โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มากกว่ารัก กว่า “ปารีส” จะถูกขนานนามว่า “City of Love”

นิตยสารคิด

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 22.55 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 22.55 น.
paris-city-of-love-cover

เรามักจะคุ้นหูกันดีกับการขนานนามเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสอย่างมหานคร “ปารีส” ว่า “เมืองแห่งความรัก (City of Love)” และยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่คู่รักนิยมเลือกเดินทางมาฮันนีมูนเพื่อสร้างความทรงจำสุดโรแมนติกร่วมกันอีกด้วย ปารีสมีชื่อเสียงเลื่องลือในความเป็นไอคอนแห่งความโรแมนติกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการถูกเขียนลงในหนังสือนวนิยายรักโรแมนติก การเป็นฉากหลังให้กับภาพยนตร์แนวโรมานซ์ การถูกกล่าวถึงในผลงานสร้างสรรค์ทั้งดนตรีและศิลปะแขนงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อชนิดใด ก็มักถ่ายทอดภาพของปารีสออกมาในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักแสนโรแมนติกอยู่เสมอ

เว็บไซต์เกี่ยวกับการแต่งงานที่โด่งดังในสหราชอาณาจักรอย่าง Hitched.co.uk ได้ทำการเผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับสถานที่ขอแต่งงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยใช้แฮชแท็กกว่า 10,000 แฮชแท็กที่เกี่ยวกับการขอแต่งงานใน Instagram ในการสืบค้น อย่างเช่น #bridetobe #engaged และ #shesaidyes เพื่อจัดอันดับว่าสถานที่ไหนที่คู่รักนิยมเดินทางไปขอแต่งงานกันมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก โดยอันดับหนึ่งได้แก่ “ดิสนีย์แลนด์ปารีส” ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาขอแต่งงานกันมากเสียจนทางสวนสนุกต้องมีบริการพิเศษในการช่วยคุณถ่ายรูปช่วงเวลาสำคัญ โดยทำเป็นแพ็กเกจบริการพิเศษของทางดิสนีย์เอง นอกจากนี้ “หอไอเฟล” ก็ยังติดอันดับที่สี่ ซึ่งถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาขอแต่งงานมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก

อีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งความรักของปารีสคงจะเป็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปารีส 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักกีฬาโอลิมปิกจากหลายประเทศอย่างน้อย 9 คู่ที่ขอแต่งงานกันในช่วงเวลาที่มาแข่งขัน ณ กรุงปารีส ซึ่งถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาเลยก็ว่าได้

“คิด” ชวนคุณมาไขข้อข้องใจว่า แม้ปารีสจะมีการประท้วงบ่อยแค่ไหน หรือการจัดการขยะที่ยังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากเพียงใด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่ยังคงไม่หายไปไหน แต่เหตุใดปารีสจึงเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้าน “ความรักสุดโรแมนติก” ในสายตาของคนทั่วโลก

1. สำรวจมุมมองของ “ปารีส” ผ่านสื่อบันเทิง
แม้จะไม่เคยไปเยือนปารีสมาก่อน แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องรู้จักเมืองนี้ผ่านทางภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่าง ๆ ซึ่งในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ก็มักจะยกให้ปารีสเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก มีภาพยนตร์เกี่ยวกับความรักหลายเรื่องที่ใช้เมืองปารีสเป็นสถานที่ถ่ายทำ อย่างเช่นหนังรักอมตะอย่าง Before Sunset (2004) และ Midnight in Paris (2011) หรือตัวอย่างที่ใหม่ขึ้นมาหน่อยก็เช่นซีรีส์ชื่อดังอย่าง Emily in Paris (2020 - ) ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่หนังและซีรีส์เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อมุมมองของชาวโลกที่มองมายังเมืองปารีส จนทำให้เกิดภาพจำฝังใจว่าปารีสนั้นเป็นเมืองที่แสนโรแมนติก

2. ศิลปะและดนตรีที่หาได้แทบทุกที่ทั่วทั้งเมือง
นอกจากพิพิธภัณฑ์อันเลื่องชื่ออย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre) และพิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay) ที่จัดแสดงผลงานมาสเตอร์พีซอันแสนโด่งดังแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยสตูดิโอขนาดเล็ก แกลเลอรี และศิลปะข้างถนนมากมายที่เรียงรายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหน ก็มีโอกาสที่ศิลปินจะทิ้งร่องรอยของศิลปะอันน่าหลงใหลไว้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ดนตรีก็เช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส สะพานข้ามแม่น้ำแซนน์จะเต็มไปด้วยนักดนตรีที่ออกมาเล่นเครื่องดนตรีต่าง ๆ หรือร้องเพลง หากความสามารถของนักดนตรีไม่ทำให้คุณอยากเต้น อย่างน้อยก็จะทำให้คุณหยุดฟังและยิ้มได้ นอกจากนี้ เสียงเพลงอันไพเราะยังถูกเติมเต็มในบาร์และร้านอาหารยามค่ำคืนอีกด้วย โดยมักจะมีการแสดงสดเพื่อดึงดูดลูกค้าและทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

3. สถาปัตยกรรมที่ชวนหลงใหล
ปารีสถูกรายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมจากยุค La Belle Époque (ที่แปลว่า ยุคสวยงาม) ซึ่งถือเป็นยุคทองของฝรั่งเศส การมาถึงของไฟฟ้า ทำให้ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีของฝรั่งเศส ต่างก็เฟื่องฟูขึ้นอย่างมากในยุคนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องมีความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นอาคารหรูหราที่มีด้านหน้าเป็นหินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยระเบียงเหล็กดัดอันวิจิตรบรรจงราวกับอยู่ในเทพนิยายแสนโรแมนติก กลายมาเป็นวิวที่พบเห็นได้ทั่วไปในปารีสในปัจจุบัน อาคารเหล่านี้หลายแห่งยังเป็นที่ตั้งของทั้งโรงแรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสประสบการณ์โรแมนติกของความทรงจำในปารีสได้อย่างใกล้ชิด

นอกเหนือจากสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19 แล้ว ปารีสยังมีร่องรอยของวัฒนธรรมอันเปี่ยมเสน่ห์จากประวัติศาสตร์ยุคก่อนของปารีสรอบตัวเมือง ตั้งแต่โบสถ์เก่าแก่หลายศตวรรษที่ยังคงเปิดให้บริการจนถึงทุกวันนี้ ไปจนถึงบ้านไม้และถ้ำยุคกลางที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบาร์และร้านอาหาร การคงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองปารีสเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความโรแมนติกที่ไม่อาจปฏิเสธเช่นเดียวกัน

4. ดอกไม้ที่รายล้อมรอบเมือง
ในปารีสมีสวนสาธารณะและสวนดอกไม้หลายแห่ง ไม่เพียงแต่ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ในสวนเหล่านี้ที่ชวนอภิรมย์ แต่การตกแต่งสวนก็ยังทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและชวนให้ผ่อนคลายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุแสนตระการตา หรือว่าจะเป็นรูปปั้นอันวิจิตรที่รายล้อมอยู่ในสวน ความงามของพื้นที่สีเขียวมากมายทั่วปารีสเป็นหนึ่งในคุณสมบัติโรแมนติกที่คาดไม่ถึงที่สุดของเมือง ใครจะคิดเล่าว่า เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งแสงไฟแห่งนี้ จะมีพื้นที่สีเขียวมากมายรายล้อมอยู่

นอกจากสวนแล้ว ในเมืองปารีสยังมีร้านดอกไม้มากมายกระจายตัวอยู่ ดอกไม้สดหาได้ไม่ยากพอ ๆ กับกลิ่นหอม ๆ จากร้านเบเกอรี่ จนกลายเป็นบรรยากาศที่อบอวลลอยฟุ้งในอากาศ หลายคนจึงรู้สึกว่านี่อาจเป็น “กลิ่นของความรัก” ที่กระจายตัวอยู่ในปารีสด้วยเช่นเดียวกัน

5. วัฒนธรรมคาเฟ่
คุณไม่สามารถเดินไปได้ไกลเกินกว่าสองสามฟุตโดยไม่สะดุดเข้ากับร้านกาแฟน่ารักสักแห่ง โต๊ะและเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่บนถนน หรือพนักงานเสิร์ฟที่พร้อมจะต้อนรับคุณตลอดทั้งวัน (และเกือบทั้งคืน) ว่ากันว่าหากอยากลองสัมผัสวัฒนธรรมของชาวปารีสที่แท้จริง จะต้องลองไปร้านกาแฟที่นั่นดูสักครั้ง ร้านกาแฟในปารีสมีมาตั้งแต่ช่วงปี 1600 เมื่อ Café Procope เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก คาเฟ่ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตที่บรรดานักเขียน นักวิชาการ และนักการเมืองต่างก็ใช้สถานที่เหล่านี้ในการเปิดบทสนทนาและอภิปรายเชิงปรัชญา เรียกได้ว่าวัฒนธรรมการนั่งคาเฟ่ฝังรากลึกอยู่ในทุกมุมเมืองของปารีส จึงไม่แปลกหากจะเห็นคู่รักนั่งจู๋จี๋ดื่มกาแฟกันอยู่ริมถนนหนทางเป็นเรื่องปกติ

6. ภาษาฝรั่งเศสที่แค่ฟังก็เขิน
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ปารีสได้รับฉายาว่าเมืองแห่งความรักก็คือภาษาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาษาที่โรแมนติกที่สุด (และเซ็กซี่ที่สุด) ในโลก ภาษาฝรั่งเศสมักถูกเรียกว่า “ภาษาแห่งความรัก” (le langage de l’amour) ซึ่งมีน้ำเสียงที่นุ่มนวลและหลายคนมองว่าเป็นภาษาที่สวยงามคล้ายสำเนียงเสียงดนตรี นอกจากนี้ ตามการศึกษาวิจัยของ Google Translate ภาษาฝรั่งเศสยังถือว่าเป็นภาษาที่ถูกใช้แปลวลีโรแมนติกมากที่สุดอีกด้วย

7. French Kiss จูบดูดดื่มแบบฝรั่งเศส
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า French Kiss ฝรั่งเศสจึงอาจจะเป็นไม่กี่ประเทศที่มีชื่อเรียกแทนการแสดงความรักในเชิงโรแมนติกโดยมีชื่อประเทศอยู่ในนั้น การจูบดูดดื่มแบบสัมผัสล้ำลึกนี้ถูกเรียกว่า French Kiss เนื่องจากในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในเรื่องความใจกล้าและการแสดงออกถึงความรักที่เร่าร้อน ชาวฝรั่งเศสเรียกสิ่งนี้ว่า 'un baiser amoureux' (จูบคู่รัก) หรือ 'un baiser avec la langue' (จูบด้วยลิ้น) ในปี 2013 คำว่า 'galocher' ซึ่งหมายถึงการจูบด้วยลิ้น ถูกเพิ่มเข้าไปในพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศสของ Petit Robert ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้คำ ๆ เดียวเพื่ออธิบายพฤติกรรมดังกล่าว

ที่มา : บทความ “ยุคสวยงาม” จาก Wikipedia
บทความ “เมื่อโลกมีไฟฟ้าเสื้อจึงต้องเปลี่ยนไป : รู้จัก La Belle Époque ยุคเฟื่องฟูของศิลปะและวัฒนธรรม” โดย นรเศรษฐ์ กาญจนนุกูล
บทความ “Why is Paris the ‘City of Love’?” โดย Olivia Hoffman
บทความ “12 Reasons Why Paris is Called the City of Love” โดย Laura Meyers
บทความ “The most popular places in the world to pop the question” โดย Nida Omar
บทความ “The 10 Most Popular Landmarks for Proposals, According to Instagram” จาก hitched.co.uk
บทความ “Paris 2024 Olympics Reprise: 9 Marriage Proposals And Counting” โดย Tim Genske
บทความ “Is Paris truly the city of love?” โดย MamaLovesParis
บทความ “Parisian Café Culture: What You Need To Know” โดย Emilia Harris

เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

จากปืนของรัฐบาล สู่ขีปนาวุธของอเมริกา: เมื่อประชาชนชาวอิหร่าน คือเหยื่อที่ถูกกระทำซ้ำทั้งจากผู้นำสูงสุดและผู้ต้องการแทรกแซง

Mirror Thailand

“ส้มม่วง” กระแสแรงไม่หยุด ร้านมะม่วงปั่นชื่อดังในโซเชียล คนต่อคิวแน่นงานปล่อยเต่าหาดท้ายเหมือง พังงา

Manager Online

‘Popflex Upcycle’ โปรเจกต์อัปไซเคิลสุดเก๋ เมื่อชุดโดนก๊อป เพราะ Taylor Swift ใส่จนแมสเจ้าของแบรนด์จึงฟ้องจนชนะ แล้วเอาของก๊อปไปตัดเป็นเดรสใหม่หวานๆ แทนการทิ้งไปเปล่าๆ

Mirror Thailand

พิพิธภัณฑ์ V&A ที่ลอนดอนจัดแสดงนิทรรศการ ‘Design 1900 – Now’ ที่ให้งานออกแบบช่วยเล่าชีวิตมนุษย์ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา

Mirror Thailand

K-BAR บาร์ลับในป่าใหญ่ เปิดให้บริการเดือนละครั้ง!

เดลินิวส์

ช่างทำผมประจำของ ROSÉ เผยว่าเธอย้อมโคนผม ทุก 2 สัปดาห์

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...