ายก็จะรวมพลังกับสมาชิกฝ่ายขวาโค่นล้มรัฐบาลแนวร่วมสายกลางลงด้วย

หากผลการลงมติไม่ไว้วางใจเป็นไปตามคาด นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 62 ปี นับตั้งแต่ปี 1962 ที่รัฐบาลฝรั่งเศสต้องประสบกับความอับอายจากการแพ้การลงมติไม่ไว้วางใจ และส่งผลให้บาร์นิเยร์กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสยุคใหม่ โดยอยู่ในตำแหน่งราว 3 เดือน หลังจากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2024 และจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จในวันที่ 21 กันยายน 2024

มีการคาดการณ์กันมาตั้งแต่ต้นว่ารัฐบาลชุดที่แสนเปราะบางนี้จะล่มลงในเวลาเพียงไม่นาน เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการผ่านร่างงบประมาณโดยที่ไม่มีเสียงข้างมากในสภา และความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาลเองเกี่ยวกับนโยบาย “ภาษี”

ความสั่นคลอนง่อนแง่นของรัฐบาลฝรั่งเศส บวกกับความพยายามของรัฐบาลที่พยายามผลักดันมาตรการรัดเข็มขัดที่จะช่วยลดการขาดดุลการคลังมากเกินควร สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน

ต้นทุนการกู้ยืมของฝรั่งเศสพุ่งขึ้นสูงตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ และนายกฯบาร์นิเยร์ถือโอกาสใช้สถานการณ์ของตลาดเตือนว่า ตลาดเงินตลาดทุนของฝรั่งเศสอาจจะเกิดวิกฤตหากตัวเขาถูกโค่นลงจากตำแหน่ง

อองตวน อาร์ม็องด์ (Antoine Armand) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฝรั่งเศส กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ France 2 ในวันอังคารที่ 3 ธันวาคมว่า ฝรั่งเศสกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากความไม่แน่นอนของงบประมาณและอนาคตของรัฐบาล และเขากล่าวโน้มน้าวสมาชิกสภาว่า นักการเมืองมีความรับผิดชอบที่จะไม่ทำให้ประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนโดยการลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ

ทั้งนี้ หากสมาชิกเสียงข้างมาในสภาลงมติไม่ไว้วางใจ บาร์นิเยร์จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายรัฐมนตรี แต่ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) อาจขอให้เขาอยู่ในตำแหน่งรักษาการต่อไปในระหว่างสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจไม่สามารถหาได้ทันในปีนี้ ส่วนการยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้นจะไม่สามารถทำได้ก่อนเดือนกรกฎาคม 2025 ตามที่กฎหมายกำหนดว่าจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 1 ปี หลังการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า

เรื่องที่เร่งด่วนและอันตรายที่สุดสำหรับฝรั่งเศส คือ กฎหมายงบประมาณปีงบฯ 2025 ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา หากรัฐสภาไม่ผ่านร่างงบประมาณภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ รัฐบาลรักษาการอาจใช้อำนาจฉุกเฉินตามรัฐธรรมนูญผ่านร่างงบประมาณได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจเกิดความวุ่นวายในสภาอีกครั้ง เพราะฝ่ายค้านคงไม่ยอมง่าย ๆ แต่หากผ่านร่างงบประมาณไม่ได้ ก็จะเจอกับวิกฤตงบประมาณ และอาจต้องชัตดาวน์หรือการปิดการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ

ตามการรายงานของสื่อฝรั่งเศส ฟร็องส์แว็งต์-กัทร์ (France 24) มาร์ทา ลอริเมอร์(Marta Lorimer) อาจารย์ด้านการเมือง มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ กล่าวว่า การล่มสลายของรัฐบาลบาร์นิเยร์ รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับงบประมาณทั้งหมดจะผลักฝรั่งเศสเข้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย และสิ่งที่เป็นเดิมพันก็คือ “เสถียรภาพทางการเงินของฝรั่งเศส”

“หากรัฐบาลล่ม ฝรั่งเศสจะเข้าสู่ปีใหม่โดยไม่มีงบประมาณ และไม่มีเสียงข้างมากที่ชัดเจนในการผ่านงบประมาณ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะขยายเวลาเบิกจ่ายงบประมาณปีงบฯ 2024 เพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รัฐบาล แต่ก็หมายความว่าจะไม่สามารถนำมาตรการใหม่มาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายหรือการใช้จ่าย และยังไม่ชัดเจนว่างบประมาณใหม่จะผ่านได้อย่างไร หรือเมื่อใด”

จิโอวานี คาโปกเชีย (Giovanni Capoccia) ศาสตราจารย์ด้านการเมืองเปรียบเทียบจากภาควิชาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า แม้แต่การเบิกจ่ายงบประมาณของปีงบฯ 2024 เพื่อใช้ในปี 2025 ก็จำเป็นต้องผ่านการลงมติของรัฐสภา ไม่สามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่มีเหตุจำเป็นที่สมควร และแม้จะทำได้ นั่นก็จะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนสำหรับฝรั่งเศสด้วย

“ทางออกเดียวคือรัฐบาลต้องผ่านร่างงบประมาณโดยอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ทำได้ แต่นั่นหมายถึงรัฐบาลจะต้องลาออก พวกเขาอาจจะเลือกทางนี้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่านี่เป็นสิ่งที่ยอมรับได้หรือไม่”

นอกจากนั้น ทางสุดท้ายที่ศาสตราจารย์คาโปกเชียมองคือ ประธานาธิบดีมาครงอาจต้องใช้อำนาจฉุกเฉินตามมาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญ ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถใช้ได้ “ทุกมาตรการ” ตามความจำเป็นของสถานการณ์ในช่วงวิกฤต

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยนัก และการเลือกทางนี้มีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งสิ่งที่จะเห็นชัดที่สุดคือ ผลกระทบต่อการลงทุนและต้นทุนการกู้ยืม

อ้างอิง :

  • Reuters
  • Bloomberg
  • Politico
  • France 24

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตารัฐบาลฝรั่งเศสล่ม กับวิกฤตงบประมาณที่รออยู่ข้างหน้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...