Business Today Thai Politics 6 ธันวาคม 2567
‘แพทองธาร’ ยันรัฐบาลไม่มีแผนขึ้นแวตเป็น 15%
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องหารือในกรณีที่มีข่าวว่า รัฐบาลจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือVAT เป็น15% ซึ่งประกอบไปด้วยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี
โดยได้ข้อสรุปดังนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า 1. ไม่มีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เป็น 15% 2. กระทรวงการคลังซึ่งกำลังศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย ซึ่งต้องมองทั้งระบบให้ครบทุกมิติและเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3. ที่ผ่านมาแต่ละประเทศในโลกหากจะมีการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศอื่นๆนั้นต้องใช้เวลาศึกษาและปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปบางประเทศใช้เวลาปรับเปลี่ยนกว่า 10 ปี และ 4. นโยบายหลักของรัฐบาลคือ การลดรายจ่ายของประชาชน เพิ่มรายได้ขยายโอกาส และลดรายจ่ายภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐ ควบคู่กันไป กับการหาโอกาสจากการสร้างรายได้ใหม่ๆให้ประชาชน ทั้งหมดนี้ เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนคนไทย
“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจค่ะว่า การทำงานของรัฐบาล เราดำเนินการด้วยความรัดกุม รับฟังทุกภาคส่วน และยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยของเราทุกคนค่ะ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกฯสั่งเตรียมพร้อมรับลูกเรือประมงไทยจากเมียนมา
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยเมื่อเวลา 11:00 น. ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า ในส่วนของประเทศไทยได้เตรียมพร้อมในการรอรับ 4 คนไทยที่จะข้ามกลับมา ที่จังหวัดระนอง ซึ่งจากการรายงานจากส่วนหน้าพื้นที่จังหวัดระนองแจ้งว่า คาดว่าจะเป็นช่วงบ่ายวันนี้ที่จะส่งคนไทยมายังจังหวัดระนอง บริเวณ ท่าเรือประภาคาร ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดของคณะกรรมการส่วนชายแดนท้องถิ่นหรือ TBC ของทั้งสองประเทศอยู่
กระทรวงสาธารณสุขได้ รายงานว่าได้เตรียมความพร้อมไว้คือ แผนการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 4 คนและครอบครัวโดยทีมสุขภาพจิตของ รพ.ระนอง และมีทีมแพทย์ประกอบด้วย นายแพทย์นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์ สสจ.ระนอง นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการ รพ.ระนอง รองแพทย์ รพ.ระนอง จิตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน พยาบาลจิตเวช พยาบาลหน่วยปฐมพยาบาล ทีมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รพ.ระนอง
ทีมกรมสุขภาพจิต นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้สั่งทีมสุขภาพจิตเตรียมข้อมูลพื้นฐานของทั้ง 4 ครอบครัว และได้เตรียมพร้อมให้การประเมินและดูแลทั้ง 4 ครอบครัวเมื่อเดินทางมาถึง โดยรพ.ระนอง จะนำรถพยาบาลไปรับทั้ง 4 คนและนำมาที่ รพ.ระนอง เพื่อตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพจิต เบื้องต้นก่อน
จากนั้นจะประเมินปัญหาเรื่อง การตอบสนองของจิตใจต่อความเครียดรุนแรง (reaction to severe stress) เพื่อป้องกันโรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง หรือ โรค PTSD ระยะยาว พร้อมทั้ง วางแผนการดูแลปัญหาโรค PTSD ในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะช่วยวางแผนด้านอาชีพและเศรษฐกิจให้กับครอบครัวรวมทั้ง
การเชื่อมโยงในการวางแผนและลงพื้นที่ ทั้ง MCATT ในพื้นที่ระนอง และหน่วยงานของกรมสุขภาพจิตของ กระทรวงโดยรพ.ระนอง ได้จัดทีมจิตแพทย์และหอผู้ป่วย หากมีความจำเป็นต้องแอดมิด ก็สามารถแอดมิดได้ที่ รพ.ระนอง หรือรพ.สวนสราญรมย์
ขณะนี้ทราบกำหนดการเบื้องต้นแล้วว่า คณะลูกเรือทั้ง 4 ท่าน จะออกเดินทางจากเกาะสอง เวลา 12.30 น.โดยสารทางเรือสปีดโบ๊ท ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึงฝั่งระนอง ที่ท่าเรือประภาคาร ซึ่งทางทีมแพทย์สาธารณสุขพร้อมสำหรับการรับตัวคณะลูกเรือทันที่เดินทางทาถึง
“ภูมิธรรม” รับ JTC ยังไม่คืบ ลั่นเกาะกูดเป็นของไทย
วันที่ 6 ธันวาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (เจทีซี) ว่า ยังไม่คืบหน้า อยู่ระหว่างหารือ เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่ได้แจ้งว่าจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันไหน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจากสื่อกัมพูชา ระบุว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บอกเกาะกูดยังไม่ตกลงว่าเป็นของใคร ต้องรอเจรจา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบว่า ฮุน มาเนต พูดอย่างไร แต่ยืนยันชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นของไทย ตอนที่คุยกันไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้ และตนเองไม่ได้คุยกับฮุน มาเนต
ส่วนตัวมองว่าเราเป็นรัฐบาลต้องดูข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนค่อยออกความเห็น เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นการเมืองระหว่างประเทศ ถ้าเพียงแค่ฟัง และได้รับทราบมาแล้วมีท่าทีออกไปเลยคงไม่เหมาะสำหรับการเมืองระหว่างประเทศ
“พีระพันธุ์” ลุยพื้นที่น้ำท่วม เร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย สงขลา – พัทลุง
วันนี้ ( 6 ธันวาคม 2567) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
โดยได้เดินทางไปยัง คลองระบายน้ำที่ 1 คลองภูมินาถดำริ (สะพานคลอง ร.1) ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา จากนั้นได้เดินทางต่อไปยัง ศาลากลางจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม ติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย และกำกับติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 5
ในช่วงบ่ายวันนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดพัทลุง ที่หอประชุมโรงเรียนพนางตุง ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พร้อมทั้งตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและมอบสิ่งของให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลพนางตุง ตำบลทะเลน้อย และ ตำบลมะกอกเหนือ จากนั้น จึงเดินต่อไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย (น้ำทะเลหนุน) ที่ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุน และโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง
“การเดินทางไปตรวจราชการครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมข่วยเหลือ ฟิ้นฟู เยียวยาให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ ” นายพีระพันธุ์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 – มีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวนทั้งหมด 11 อำเภอ 64 ตำบล 613 หมู่บ้าน 1 เทศบาล (10 ชุมชน)มีผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อน จำนวน 304,178 คน 117,713 ครัวเรือน ซึ่งในวันนี้ยังมีพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมเหลืออยู่เพียง 5 อำเภอ 16 ตำบล 61 หมู่บ้าน ซึ่งทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดพัทลุงได้ร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่องแล้ว
“เอกนัฏ” สั่งล้างบางเหล็กเส้นไร้คุณภาพ ยึดของกลางกว่า 200 ล้าน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกะทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีการนำเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต และเหล็กข้ออ้อย ที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายในท้องตลาด จึงได้ส่งชุดตรวจการณ์สุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นางสาว ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม, นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายนนทิชัย ลิขิตาภรณ์
ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 1 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่ สมอ. เข้าตรวจสอบ บริษัทแห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ได้ขยายผลมาจากโฆษณาขายเหล็กเส้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาถูกกว่าความเป็นจริง ซึ่งก็พบว่ามีการผลิตเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐานตามข้อร้องเรียน
“เจ้าหน้าที่ สมอ. ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบภายในโรงงาน และโกดังสินค้า สามารถยึดอายัดเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐานน้ำหนักหมื่นกว่าตัน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พร้อมสั่งให้บริษัทเรียกคืนสินค้าที่จำหน่ายไปกลับคืนมา และดำเนินดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป”
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ เป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กข้ออ้อย ที่ใช้ในการหล่อเป็นตัวเสาหรือตัวคาน สำหรับงานก่อนสร้างอาคาร, คอนโดมิเนียม, ถนนคอนกรีต และสะพาน ซึ่งล้วนแล้วแต่สุ่มเสี่ยงให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรงกับพี่น้องประชาชน จึงต้องเร่งจับกุมปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
รวมทั้งในส่วนของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ปล่อยให้มีการโฆษณาขายสินค้าไม่ได้มาตรฐานก็จะถูกดำเนินคดีด้วย เพราะถือว่ามีความผิดในฐานะผู้โฆษณา และร่วมจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน มีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ขอความร่วมมือแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยกันตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ที่ขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆสามารถประสานมายัง สมอ.ในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการตรวจสอบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ สมอ. พร้อมให้คำแนะนำและบริการ เพื่อให้ผู้บริการต่างๆและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็วและเชื่อถือได้จาก สมอ.” นายเอกนัฏ กล่าว