โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผัวขี้ระแวง! เมียสุดทนขอเลิก เจอสากกะเบือฟาด ฝ่ายหญิงโมโหคว้ามีดกะซวกคืน

Khaosod

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 22.56 น.

ปทุมธานี - ผัวขี้ระแวงหาว่ามีกิ๊ก เมียสุดทนขอเลิก ผัวไม่ยอมคว้าสากกะเบือฟาดเมียต่อหน้าลูก ฝ่ายเมียโมโหคว้ามีดกะซวกคืน จนผัวล้มเสียชีวิตต่อหน้า

23 ม.ค. 2568 เวลา 01.00 น. พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุสามีภรรยาทะเลาะวิวาทกันจนมีผู้เสียชีวิต บริเวณหอพักแห่งหนึ่ง ม.1 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวิชา ชั้นงาม รรท.ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.กัณณพงศ์ พุทธชาติ รอง ผกก.ป.สภ.ปากคลองรังสิต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 5 ชั้น บริเวณภายในห้องชั้น 4 พบร่าง นายมนัส อายุ 32 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดเข้าใต้ราวนมซ้าย 1 แผล ภายในห้องพบร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย มีมีดปลายแหลมทำครัวเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือ ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.อรชร อายุ 27 ปี ภรรยา ได้อุ้มลูกน้อยอายุ 8 เดือน นั่งร่ำไห้รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

น.ส.อรชร ให้การทั้งน้ำตาว่า สามีมีอาชีพเข็นผักอยู่ตลาดสี่มุมเมือง ส่วนตนไม่ได้ทำงาน เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุสามีชวนทะเลาะเรื่องหึงหวง ระแวงหาว่าตนมีกิ๊ก ตนจึงบอกสามีว่าถ้าไม่เชื่อใจกันก็ต่างคนต่างอยู่ จะได้โทรไปบอกแม่ว่าจะกลับบ้าน

จากนั้นตนได้เดินออกจากห้อง แต่ถูกสามีเข้ามากระชากคอบอก "มึงจะไปอยู่กับมันเหรอ" ตนจึงบอกไปว่า "ถ้าพูดอย่างนี้ก็เลิกกันไปเถอะ" พูดจบปุ๊บสามีเอาสากกะเบือมาฟาดศีรษะตนจนลูกร้อง ตนก็บอกว่าสงสารลูกบ้างไหม ตนจึงประคองตัวเดินไปอุ้มลูก แต่สามีได้ใช้เท้าถีบตนจนล้มลงกับพื้น ก่อนถือสากกะเบือจะมาฟาด ตนเลยคว้ามีดแทงสวนไปจนสามีล้มฟุบเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย" ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผัวขี้ระแวง! เมียสุดทนขอเลิก เจอสากกะเบือฟาด ฝ่ายหญิงโมโหคว้ามีดกะซวกคืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...