เดินหน้ารับฟังความคิดเห็น ‘เลื่อนเปิด-ปิดเทอม’ เร็วขึ้น คาดเริ่มภาคเรียนแรก ปีการศึกษา 2568
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • The Bangkok Insightสพฐ. เดินหน้ารับฟังความคิดเห็น "เลื่อนเปิด-ปิดเทอม" เร็วขึ้น คาดเริ่มภาคเรียนแรก ปีการศึกษา 2568 เผย 80% เห็นด้วย
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ครั้งที่ 3/2568 โดยนำข้อสั่งการของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน
เลื่อนเปิด-ปิดเทอม เริ่มภาคเรียนแรกปี 2568
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ได้หารือเรื่องความคืบหน้าการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียน ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักที่เกี่ยวข้องไปประชุมร่วมกับผู้ที่มีผลกระทบกับการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียน ทั้งสังกัดเอกชน อาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตชด. หรือสำนักพระพุทธศาสนา ที่มีโรงเรียนในสังกัด
โดยเชิญมาร่วมรับฟังความคิดเห็นว่าจะต้องมีการปรับแก้อะไรบ้าง หากเราปรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม และปิดภาคเรียนวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณพอดี ก็จะมีผลดีในเรื่องของการจัดทำแผน การบริหารงบประมาณ การย้ายครู/ผอ.โรงเรียน ขณะที่เด็กนักเรียนก็จะมีเวลาปิดภาคเรียนที่ 1 มากขึ้น ทำให้เด็กได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ครูก็จะได้มีเวลาเตรียมการสอนมากขึ้น
ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 นี้
กพฐ.พิจารณาแก้ไขระเบียบเพื่อให้เข้ากับบริบทในปัจุบัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ การประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเพื่อแก้ไขระเบียบศธ. ว่าด้วยปีการศึกษาการเปิดและปิดภาคเรียน พ.ศ. 2549 เพื่อให้เข้ากับบริบทในปัจุบัน
โดยมีแนวคิด เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม และเลื่อนวันปิดภาคเรียนที่ 1 จากวันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้ตรงกับปีงบประมาณ
80% เห็นด้วยเลื่อนเปิด-ปิดเทอม
โดย สพฐ. ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 47,467 คน แบ่งเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการศึกษา ฯลฯ พบว่า เห็นด้วย 80.30% ไม่เห็นด้วย 16.91% และอื่นๆ 0.79%
โดยผู้ที่เห็นด้วยมีประเด็นเห็นชอบดังนี้
1. เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาเนื่องจากสอดคล้องกับปีงบประมาณสะดวกต่อการบริหารจัดการด้านการเบิกจ่ายอาหารกลางวันอาหารเสริม (นม) และการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ
2. เป็นประโยชน์กับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พฤษภาคม สามารถเข้าเรียนได้เลย ไม่ต้องรอเข้าเรียนในปีการศึกษาถัดไป
3. เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารอัตรากำลัง เนื่องจากการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน แต่เดิมกำหนดปิดภาคเรียนในวันที่ 11 ตุลาคม ส่งผลต่อการบริหารจัดการด้านอัตรากำลัง
4. เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา
5. เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.3 และ ม.6 มีโอกาสแก้ผลการเรียนให้จบทันปีการศึกษา โดยการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้นักเรียนที่มาแก้ผลการเรียนดำเนินการได้สะดวกกว่าการที่โรงเรียนเปิดวันที่ 16 พฤษภาคม อีกทั้งยังลดความเลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้จบการศึกษาเพิ่มขึ้น สามารถใช้วุฒิการศึกษา ไปทำงานหรือเรียนต่อได้ทันปีการศึกษาถัดไป
ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วย ดังนี้
1. ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมมีสภาพอากาศร้อนไม่เหมาะสมต่อการจัด กิจกรรมหรือการจัดการเรียนการสอน
2. ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมมีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวันส่งผลให้ต้องหยุดเรียน อาทิ วันแรงงาน วันฉัตรมงคล วันพืชมงคล วันวิสาขบูชา
3. การปรับเปลี่ยนวันเปิดภาคเรียนเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการเท่านั้น ไม่ส่งผลประโยชน์ต่อผู้เรียน 4. การเปิดและปิดภาคเรียนแบบเดิมมีความเหมาะสม
นอกจากนี้ยังมีความเห็นอื่น ๆ เช่น ควรนับวันครบอายุเข้าเรียนตามปี พ.ศ. เพื่อให้เข้าเรียนในระดับชั้นอนุบาล และระดับชั้นประถมศึกษาได้อย่างเหมาะสม, ควรกำหนดกรอบระยะเวลาเปิดภาคเรียนแบบยืดหยุ่นเพื่อให้สถานศึกษาบริหารจัดการตามบริบทและความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
และมอบหมายให้ สพฐ. ไปดำเนินการรับฟังความเห็นจากหน่วยงาน และส่วนราชการ อื่นๆ รวมถึงโรงเรียนเอกชนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหากประกาศใช้ระเบียบใหม่ ทุกหน่วยงานในสังกัดศธ.ต้องปฏิบัติตามไม่ว่าจะเป็น สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ดังนั้นต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรอบคอบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'โฆษก ศธ.' ย้ำชัด!! ระเบียบ 'ทรงผมนักเรียน' ยกเลิกแล้ว!
- ‘สมศักดิ์’ จ่อชงครม. ให้หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ พิจารณา WFH ได้ เมื่อค่าฝุ่นพุ่ง
- เช็กเลย! ครม. เคาะเพิ่ม 3 กลุ่มโรค ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร
ติดตามเราได้ที่