โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 02 ม.ค. 2568 เวลา 22.49 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 22.49 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2568

>> เพลิงไหม้โรงงานผลิตใยสังเคราะห์ย่านบางปู ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันเข้าควบคุม

06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้โรงงาน ภายในซอยเทศบาลบางปู 73 หรือซอยทีเจซี ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะ โกดังโรงงานปลูกติดกันหลายหลัง โดยเจ้าหน้าที่ พบ เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในโกดังอย่างรุนแรง ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้า คนงานที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานได้เข้ามาช่วยกันขนออกจากโรงงา ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้ เพื่อไม่ให้เพลิงนั้นลุกลามไปโกดังข้างเคียง แต่การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากด้านในโรงงานเต็มไปด้วยวัสดุที่ติดไฟง่าย เต็มไปด้วยใยสังเคราะห์ ซึ่งเพลิงได้ไหม้ไปแล้ว 1 โกดังและอยู่ระหว่างระหว่างลุกลามเข้าโกดังที่ 2 โดยทางเจ้าหน้าที่ต้องประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลใกล้เคียงเพิ่มเติม โดยโรงงานดังกล่าวนั้นยังหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่

จากการสอบถาม รปภ ของโรงงานดังกล่าว เล่าว่า ไฟไหม้เมื่อช่วงตี 5 เกือบ 6 โมง ซึ่งเป็นช่วงโรงงานปิดปีใหม่ 3 วัน มีช่างโรง 2 คน และ ตนเอง รวม 3 คน ดูแลโรงงาน ซึ่งเพลิงได้ไหม้ที่โกดังสุดท้ายก่อนลุกลามไปโกดังข้างเคียง ซึ่งคาดว่าจะเกิดน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากไม่มีคนงานทำงาน

ขณะที่ พล.ต.อ. วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังการตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ. อนัน ชัยชาญ รองผู้บังคับการฯ และ ผู้กำกับการ สภ.บางปู เจ้าหน้าที่ปภ.จังหวัดสมุทรปราการ และฝ่ายปกครอง และสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และให้กำลังใจกับทางเจ้าของโรงงาน โดยทางด้านเจ้าของโรงงานนั้นถึงกับร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เคยถูกไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ในส่วนของมลพิษจากกลุ่มควันของโรงงานนั้น ขณะนี้ยังไม่กระทบต่อประชาชนและชุมชนแต่อย่างใด โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กันนั้นยืนยันไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกลุ่มควันลอยสูงและทิศทางลมออกไปทางทะเล จึงไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท สำหรับโรงงานแห่งนี้ เคยเกิดเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

>> แก๊สระเบิด ในห้องครัวบ้านญาติ "ต๊อบ เถ้าแก่น้อย" บาดเจ็บ 2 ราย

07.00 น. สน.ดอนเมือง ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ภายในซอยเทิดราชัน 9 ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

ที่เกิดเหตุ เป็นลักษณะโครงการบ้านพักขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ภายในมีบ้านพักเพียง 3 หลัง บริเวณห้องครัว พบเครื่องครัว โต๊ะ เก้าอี้ ประตู หน้าต่าง พังเสียหายกระจัดกระจาย ทั้งนี้ยังพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 26 และ อายุ 35 ปี มีบาดแผลไฟลวกบริเวณมือ เท้า และใบหน้า ศีรษะ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่ง รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

จากการสอบถามผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่าแก๊สได้ระเบิดขณะที่กำลังเปิดเตาแก๊ส ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะเป็นเพราะขณะผู้บาดเจ็บกำลังจุดเตา แต่ไฟที่เตาไม่ติดทำให้มีแก๊สสะสม เมื่อพยายามจุดอีกทำให้เกิดประกายไฟและเกิดระเบิดขึ้น

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของญาตินักธุรกิจหนุ่มพันล้าน "ต๊อบ อิทธิพัทธ์" เจ้าของแบรนด์สาหร่ายชื่อดัง "เถ้าแก่น้อย" แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดระเบิดอย่างละเอียดอีกครั้ง

>> รถกระบะเสียหลักขนต้นไม้ข้างทาง ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิตยกคัน 7 ศพ

07.11 น. สภ.ไชยา รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนต้นไม้ร่องกลางถนนและมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในยานพาหนะ ริมถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วงหลัก กม.124 ฝั่งตรงข้ามสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาไชยา ในพื้นที่ ต.ป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีเทา ป้ายทะเบียน 3494 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ใหญ่ร่องกลางถนน ด้านหน้ารถยุบพังถึงห้องโดยสาร จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 4 รายร่างติดอยู่ภายในตัวรถ 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ถูกอาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลไชยา และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย โดยเป็น ชายไทย 2 ราย, หญิงไทย 3 ราย และเด็กชาย 2 ราย

เบื้องต้น ทราบว่าทั้งหมด 7 รายเป็นญาติกัน เดินทางจาก อ.ปะทิว จ.ชุมพร จะไป จ.ตรัง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆ รถได้เสียการทรงตัว และเสียหลักจะไปชนรถตู้ที่จอดรับนักเรียนอยู่ริมถนนด้านซ้าย คนขับจึงหมุนพวงมาลัยหลบรถตู้ก่อนจะไปพุ่งชนต้นไม้อย่างจัง

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเกิดเหตุรถชนต้นไม้ครั้งนี้ อยู่ห่างจากเหตุรถบัสชนต้นไม้และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เมื่อวันที่ 1 ม.ค. เพียง 4 กม.เท่านั้น

>> นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีตักบาตรทำบุญขึ้นปีใหม่ 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล

07.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส เป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมถวายผ้าไตรและถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์
จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส นำคณะรัฐมนตรี ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 68 รูป บริเวณรอบสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่

>> รถกระบะเสียหลักลงข้างทาง ชนท่อและคันดิน เสียชีวิต 2 ราย

11.11 น. รับแจ้งจากโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธ มีอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักลงข้างทาง แล้วชนกับท่อระบายน้ำ มีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนสาย สีคิ้ว - ชัยภูมิ บริเวณหน้าทางเข้าวัดบ้านโนนระเวียง ในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นคราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถกะบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน 6561 กทม. ลักษณะเสียหลักลงข้างทาง แล้วชนกับท่อระบายน้ำและคันดิน ตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายใน 3 ราย ทางอาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือ และนำส่ง รพ.ใกล้เคียง เป็นชายไทย จำนวน 1 ราย ส่วนอีก 2 รายได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นหญิงไทย อายุ 51 ปี และอายุ 52 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด

>> แม่ใจร้ายคลอดลูกช่วงปีใหม่ แต่นำไปทิ้งกองขยะ

11.30 น. เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วงกู้ภัยอยุธยา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บ่อขยะ ว่าพบศพทารกแรกเกิด เพศชาย อายุครรภ์ประมาณ 9 เดือน ถูกนำมาทิ้งไว้ ภายในบ่อขยะ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เกิดเหตุ พบร่างเด็กทารก 1 ราย คาดว่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 2 วัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบาล เข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้นนั้น ไม่ทราบว่าศพเด็กแรกรายนี้ ถูกทิ้งมาจากรถขยะของเทศบาลใด เพราะเป็นจุดทิ้งรวม มีหลายจังหวัดนำมาทิ้งจุดนี้ ซึ่งก็ยากกับการตรวจสอบ

ขณะที่แพทย์โรงพยาบาลบางบาล ชันสูตรพบว่า สายสะดือเด็กถูกตัด และมีอวัยวะครบ 32 ประการ เด็กน่าจะคลอดออกมาแล้วถูกนำมาทิ้งจนเสียชีวิต ในถังขยะ ก่อนที่รถขนขยะขนมาทิ้งช่วงปีใหม่ จะนำมาทิ้งในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบาล จะดำเนินการสอบสวนเพื่อติดตามหาพ่อแม่เด็กมาดำเนินคดีต่อไป

>> การรถไฟฯ เผยภาพรวมวันที่ 1 ม.ค. ผู้ใช้บริการรถไฟเกือบ 1.1 แสนคน

11.44 น. นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (2 มกราคม 2568) ยังคงมีผู้โดยสารทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนของขบวนรถทางไกล และขบวนรถชานเมือง ซึ่งการรถไฟฯ ได้เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเคร่งครัด

สำหรับภาพรวมเมื่อวานนี้ (1 มกราคม 2568) การรถไฟฯ ได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 5 ขบวน และเพิ่มตู้โดยสารจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่มีเดินประจำ ซึ่งภาพรวมการเดินทางด้วยรถไฟของประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวนทั้งสิ้น 106,219 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขาออก 48,156 คน ผู้โดยสารขาเข้า 58,063 คน โดยเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด คือ สายใต้ 35,403 คน รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ 26,725 คน สายเหนือ 19,710 คน สายตะวันออก 12,666 คน สายมหาชัย 10,050 คน และสายแม่กลอง 1,665 คน

>> 10 วันอันตราย เสียชีวิต 272 บาดเจ็บ 1,694 จ. สุราษฎร์ธานีขึ้นแท่นแชมป์อุบัติเหตุ – บาดเจ็บ – เสียชีวิต

11.45 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานแถลงข่าวการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 และแถลงข้อมูลช่วง 10 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 วันที่ 6 (1 ม.ค.68) ว่า เกิดอุบัติเหตุ 339 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต จำนวน 50 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.14 ผู้บาดเจ็บจำนวน 346 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.52 โดยจังหวัดเกิดอุบัติเหตุสูงสุด สุราษฎร์ธานี จำนวน 24 ครั้ง รองลงมาคือ สงขลา 13 ครั้ง ประจวบคีรีขันธ์และลพบุรี 12 ครั้ง

ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ สุราษฎร์ธานี 7 ราย รองลงมาคือ ประจวบคีรีขันธ์ มหาสารคาม และสระแก้ว 3 รายและปทุมธานี ศรีสะเกษ สกลนคร อุดรธานี เชียงใหม่ และเพชรบุรี 2 ราย

ส่วนจำนวนอุบัติเหตุสะสมระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 1 มกราคม 2568 รวม 6 วัน มีจำนวนอุบัติเหตุสะสม 1,739 ครั้ง จำนวนผู้เสีย ชีวิต 272 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บ 1,694 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ สุราษฎร์ธานี 63 ครั้งรองลงมาได้แก่ภูเก็ต 53 ครั้งและเชียงราย 50 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 12 รายรองลงมาที่เขตกรุงเทพมหานคร 11 รายและนนทบุรีและอุดรธานี 10 ราย
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ สุราษฎร์ธานี 73 คนรองลงมาได้แก่ภูเก็ต 54 คนและชุมพร 50 คน

>> เตรียมฝากขัง หนุ่มหมัดหนัก ไล่ชกแหลกคนหน้าเวทีรถแห่บาดเจ็บหลายราย

12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี นายตอ (นามสมมุติ) หนุ่มหมัดหนักไล่ชกคนหน้าเวทีรถแห่ ที่ จ.สกลนคร จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย ก่อนจะถูกรวบตัวได้ในเวลาต่อมานั้น

ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้คุมตัว นายตอ ผู้ก่อเหตุภายหลังนำตัวออกมาสอบสวนแล้วนำกลับเข้าไปคุมขัง จากการสังเกต นายตอ มีสภาพอิดโรย ใบหน้าปูดบวม มีแผลแตกบริเวณหัวพูดจาวกวนไปมา พร้อมกับอ้างว่า "มีคนจะมาฆ่าตน ตนจึงออกไปให้เขาฆ่า แต่ไม่มีใครฆ่าตน" และไม่ตอบคำถามอื่น

ด้าน พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ พ.ต.อ.กัมปนาท เศรษฐ์ฤทธิกุล ผกก.สภ.พรรณานิคม ติดตามความคืบหน้าของคดีพร้อมทั้งเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้วจำนวน 5 ราย ในข้อหา "ทำร้ายร่างกายผู้จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ" ส่วน นายตอ ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ระหว่างรอสร่างเมาแล้วจะสอบปากคำอีกครั้ง เบื้องต้น นายตอ ยอมรับว่ากินเหล้าประกอบกับเสพยาเสพติดด้วย ทั้งนี้ พบว่าเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพบสารเสพติดในร่างกาย มีประวัติใช้ยาเสพติดจนป่วยจนขาดการรักษาต่อเนื่อง

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์ว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ที่ถูกนายตอ ชกจนสลบ ได้รับอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ หากเกิดการสูญเสียขึ้นก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม และหากตรวจสอบแล้วผู้บาดเจ็บรายดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกแต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน อย่างถูกต้อง ก็จะเพิ่มข้อกล่าวหาทำร้ายเจ้าพนักงานเข้าไปด้วย เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายฯ และเสพสารเสพติด

>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถบรรทุกอ้อย สภาพรถพังยับ พบสาหัส 1 และดับ 3 ราย

12.10 น. มูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ศูนย์วิทยุ "เสมอกันด่านช้าง" ได้รับแจ้งเหตุ รถเก๋งชนกับรถบรรทุกอ้อย บนเส้นทาง 3008 (วังคัน-บ้านไร่) บ้านรุ่งอรุณ หมู่ที่ 8 ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ใกล้รอยต่อกับเขตจังหวัดสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถ10 ล้อบรรทุกอ้อย ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ลักษณะพุ่งลงข้างทาง และห่างไปเล็กน้อย พบรถนั่งส่วนบุคคล เอ็มจี สีเหลือง ป้ายทะเบียน มุกดาหาร สภาพหน้ารถพังเสียหายยับ และพบว่ามีผู้รับบาดเจ็บอาการสาหัสจำนวน 4 ราย เป็นชาย 2 รายและเป็น หญิง 2 ราย ติดภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การช่วยเหลือด้วยการใช้อุปกรณ์ตัดถ่างดำเนินการผู้บาดเจ็บออกมาจากยานพาหนะ ช่วยเหลือทำซีพีอาร์เต็มที่

แต่ที่สุดผู้ประสบเหตุได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย เป็นผู้ชายไทย 2 และผู้หญิงไทย 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส เป็นหญิง 1 ราย ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวจนท.ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม สภ.บ้านไร่ อุทัยธานี

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายทั้งหลัง พร้อมเครื่องมือ - เครื่องจักร อุปกรณ์การเกษตรวอดหมด

13.30 น.เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลอุดมธัญญา เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ บ้านสระเกตุโมรี หมู่ที่12 ตำบลอุดมธัญญา อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เพลิงได้ลุกไหม้รุนแรง ทางอาสาบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยรถดับเพลิง เข้าระงับเหตุ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้นบ้านเสียหายหมดทั้งหลัง พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร, รถแทรกเตอร์ เสียหายทั้งหมด ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าเกิดมาจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

ในส่วนของสาเหตุและค่าเสียหายอยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากฟ้า

>> นายสนธิญา ร้องรัฐบาลสอบปม “ทักษิณ” พบ “อันวาร์” แจกเงินหมื่น - MOU44

15.18 น. นายสนธิญา สวัสดี เดินทางยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลตรวจสอบทั้งหมด 4 ประเด็น โดยเรื่องแรก อยากให้รัฐบาลติดตามโซเชียลฯ ถึงกรณีที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาล และด่าทอกลุ่มที่ร้องเรียนหรือพวกที่แจ้งความดำเนินคดีซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้าม จึงอยากให้รัฐบาลดูในเรื่องนี้บ้าง ,กรณีนายทักษิณ ชินวัตร นัดพบ กับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เจอกันที่ไหน ฝั่งไทยหรือฝั่งมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายได้รับอนุญาต จากประเทศนั้นๆ แล้วหรือไม่ ,นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้กับคนไทย โดยในกลุ่มอายุ 16 ปี ขึ้นไปจนถึง 59 ปี ที่ยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ว่าจะมีการใช้งบประมาณจากที่ใด และจะแจกเมื่อไหร่ และทวงถามเรื่อง MOU 44 ที่เคยยื่นให้นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบ กรณีที่ประเทศกัมพูชาลากเส้นแบ่งเขตทับซ้อนทางทะเลผ่ากลางเกาะกูดประเทศไทยนั้น ขัดต่อสนธิสัญญา ไทย ฝรั่งเศสและกฎหมายสากลทางทะเลที่ประเทศกัมพูชาไม่ได้เป็นสมาชิกหรือไม่ และเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ประกาศยกเลิก MOU 44 ดังกล่าว

ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีในกรณีที่มีผู้ด่าทอไปจนถึงบุพการีหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว แต่หากไม่หยุดพฤติกรรมตนเองมีทีมทนายความที่ดูแลคดี ในอนาคตก็อาจจะแจ้งความก็ได้

>> ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด 3 อดีต ส.ส.กรณีฝากบัตรให้ผู้อื่นลงมติแทน ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงินโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อปี 2566 ฟ้องศาลฟันอาญา

15.29 น. นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 3 ราย ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว และนายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

การไต่สวนพบว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีการใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของ ส.ส.ทั้ง 3 รายแสดงตนและลงคะแนน ทั้งที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในที่ประชุม เนื่องจากเดินทางไปต่างจังหวัดโดยเครื่องบิน

คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน พร้อมหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

>> รถบัสเสียหลักชนด่านเก็บเงิน ถนนมอเตอร์เวย์ มีนักท่องเที่ยวบาดเจ็บหลายสิบราย

18.46 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุ รถบัสเสียหลักพุ่งชนด่านเก็บเงิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดที่ ด่านเก็บเงินโป่ง ถนนมอเตอร์เวย์ (ทล.7) ฝั่งขาเข้าพัทยา ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนเข้ากับตู้เก็บเงินทางด่วน และแบริเออร์ ก่อนไถลไปชนท้ายรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ จนได้รับความเสียหายยับเยิน ในขณะที่พลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ช่วยกันอพยพคนลงจากรถบัสอย่างโกลาหล แล้วพาออกห่างจากตัวรถ เนื่องจากตัวรถมีน้ำมันรั่วส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่ว

ในที่เกิดเหตุยังพบผู้บาดเจ็บกระเด็นออกจากตัวรถ ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงที่พลเมืองดีช่วยกันลำเลียงออกจากตัวรถ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 33 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 27 ราย แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากรถบัส 30 ราย และรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนทยอยเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

สอบถาม พนักงานรักษาความปลอดภัยของทางหลวงมอเตอร์เวย์ ให้ข้อมูลว่า สังเกตเห็นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำนั้น ชะลอตัวเพื่อนจะผ่านช่องทางเก็บเงิน ส่วนรถบัสมาด้วยความเร็วในเลนที่ทางเจ้าหน้ามี่ใช้กรวยยางปิดเส้นทางจราจรไว้ แล้วเปลี่ยนเลนอย่างกระทันหัน ก่อนจะเสียหลักพุ่งอัดกับตู้เก็บเงิน และแบริเออร์ รวมถึงพุ่งชนท้ายรถยนต์ จนได้รับความเสียหาย สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก แต่ด้วยทุกคนได้กลิ่นน้ำมันที่รั่วออกจากตัวรถ จนต้องช่วยกันอพยพนักท่องเที่ยวออกมาเพื่อความปลอดภัยดังกล่าว

>> รถจักรยานยนต์ 2 คันและรถกระบะเฉี่ยวชนกัน พบผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 2 ราย

18.57 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยพิษณุโลก ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ 2 คันและรถกระบะเฉี่ยวชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนในพื้นที่ หมู่ 11 บ้านด่าน ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ล้มคว่ำข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย และห่างออกไป พบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก จอดอยู่โดยที่ใต้ท้องรถ พบร่างผู้เสียชีวิตชายอีก 1 ราย ตรวจสอบผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 รายทราบชื่อ นายไพรินทร์ อายุ 47 ปี และนายธานี อายุ 33 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย พร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนจะมอบให้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลกดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย เพื่อชันสูตรหาสาเหตุต่อไป

>> ตร.บางบัวทอง ไล่ล่าตามรวบ 2 วัยรุ่นใช้ปืนจ่อหัวชิงทรัพย์หลังก่อเหตุหลบหนีไม่ถึงชั่วโมง สารภาพก่อเหตุวันเดียว 5 ครั้ง

22.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ บริเวณปั๊มน้ำมัน ใกล้เคียงการไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ถนนบางกรวย - ไทรน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยคนร้ายสวมเสื้อคลุมสีดำขาว กางเกงยีนส์ หมวกนิรภัยสีขาว ส่วนอีกคนไม่สวมหมวกนิรภัย ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จีพีเอ็กซ์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน คนร้ายใช้ปืนจ่อหัว บังคับผู้เสียหายให้กดเงินให้ที่ตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันจำนวน 4,000 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถจยย.หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดและสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ 2 คน ที่บริเวณป่าหญ้า ในซอยทองทิพย์ 29 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางบัวทอง ทราบชื่อคือ นายออ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี และนายธอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 1 กระบอก, ปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และเงินสดจำนวน 5,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันเดียวก่อเหตุมา 5 ครั้ง คือ จุดที่ 1.แยกบางพลู ร้านน้ำกระท่อม, จุดที่ 2. และ 3 ซอยวัดลาดปลาดุก จำนวน 2 ราย, จุดที่ 4. ภายในปั้มน้ำมัน และจุดที่ 5. ปากซอยช่างสาย ถนนบางกรวยไทรน้อย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม ได้ที่ในซอยทองทิพย์ ห่างจากจุดเกิดเหตุที่ 5 ประมาณ 100 เมตร หลังจากนี้จะสอบปากคำอย่างละเอียดก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ย่านเยาวราช เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับทันไม่ลุกลาม เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง

00.58 น. รับแจ้งว่ามีเหตุ เพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนราชวงศ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายภายในห้องเครื่องรถยนต์ รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิ

>> รถแท็กซี่ชนกับรถจักรยาน มีผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่าวด้าว หน้าสวนป่าวิภาวดี กลางถนนวิภาวดี - รังสิต

02.00 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนวิภาวดี - รังสิต ขาเข้า ช่วงหน้าสวนป่า ก่อนถึงแยกดินแดง ประมาณ 500 เมตร ในช่องคู่ขนาน กีดขวางเลนขวา

ที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน 5248 กทม. ลักษณะชนกับรถจักรยาน มีผู้บาดเจ็บสาหัสและหมดสติ อาสากู้ภัย ม.ป่อเต็กตึ๊ง ให้การช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี เป็นบุคคลต่างด้าว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...