ผู้นำซีเรียลี้ภัยไปรัสเซีย หลังกลุ่มกบฏบุกยึดเมืองหลวง
กลุ่มกบฏซีเรียประกาศว่าได้โค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด สำเร็จแล้ว หลังจากเข้ายึดกรุงดามัสกัสเมื่อวันอาทิตย์ (8 ธ.ค.) จนประธานาธิบดีอัสซาดต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ปิดฉากการปกครองยาวนานกว่า 50 ปีของตระกูลอัสซาด และ 13 ปีของสงครามกลางเมือง ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง
เหตุการณ์นี้นับว่ากระทบต่ออิทธิพลของรัสเซียและอิหร่านในซีเรีย เพราะทั้งสองประเทศหนุนอัสซาดมาตลอด
สำนักข่าวของรัสเซียรายงานว่า อัสซาดและครอบครัวได้ลี้ภัยไปยังรัสเซีย โดยรัสเซียให้บุคคลทั้งหมดลี้ภัยในประเทศได้ ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม กระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุด้วยว่าอัสซาดได้ลงจากตำแหน่งและเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากสั่งให้มีการส่งมอบอำนาจอย่างสันติ
เลขาธิการสหประชาชาติแสดงความยินดีที่ระบอบเผด็จการในซีเรียยุติลง พร้อมขอให้ชาวซีเรียช่วยกันฟื้นฟูประเทศ หลังจากเผชิญสงครามมา 14 ปี
กลุ่มกบฏเผยว่า ได้รุกคืบเข้าไปในเมืองหลวง โดยไม่มีสัญญานของการวางกำลังทหารไว้เลย ขณะที่ชาวซีเรียหลายพันคนไปรวมตัวกันที่จัตุรัสหลัก พร้อมร้องเพลงฉลอง “อิสรภาพ” หลังจากอยู่ใต้การปกครองของตระกูลอัสซาดมา 50 ปี
มีรายงานว่าผู้คนเดินเข้าไปทำเนียบประธานาธิบดี และบางคนหยิบฉวยของติดมือออกมาด้วย ขณะที่กลุ่มกบฏเผยว่าได้ปลดปล่อยนักโทษในเรือนจำชานกรุงดามัสกัสเป็นอิสระ สำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่ากลุ่มกบฏได้บุกสถานทูตอิหร่านเช่นกัน
ด้านกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งสนับสนุนอัสซาด ได้ถอนกำลังออกจากซีเรียไปเมื่อวันเสาร์ (7 ธ.ค.) ในช่วงที่กลุ่มกบฏเข้าใกล้เมืองหลวง
บรรดาแนวร่วมกลุ่มกบฏแถลงว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไป เพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจไปยังผู้บริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน เสร็จสิ้นลง พร้อมเสริมว่าการปฏิวัติครั้งใหญ่ของซีเรียที่เริ่มตั้งแต่การต่อสู้จนกระทั่งสามารถโค่นล้มระบอบอัสซาดได้ จะเปลี่ยนไปสู่การสร้างเสริมซีเรียขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับการเสียสละของชาวซีเรีย
ด้านนายกรัฐมนตรีซีเรียเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง พร้อมเสริมว่าได้ติดต่อกับผู้บัญชาการกลุ่มกบฏ คือนายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โกลานี เพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งจะมีขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นในประเทศที่มีกลุ่มผลประโยชน์แฝงอยู่ ตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธ ไปจนถึงกลุ่มต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับสหรัฐ รัสเซีย และตุรกี อันทำให้เส้นทางในอนาคตของซีเรีย มีความซับซ้อนมาก เพราะเต็มไปด้วยกลุ่มต่างๆ ที่พยายามผลักดันวาระของตนเอง
การล่มสลายของอัสซาดมีขึ้น หลังจากดุลอำนาจในตะวันออกกลางเปลี่ยนไป หลังจากบรรดาแกนนำกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่อิหร่านหนุนหลัง ทั้งยังมีบทบาทในการสู้รบใน.ซีเรีย ถูกอิสราเอลลอบสังหารในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
ส่วนรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรตัวยงของอัสซาด และเข้าแทรกแซงอย่างหนักเมื่อปี 2558 เพื่อช่วยอัสซาดในช่วงสงครามกลางเมืองซีเรีย แต่ขณะนี้สรรพกำลังทางทหารของรัสเซียทุ่มไปในการสู้รบกับยูเครนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ศักยภาพของรัสเซียในการเข้าไปมีอิทธิพลในสถานการณ์ภาคพื้นดินซีเรีย ค่อนข้างจำกัด