โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[อ่านฟรี] จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 07.51 น. • ตำหนักหมื่นบุปผา
จู้เจียงเจียงข้ามมิติมา ล่วงรู้อนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้จะสับสน แต่นางจะอดทนและใช้ชีวิตให้ดี อีกทั้งนางยังมีช่องว่างมิติที่มีเสบียงล้ำค่ามากมาย

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p class="indent-a"><span style="color:oklab(0.333207-0.02670030.0140492);">จู้เจียงเจียงข้ามมิติมา ล่วงรู้อนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้จะสับสน แต่นางจะอดทนและใช้ชีวิตให้ดี อีกทั้งนางยังมีช่องว่างมิติที่มีเสบียงล้ำค่ามากมาย ให้มันรู้ไปสิว่านางที่มีความรู้และเสบียงของศตวรรษที่ 21จะร่ำรวยขึ้นไม่ได้ นางจะกลายเป็นเศรษฐีให้ดู</span></p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ตอนที่ 1 เพิ่งข้ามมิติมาก็จะถูกขาย? งั้นก็ตัดญาติไปเลยแล้วกัน</h2><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>จบสิ้นแล้ว ข้ามมิติมาซะแล้ว!</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงนอนอยู่บนกองฟืนแห้ง ๆ มองเพดานบ้านที่เต็มไปด้วยใยแมงมุม พลางฟังเสียงผู้หญิงสองคนต่อรองราคากันอยู่นอกบ้าน รู้สึกอยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">การข้ามมิตินี้เกิดขึ้นกะทันหันมาก นางยังไม่ทันได้เตรียมใจเลยสักนิด</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จากความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในสมอง ตอนที่นางข้ามมิติมา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจ้าของร่างเดิมกลับมาเกิดใหม่หลังจากผ่านไปสามปี</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">สุดท้ายแล้ว ทำไมคนที่ตื่นขึ้นมากลับเป็นนางไปเสียได้?</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>หรือว่าจะเป็นเพราะช่องว่างมิตินั่น?</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงหลับตาลง นอนนิ่งไม่ขยับ นางมองสำรวจเข้าไปในช่องว่างมิตินั้น ก่อนจะพบว่าด้านในช่องว่างมิติมีที่ดินสำหรับเพาะปลูก พื้นที่สำหรับเก็บทรัพย์สิน และยังสามารถเก็บสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างเอาไว้ในตัวนางได้ด้วย เพียงแต่จะทำให้นางตัวอ้วนขึ้น <i>เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้ไม่มีผิด ช่องว่างมิตินี้เป็นที่ที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉาจริง ๆ!</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไป</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ไม่ว่าสาวน้อยผู้น่าสงสารเจ้าของร่างเดิมจะตายเพราะนางหรือตายเอง อย่างไรเสียคนที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็คือนาง และนางก็มีหน้าที่ใช้ชีวิตเพื่ออยู่ต่อไปแทน</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเมื่อสิบห้าปีก่อนและในอนาคตอีกสามปีข้างหน้า เช่นนี้แล้วนางยังต้องกลัวว่าจะเข้ากับที่นี่ไม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ?</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงลุกขึ้นจากกองฟืน จัดชุดและทรงผมของตัวเองอย่างง่าย ๆ พร้อมกับโยนเสื้อผ้าที่ผลัดเปลี่ยนแล้วเข้าไปในช่องว่างมิติ จากนั้นก็เปิดประตูออกไป</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ภายนอก หมู่บ้านสีส้มอิฐถูกปกคลุมอยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีเทาอันมืดมน</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">คนกลุ่มหนึ่งสวมชุดโบราณที่ทำด้วยผ้าป่านเนื้อหยาบ บางส่วนก็สวมเสื้อผ้าที่มีการปะชุนเต็มไปหมด กำลังมุงดูผู้หญิงสองคน คนหนึ่งแก่อีกคนก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ กำลังต่อรองราคากันอยู่อย่างคึกคัก</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ยายแก่ผอมแห้งนั้นคือหวังซื่อ คุณย่าของจู้เจียงเจียง ส่วนหญิงอ้วนที่สุดในกลุ่มคนที่ปัดแก้มด้วยผงชาดจนแดงก่ำ ก็คือนายหน้าค้าทาสที่มีชื่อเสียงไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน ผู้คนล้วนเรียกขานนางว่าป้าซ่ง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">วันนี้ที่ทั้งสองคนมานั่งอยู่ตรงนี้ก็เพราะจู้เจียงเจียง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">บิดามารดาของจู้เจียงเจียงเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ นางเป็นคนสุดท้ายของครอบครัวใหญ่ในตระกูลจู้ที่เหลืออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นคนของตระกูลจู้ล้วนไม่มีใครต้องการนาง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นางเพิ่งจะอายุครบสิบห้าปี คนตระกูลจู้ก็วางแผนกำจัดนางออกจากตระกูลเสียแล้ว</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เมื่อเห็นนางออกมา ทั้งสองคนที่กำลังโต้เถียงกันและชาวบ้านที่กำลังมุงดูความคึกคักอยู่ ก็หันมามองนางเพียงแวบหนึ่งเท่านั้น และไม่มีคนสนใจนางแต่อย่างใด เสมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนางอย่างไรอย่างนั้น</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“หนึ่งตำลึง จะเอาหรือไม่เอาก็แล้วแต่พวกเจ้า!”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ป้าซ่ง หลานสาวของข้ามีมือมีเท้า ไม่ใช่คนโง่พิกลพิการ เจ้าเพิ่มอีกสามอีแปะแล้วพาคนไปได้ทันที ตกลงหรือไม่?”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“แม่เฒ่าบ้านจู้ เจ้าไม่เคยได้ยินมาบ้างหรือว่าหญิงสาวที่มาอยู่กับข้า มีคนใดบ้างที่เกินหนึ่งตำลึง…”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ขณะที่ทั้งสองเถียงกันจนหน้าดำหน้าแดงอยู่นั้น จู้เจียงเจียงก็เดินเลี่ยงออกไปหาหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่บ้านข้าง ๆ แล้ว</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">นางกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพู่กันและหมึกที่ยืมมา จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทําเพลงยกเก้าอี้ขาหักตัวหนึ่งมานั่งร่วมโต๊ะเจรจากับคนทั้งสองทันที</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“เจ้าทำอะไรของเจ้ากัน?” หวังซื่อมองนางราวกับมองผีก็มิปาน</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>นางกล้าดีอย่างไรถึงมานั่งร่วมโต๊ะเช่นนี้!</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงกางกระดาษลงบนโต๊ะ จับพู่กันจุ่มลงในถ้วยชาของหวังซื่อ ยกพู่กันเตรียมเขียนตัวหนังสือลงไป “ในเมื่อจะขายข้า เช่นนั้นก็ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร จะได้ลดความยุ่งยากในภายภาคหน้า”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ว่าแต่ กำหนดราคาค่าตัวของข้าไว้ที่เท่าไรหรือเจ้าคะ?” นางเงยหน้าถามทั้งสองคน</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ตระกูลจู้เป็นตระกูลที่โลภมาก ชาติก่อนของเจ้าของร่างเดิม หลังจากถูกขายได้ไปสามวันก็ถูกตระกูลจู้เรียกกลับมาให้ช่วยงานในไร่</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ตอนที่กำลังช่วยเหลือตระกูลจู้ทำงานในไร่ นางก็เหนื่อยจนเป็นลมและเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ทว่าจู้เจียงเจียงในตอนนี้หาใช่คนที่หลอกง่ายเช่นเดิมไม่ นางไม่ได้อยากจะอยู่ที่บ้านตระกูลจู้นัก ถ้าหากนางต้องจากไป ก่อนอื่นนางก็ขอตัดขาดความสัมพันธ์ให้จบสิ้นเสียก่อน</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“หนึ่งตำลึง!” ป้าซ่งเอ่ยปากรีบกำหนดราคาก่อน “เขียนลงไปเร็ว ๆ เข้า”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ไม่ได้ หนึ่งตำลึงสามอีแปะ!” </span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ อีกทั้งยังหาเหตุผลใหม่มาอ้างอีกด้วย “เจ้าดู หลานสาวข้าเป็นคนรู้หนังสือ หากเจ้าไม่ให้ราคานี้ ข้าก็ไม่ขาย”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เพื่อให้ได้เงินเพิ่มอีกสามอีแปะ หวังซื่อไม่ทันได้ถามอย่างละเอียดเลยว่าทำไมจู้เจียงเจียงถึงรู้หนังสือ นางคิดแค่ว่าขายให้ออกก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">แต่ป้าซ่งไม่ยอมรับเหตุผลนี้ “สาวน้อยแค่รู้หนังสือทำให้อิ่มท้องไม่ได้ ขายสู้คนปักเย็บผ้าก็ไม่ได้”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“อืม ก็จริง”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงเงยหน้าขึ้น ทำตัวเหมือนเป็นคนนอก พลางพูดอย่างคล้อยตามว่า “ข้าเย็บปักไม่ได้เลย อีกทั้งท่านดูหน้าตาท่าทางนี้ของข้า คนในเมืองล้วนไม่ชอบ คนในหมู่บ้านก็ไม่ยอมเสียเงินเปล่า ๆ ไหนเลยจะคู่ควรกับเงินมากมายขนาดนั้น”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงรู้สถานการณ์ของเจ้าของร่างเดิมดี หากนางมีคุณสมบัติดีพอ ก็คงไม่ถูกคนขายให้เป็นม่ายไปชั่วชีวิตหรอก</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อเห็นนางเข้าข้างคนอื่น ก็ร้อนใจยกมือขึ้นหมายจะตบหน้านางทันที</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">โชคดีที่จู้เจียงเจียงมือไวตาไวจับมือของหวังซื่อเอาไว้ได้ทัน “ท่านย่า ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไปสิเจ้าคะ ข้ามีวิธีที่จะทำให้ป้าซ่งควักเงินสามอีแปะให้ท่านได้ ท่านอยากลองฟังดูหรือไม่เจ้าคะ?”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“วิธีอะไร?” หวังซื่อตาเป็นประกายทันที</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“วิธีการนั้นก็คือ ท่านย่าให้ข้าอยู่ต่ออีกสักครึ่งปี เลี้ยงดูให้ข้ากินข้าววันละสามมื้อ ซื้อผ้าไหมให้ข้าสวมใส่ ให้ข้าเรียนเย็บปัก บำรุงผิวข้าให้เนียนนุ่ม รับรองว่าป้าซ่งต้องยอมจ่ายแน่ ๆ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ป้าซ่ง ท่านว่าจริงหรือไม่?” จู้เจียงเจียงยิ้มพลางมองไปทางนายหน้าค้าทาสพร้อมใช้เท้าสะกิดนาง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เห็นได้ชัดว่าป้าซ่งตกตะลึงไปชั่วขณะ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ถึงแม้จะไม่รู้ว่าในใจจู้เจียงเจียงกำลังวางแผนทำอะไรอยู่กันแน่ แต่นางก็คล้อยตามเพื่อกดดันหวังซื่อเพิ่ม “แน่นอน หากเป็นสาวน้อยที่ผิวเนียนนุ่ม ข้าย่อมไม่ต่อราคากับเจ้าแต่อย่างใด”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เมื่อหวังซื่อได้ยินคำนี้ก็ยิ่งร้อนใจ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เพื่อเงินสามอีแปะแต่ต้องเลี้ยงปากท้องไปอีกครึ่งปี ถึงให้กินแต่ผักป่าก็ไม่คุ้มค่า</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ช่างเถอะ ๆ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อโบกมือไปมา และพูดอย่างไม่พอใจว่า “ป้าซ่ง เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว จ่ายมาหนึ่งตำลึงแล้วรีบ ๆ พาคนไป ถือเสียว่าข้าเลี้ยงเด็กอกตัญญูก็แล้วกัน!”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่ได้กินข้าวสวยมานานแล้ว แล้วไยนางต้องให้คนไร้ค่าอย่างจู้เจียงเจียงได้กินครบสามมื้อด้วยเหล่า ฝันไปเถอะ!</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงยักคิ้วยิ้มอย่างไม่สนใจ ยกพู่กันเขียนอีกครั้ง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เมื่อเขียนราคาลงไป เรื่องตัดขาดกับญาติก็เป็นอันสำเร็จ นางตัดขาดการไปมาหาสู่กับตระกูลจู้ได้อย่างแท้จริงแล้ว</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียง “ป้าซ่ง ข้าขอยืมผงชาดของท่านหน่อยสิเจ้าคะ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">ได้ยินนางถามถึงผงชาด ป้าซ่งก็เข้าใจความหมายในทันที ควักห่อผงชาดจากหน้าอกให้นาง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อเห็นทั้งสองคนประทับลายนิ้วมือของตัวเองบนกระดาษแล้ว เพื่อไม่ให้คนอื่นดูถูกว่าตัวเองโง่จึงกดลายนิ้วมือตามลงไป</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอันจบ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อรับเงิน ป้าซ่งพาคนไป จู้เจียงเจียงได้หนังสือตัดขาดกับญาติหนึ่งฉบับ ทุกคนต่างก็พอใจ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“สาวน้อย เก็บของตามข้ากลับไป” ป้าซ่งลุกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เงินหนึ่งตำลึงแลกผู้หญิงคนหนึ่ง ตั้งแต่ทำงานนี้มา นี่นับเป็นการค้าขายที่ถูกที่สุดแล้ว</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“ข้าเก็บของเรียบร้อยแล้ว”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงเก็บหนังสือสัญญาที่ประทับตราไว้ในอกอย่างช้า ๆ หลังจากเก็บพู่กันและหมึกบนโต๊ะ นางก็มองหวังซื่อและคนตระกูลจู้ที่ปะปนอยู่ในกลุ่มคนแวบหนึ่ง</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">พูดเสียงต่ำว่า “ปู่ย่า ลุงป้าสะใภ้ ยังมีพี่หญิงใหญ่ที่ยังไม่แต่งงานของข้า ยามอยู่ข้างนอก หากข้าถูกรังแกยังกลับมาที่นี่ได้ไหม?”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">“เอ่อ…หญิงสาวที่ถูกขายออกไปแล้ว จะกลับมาได้อย่างไรกัน ทุกคนว่าถูกหรือไม่?”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หวังซื่อแสร้งทำท่าลังเลอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นก็แสดงสีหน้าราวกับว่าไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้เช่นกัน นางทำให้ตัวเองดูเหมือนคนจนปัญญาไม่ใช่เพราะว่าไร้น้ำใจ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;"><i>นี่กลัวว่านางจะต้องกลับมากันมากขนาดนั้นเลยหรือ!</i></span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">จู้เจียงเจียงยิ้มเยาะ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เช่นนั้นจากนี้เป็นต้นไป พวกเราก็อย่าได้พบเจอกันอีกเลย เอาตามนี้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">หากลองฟังดูดี ๆ แล้วประโยคสุดท้ายที่จู้เจียงเจียงพูดมานั้นกลับมีความร่าเริงแอบซ่อนอยู่</span></p><p class="indent-a"><span style="color:#000000;">เพียงแต่คนตระกูลจู้ที่รีบไล่นางไป ไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้ พวกเขากำลังดีใจที่คนกินข้าวในบ้านน้อยลงไปหนึ่งคน</span></p><p class="indent-a"><br> </p><hr/>

ตอนที่ 2 โอกาสของวัวหนึ่งตัวแลกกับความเป็นม่าย

จู้เจียงเจียงตามป้าซ่งออกจากหมู่บ้านมาด้วยกัน เมื่อมาถึงปากประตูหมู่บ้าน ความเสียใจและอาลัยอาวรณ์ที่แสร้งทำออกมาก่อนหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นดีใจและคาดหวังในทันที

“ป้าซ่ง ไปเถอะ พวกเราตรงไปที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวงกัน”

เดิมทีพรุ่งนี้นางถึงจะถูกส่งไปใช้ชีวิตม่ายที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง แต่ตอนนี้นางกลับบอกให้เดินทางทันที

ใกล้ถึงการเพาะปลูกของฤดูใบไม้ผลิแล้ว หากนางไปเร็วขึ้นหนึ่งวันก็จะได้เพาะปลูกเร็วขึ้นอีกหนึ่งวัน

“หมู่บ้านเสี่ยวฮวงอะไร? ไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวงทำไม?” ป้าซ่งมึนงงไปหมด

“ก็คือตระกูลเผยของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง…” จู่ ๆ จู้เจียงเจียงก็หยุดพูด

นางเกือบลืมไปแล้ว พรุ่งนี้คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงถึงจะจูงวัวไปหาป้าซ่งเพื่อแลกคน

“ความหมายของข้าคือ ข้าได้ยินว่าตระกูลเผยในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงอยากใช้วัวแก่แลกผู้หญิง ข้ารู้สึกว่าการค้าขายนี้ไม่เลว ป้าซ่งท่านคิดเห็นอย่างไร?”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” ป้าซ่งจ้องนางด้วยแววตาสงสัย

การซื้อขายสัตว์เลี้ยงและการขอแต่งงาน แปดหมู่บ้านในสิบลี้นี้ไม่มีทางที่นางจะไม่รู้ ส่วนเรื่องของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง นางก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แล้วจู้เจียงเจียงจะรู้ได้อย่างไร?

“จริงหรือไม่จริง พวกเราไปดูก็รู้เอง”

จู้เจียงเจียงดึงป้าซ่งเลี้ยวเข้าคันนาข้างทาง ผ่านเส้นทางเล็ก ๆ ตรงไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวง กลบเกลื่อนเรื่องเมื่อครู่ไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางที่ไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวงต้องผ่านหนึ่งแม่น้ำ สองภูเขา สามหมู่บ้าน และยังมีคันนาอีกนับไม่ถ้วน ไหนจะต้องใช้เวลาเดินไปตามทางเล็ก ๆ นี้อีกถึงหนึ่งชั่วยาม

หญิงสาวเจ้าของร่างเดิม นางเป็นคนซื่อ นางต้องเดินทางวันละสองชั่วยามทุกวันเพื่อมาทำงานให้ตระกูลจู้ หลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว นางก็ต้องใช้เส้นทางเดิมเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านเสี่ยวฮวงอีกครั้ง

ตอนที่นางกำลังม้วนขากางเกงขึ้นเพื่อข้ามแม่น้ำตื้น ๆ จู่ ๆ จู้เจียงเจียงคิดเรื่องบางอย่างได้

ในความทรงจำ เขื่อนต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้จะพังลงในปลายเดือนเจ็ดของฤดูฝนปีนี้ เมื่อถึงเวลานั้นหมู่บ้านพวกเขาที่อยู่ปลายน้ำเหล่านี้ก็จะประสบภัยพิบัติ

อีกสามปีข้างหน้าไม่เพียงแค่น้ำท่วมที่เจ้าของร่างเดิมเคยประสบ ยังมีภัยพิบัติเล็กใหญ่อย่าง คดีขโมยอาหาร ไฟไหม้ภูเขา โคลนหินถล่มหมู่บ้านเป็นต้น นอกจากเรื่องนี้ ราชสำนักเองก็เกิดเรื่องใหญ่ไม่น้อย

เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมใส่ใจแต่เรื่องที่ดินและการทำไร่ทำสวน น้อยมากที่จะเข้าเมือง เรื่องในราชสำนักนางจึงแค่ได้ยินมาเท่านั้น

คิดถึงตรงนี้ จู้เจียงเจียงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี โชคดีที่นางตื่นขึ้นมาก่อน

หากเจ้าของร่างเดิมตื่นก่อนจริง ๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในอีกสามปีข้างหน้า หญิงสาวก็คงไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร

ณ หมู่บ้านเสี่ยวฮวง

นี่คือหมู่บ้านที่ยากจนและเล็กที่สุดในเมืองเจียงหนาน ทั้งหมู่บ้านมีไม่ถึงยี่สิบครัวเรือน อีกทั้งส่วนใหญ่ก็มีแต่หญิงชราที่อ่อนแอ สตรีและเด็ก

เมื่อห้าปีก่อน ราชสำนักเข้ามาจับชายหนุ่มในหมู่บ้านไป เพราะหมู่บ้านเสี่ยวฮวงตั้งอยู่ใกล้เส้นทางหลักที่กองกำลังทหารเคลื่อนผ่าน ดังนั้นชายหนุ่มในหมู่บ้านจึงถูกจับตัวไปทั้งหมด

คนที่จู้เจียงเจียงกำลังจะแต่งด้วย ก็คือเผยจ้าวที่ถูกจับไปค่ายทหารเมื่อห้าปีก่อน จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

สาเหตุที่นางต้องการแต่งงานเข้าตระกูลเผยทั้ง ๆ ที่นางก็มีทางเลือกอื่น เป็นเพราะว่า นางแค่ต้องการโอกาสที่ตัวเองจะกุมอำนาจการตัดสินใจดูแลบ้านให้เร็วที่สุดก็เท่านั้น

ตระกูลจู้นั้นมีแต่คนมีอำนาจ มีแต่คนจะขัดขวางการสร้างความมั่งคั่งในอนาคตของนาง

แต่ตระกูลเผยไม่เหมือนกัน

ความสัมพันธ์ของตระกูลเผยนั้นเรียบง่าย ไม่มีญาติ อีกทั้งแม่สามีที่นางไม่เคยเห็นหน้าก็ลาจากไปตั้งแต่เมื่อครึ่งเดือนก่อนแล้ว

ตอนนี้ตระกูลเผยมีแค่เด็กผู้หญิงอายุหกขวบคนหนึ่ง รอนางแต่งเข้าตระกูลเผย ทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับนางเพียงผู้เดียว

“เจ้าแน่ใจจริง ๆ ใช่หรือไม่ว่าจะแต่งเข้าหมู่บ้านยากจนนี้?”

ในขณะที่ยืนอยู่ปากประตูหมู่บ้านเสี่ยวฮวง จ้องมองความซอมซ่อตรงหน้า ป้าซ่งก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนเต็มใจยอมแต่งมาที่นี่

หากจู้เจียงเจียงปากหวานหน่อย ขอร้องนางสักสองสามคำ เห็นแก่ที่เพิ่งช่วยประหยัดเงินแทนนางไปเมื่อครู่ นางก็คงไม่ปล่อยให้ตกอับถึงขั้นนี้หรอก

“ป้าซ่ง ท่านไม่จำเป็นต้องพูดเกลี้ยกล่อมข้า พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

จู้เจียงเจียงนำทางป้าซ่งมุ่งหน้าไปทางบ้านสวี่เหล่าเกินที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านอย่างคุ้นเคย

วัวตระกูลเผยตัวนั้นตอนนี้ก็เลี้ยงอยู่ที่บ้านตระกูลสวี่ เด็กผู้หญิงตระกูลเผยคนนั้นก็เช่นกัน

เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าลานกำแพงหินเตี้ยของครอบครัวหนึ่ง จู้เจียงเจียงก็ตะโกนเรียกไปในลานบ้านอย่างตื่นเต้น “ปู่สวี่ ปู่อยู่บ้านไหม?”

เมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงก็รีบออกมา คนที่ออกมาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอมแห้ง ผมบางสีซีดคนหนึ่ง

“พวกท่านมาหาใคร?”

เด็กผู้หญิงที่วิ่งออกมานี้ก็คือเผยเสี่ยวอวี๋ น้องสาวสามีในอนาคตของจู้เจียงเจียง เด็กผู้หญิงอายุหกขวบของตระกูลเผยคนนั้น

จู้เจียงเจียงกำลังจะอ้าปากทักทาย พลันได้ยินเสียงตกใจของชายชราคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “นี่ นี่ป้าซ่งไม่ใช่หรือ ท่านมาได้อย่างไร?”

สวี่เหล่าเกินสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า เชิญทั้งสองคนเข้ามาในลานบ้านด้วยความดีใจ บนใบหน้าดำคล้ำยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายจากความรีบร้อนเดินทางหลงเหลืออยู่

“ท่านดูสิ ข้าเพิ่งกลับมาจากในเมือง กำลังคิดที่จะไปหาท่านเพื่อหาหญิงสาวคนหนึ่งอยู่พอดี แต่ท่านสิ กลับมาหาข้าที่นี่เองเสียอย่างนั้น”

เมื่อได้ยินคำนี้ ป้าซ่งก็แอบมองจู้เจียงเจียงแวบหนึ่ง ในหัวก็กำลังคิดว่า ถูกอย่างที่เด็กนี่บอกจริง ๆ!

“เจ้าอยากขอหญิงสาวไปให้ชายหนุ่มคนไหน เรียกออกมาให้ข้าดูสักหน่อยสิ” ป้าซ่งทำท่าทางเหมือนแม่สื่อพลางนั่งบนเก้าอี้ที่เผยเสี่ยวอวี๋ยกออกมาให้

สวี่เหล่าเกินเทน้ำให้ป้าซ่ง เมื่อได้ยินคำนี้ก็แสดงสีหน้าลำบากใจออกมาทันที

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงพูดเสียงเบาว่า “ป้าซ่ง คนคนนี้…วันนี้ท่านคงไม่ได้พบ เสี่ยวจ้าวเขาอยู่ชายแดนน่ะ”

“ฮะ?” ป้าซ่งขึ้นเสียงสูง นางเข้าใจดีว่ามันหมายความว่าอย่างไร “ที่เจ้าพูดนั่นใช่การสู่ขอที่ไหนกัน แบบที่เจ้าทำนั้นเรียกว่าการขอหญิงสาวมาเป็นม่ายแล้ว”

“สาวน้อยบ้านจู้ พวกเรากลับกันเถอะ ป้าซ่งคนนี้จะหาบ้านสามีดี ๆ ให้เจ้าเอง อยู่ไหนก็ดีกว่าอยู่ที่นี่” ระหว่างที่พูดอยู่ ป้าซ่งก็ดึงจู้เจียงเจียงกลับทันที

หากเป็นเมื่อก่อน ป้าซ่งคงไม่สนใจหญิงสาวพวกนี้ ถ้านางอยากให้แต่งไปบ้านไหนก็ต้องแต่งเข้าบ้านนั้น

แต่กับจู้เจียงเจียง นางเห็นแล้วถูกชะตา ด้วยความจริงใจจึงไม่อยากให้นางอยู่ที่แย่ ๆ แบบนี้

“พวกเราไปกันเถอะ”

“ป้าซ่ง ท่านอย่าเพิ่งไป…” จู้เจียงเจียงกับสวี่เหล่าเกินเรียกป้าซ่งไว้ในเวลาเดียวกัน

สามคนมองสบตากัน

“สาวน้อย เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ป้าซ่งถามจู้เจียงเจียง

จู้เจียงเจียงก็ไม่อ้อมค้อม แสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจน “ป้าซ่ง ความหวังดีของท่านข้ารับไว้ด้วยใจ แต่ข้าตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ แต่งเข้าตระกูลเผย ขอร้องท่านช่วยให้ข้าสมปรารถนาด้วยเถิด”

คำพูดนี้ของจู้เจียงเจียง เกือบทำให้สวี่เหล่าเกินที่อยู่ข้าง ๆ ซึ้งใจจนน้ำตาไหล

เสี่ยวอวี๋มีพี่สะใภ้ดูแลแล้ว เขาก็ถือว่าไม่ผิดต่อคำฝากฝังที่แม่เผยให้ไว้

ป้าซ่งเห็นแบบนี้ก็ปล่อยมือจู้เจียงเจียง มองกำแพงเตี้ยข้างนอก มองหมู่บ้านเสี่ยวฮวงทั่ว ๆ หนึ่งรอบ พร้อมกับพูดพึมพำ “ที่กันดารแบบนี้มีอะไรดีกัน?”

จากมุมมองของนาง หมู่บ้านเสี่ยวฮวงไม่มีอะไรเลย นอกจากวัวแก่ตัวนั้น!

ทันใดนั้นหลิวซื่อภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านสวี่ก็จูงวัวเข้ามาในลาน ป้าซ่งก็เดินบิดเอวไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น

“นี่คือวัวแก่ที่พวกเจ้าใช้มาแลกผู้หญิงใช่ไหม? ใช้ได้ ๆ” ป้าซ่งพยักหน้าอย่างแรง นัยน์ตาแพรวพราวพลางคิดคำนวณราคาวัวตัวนี้คร่าว ๆ ว่าจะขายเท่าไรแล้วในใจ

นางรู้ได้อย่างไรว่าจะใช้วัวตัวนี้มาแลกหญิงสาวกัน?

ในใจสวี่เหล่าเกินเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าไม่นานก็คิดได้ นายหน้าค้าทาสก็คือมืออาชีพที่ทำเรื่องซื้อขายพวกนี้อยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่หรอกหรือ?

“ป้าซ่ง ท่านเห็นว่าเรื่องนี้…”

“ในเมื่อสาวน้อยบ้านจู้ยินยอมอยู่ที่นี่ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็เป็นอันตกลง” ป้าซ่งคิดแค่ครู่เดียวก็ตอบตกลงแล้ว

ถึงแม้นางจะชอบจู้เจียงเจียงอย่างไร แต่สุดท้ายก็ต้องขายนางออกไปอยู่ดี

ตอนนี้มีโอกาสดีแบบนี้ ใช้ผู้หญิงที่ซื้อมาถูก ๆ คนหนึ่งแลกวัวตัวโตตัวหนึ่ง นางจะได้กำไรมากแค่ไหนกัน

ได้เงินตั้งหลายตำลึง ยังมีอะไรที่นางจะไม่พอใจอีกหรือ?

ป้าซ่งเล่าถึงสถานการณ์คร่าว ๆ ของจู้เจียงเจียงให้กับสวี่เหล่าเกินฟัง น้ำหนึ่งถ้วยยังไม่ทันหมด เรื่องนี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หลังจากส่งป้าซ่งไปแล้ว จู้เจียงเจียงก็รีบหันไปพูดเร่งสวี่เหล่าเกิน “ปู่สวี่ รีบไปเรียกพวกลุงสามสวี ป้าสี่หวังมาเถอะ ข้าจะไหว้ฟ้าดินตอนนี้ พรุ่งนี้ก็จะเริ่มเพาะปลูกได้แล้ว”

ตอนที่ 3 กราบไหว้ฟ้าดิน

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกตรงหน้านี้ ทำไมถึงรู้จักคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี แต่สวี่เหล่าเกินก็ยังคงหยิบฉิ่งอันเล็กของหมู่บ้านออกมา แล้วตีเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกัน

ทั้งหมู่บ้านมีประชากรรวม ๆ แล้วไม่ถึงร้อยคน มองแวบเดียวก็เห็นแล้วว่ามีแต่หญิงชรา สตรีและเด็ก ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครยอมแต่งมาหมู่บ้านนี้

“ปู่ย่า ลุงป้าอาสะใภ้ เหล่าน้องชายน้องสาวทุกท่าน ข้าคือจู้เจียงเจียงเจ้าสาวลูกสะใภ้ตระกูลเผย ต่อจากนี้รบกวนทุกท่านช่วยดูแลข้าด้วย”

คนเพิ่งจะครบ สวี่เหล่าเกินยังไม่ทันพูด จู้เจียงเจียงก็รีบเอ่ยปากทักทายทุกคนก่อนแล้ว

ท่าทางนั้น ดูแล้วเหมือนดีใจอยู่

หรือนางจะไม่รู้ นางแต่งมาก็กลายเป็นม่ายเสียแล้ว? ในใจทุกคนต่างก็สงสัย

แต่ว่ามีสะใภ้ใหม่แต่งเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเขาเช่นนี้ คนส่วนใหญ่ล้วนยินดี

ในที่สุดหมู่บ้านนี้ก็มีคนหน้าใหม่ ๆ แล้ว!

“โอ้ สาวน้อยหน้าตาใช้ได้ ต้องเป็นคนที่คลอดเก่งแน่ ๆ”

“เสี่ยวอวี๋มีพี่สะใภ้แล้ว แม่เผยก็ตายตาหลับแล้ว”

เหล่าผู้หญิงน้อยใหญ่ในหมู่บ้านพุ่งเข้ามาราวกับฝูงผึ้ง ล้อมรอบจู้เจียงเจียงทั้งหน้าหลังด้วยความอยากรู้อยากเห็น คำพูดที่ออกจากปากก็ดูจะไม่ได้สนใจเท่าไรนัก

ไม่เช่นนั้นจะพูดว่านางคลอดเก่งได้อย่างไร? ห้าปีก่อนสามีของนางก็หายเงียบไร้วี่แวว

จู้เจียงเจียงไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกเขาพูดมากนัก แต่นางรู้สึกได้ว่ามีความจริงใจและให้ความรู้สึกสนิทสนมมาก

นางรู้ว่าคนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงล้วนมีน้ำใจงดงาม

“สะใภ้เล็กเป็นคนที่ไหน ในครอบครัวยังมีพี่ชายน้องชายอีกหรือไม่? ลูกสาวบ้านข้าก็ถึงวัยที่จะออกเรือน เจ้าว่า…”

ทุกคนต่างถามเกี่ยวกับเรื่องของนาง ช่วยไม่ได้ผู้หญิงในหมู่บ้านมีเยอะจริง ๆ เมื่อมีคนนอกหมู่บ้านมา พวกนางก็จะถามแบบนี้เหมือนกันหมด

“เกี่ยวกับเรื่องของข้า พวกเรามีเวลาค่อยคุยกันวันหลังเถอะ ให้ข้าได้กราบไหว้ฟ้าดินเสียก่อน รอข้าทำพิธีเสร็จแล้ว เรื่องทั้งหมดของทุกคนในหมู่บ้าน ข้าจะช่วยแก้ปัญหาให้ทีละคนดีไหม?”

จู้เจียงเจียงดูเหมือนคนรับผิดชอบ นางสามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ ไม่เขินอายและแปลกหน้าเหมือนคนที่เพิ่งมาใหม่เลยสักนิด

สวี่เหล่าเกินได้ยินเช่นนี้ก็ถือโอกาสเบียดฝูงชนเข้าไป

แต่เขาไม่ได้ขวางผู้คนแทนจู้เจียงเจียง กลับมองและถามนางอย่างลังเล “สาวน้อยบ้านจู้ กราบไหว้ฟ้าดินตอนนี้มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ? อะไร ๆ ก็ยังไม่ทันได้เตรียมต้อนรับเลย”

เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่ต้องใช้ชีวิตแม่ม่ายแล้วยังดีใจได้แบบนี้ นางมากะทันหันเกินไป บ้านตระกูลเผยก็ยังไม่ทันได้เก็บกวาด อะไร ๆ ก็ยังไม่ได้จัดเตรียม แล้วจะเอาอะไรไปจัดงานแต่งกัน?

จู้เจียงเจียงอมยิ้ม ขอบคุณความหวังดีของเขา

“ปู่สวี่ ขอบคุณท่านที่คิดแทนข้า แต่สถานการณ์ของตระกูลเผยท่านก็รู้ดี เรื่องแต่งงานไม่ต้องจัดการแล้ว ข้าแค่คิดอยากทำงานให้เร็วขึ้นหน่อย”

คำพูดนี้ของนาง ทำให้ทุกคนรู้สึกซาบซึ้งกันหมด

สวี่เหล่าเกินจับมือนางไม่ยอมปล่อย อุทานเสียงดัง “ผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงที่ดี!”

“…” บนใบหน้าจู้เจียงเจียงแขวนรอยยิ้มที่มีมารยาทไว้

ถ้าหากพวกเขารู้ว่า ตั้งแต่แรกนางก็พุ่งเป้ามาที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวงนี้ พวกเขาน่าจะไม่มีทางกระตือรือร้นกับนางแบบนี้แน่

“ได้! กราบไหว้ฟ้าดิน ตอนนี้ก็กราบไหว้ฟ้าดิน!”

สวี่เหล่าเกินเรียกเสียงดัง โบกมือให้ภรรยาบ้านตัวเอง “ยายแก่ ไปเก็บข้าวของของเสี่ยวอวี๋ พวกเราไปบ้านตระกูลเผยกราบไหว้ฟ้าดินตอนนี้เลย”

“จ้ะ!” สวี่หลิวซื่อตอบรับด้วยความดีใจ ยกตะกร้าสานขึ้นหลังกลับบ้านไปเก็บข้าวของให้เผยเสี่ยวอวี๋

เพียงแต่เห็นของที่จะให้เป็นอาหารวัวในคืนนี้ในตะกร้าสานที่แบกอยู่บนหลังที่เด็ดกลับมา นางก็อดน้ำตาไหลไม่ได้ “โธ่ วัวหนึ่งตัว ยังไม่ทันกินอิ่มก็ถูกจูงไปเสียแล้ว”

สวี่หลิวซื่อเช็ดน้ำตา เทของในตะกร้าสานออก ก่อนจะหยิบตะกร้าเปล่าเข้าบ้านแล้วเก็บข้าวของที่ตระกูลเผยนำมาวางไว้ที่ตระกูลสวี่ชั่วคราวทั้งหมดใส่ลงไป

สภาพแวดล้อมรอบตัวมีแต่ดินเหลือง ทำให้สีเขียวในลานบ้านกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตา

จู้เจียงเจียงปลีกตัวออกมาจากฝูงชนที่กำลังรื่นเริง เดินมาถึงสถานที่ที่เมื่อครู่สวี่หลิวซื่อเทของเอาไว้กองหนึ่ง ในกองใบไม้บนพื้นนั้นมีใบชาอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมโชยออกมา ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

“ปู่สวี่ อันนี้…”

“นี่คือใบหญ้าที่ย่าหลิวเก็บกลับมาป้อนวัว” จู้เจียงเจียงยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเผยเสี่ยวอวี๋ที่มาตีสนิทกับนางขัดขึ้น

พูดจบ เด็กน้อยแก้มแดงก็เรียกนางเสียงดังหนึ่งประโยค “สวัสดีเจ้าค่ะพี่สะใภ้”

เมื่อมองดูเด็กน้อยที่ว่านอนสอนง่ายและรู้ความผู้นี้ในความทรงจำ ทั้งยังคอยเดินตามหลังพี่สะใภ้ร่างเดิมเสมอ จู้เจียงเจียงจึงยิ้มแล้วลูบศีรษะของนางเบา ๆ

“เสี่ยวอวี๋ ต่อไปนี้มีพี่สะใภ้ดูแลเจ้าแทนพี่ชาย และท่านแม่ของเจ้าดีไหม?”

เผยเสี่ยวอวี๋พยักหน้า เบ้าตาแดงก่ำ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของพี่สะใภ้อย่างไม่ลังเล

สองสาวกอดกันเงียบ ๆ ดูเหมือนรู้จักกันมาเนิ่นนานอย่างไรอย่างนั้น

ไม่นานนักหลิวซื่อก็เก็บของเสร็จแล้ว จู้เจียงเจียงจึงจูงเผยเสี่ยวอวี๋ เดินไปบ้านเดิมของตระกูลเผยหน้าหมู่บ้านพร้อมกับคนในหมู่บ้าน

บ้านเดิมตระกูลเผยเป็นบ้านหนึ่งหลัง ห้องโถงเชื่อมประตูหน้าประตูหลัง แต่ละฝั่งมีห้องนอนสองห้อง

ฝั่งซ้ายคือห้องเดิมของบิดามารดาและห้องเก็บของ ฝั่งขวาคือห้องของพี่ชายน้องสาวตระกูลเผย

บนกำแพงข้างประตูหน้ามีไม้กระดานหนึ่งแผ่นติดอยู่ ด้านบนวางถ้วยที่มีขี้เถ้าไว้ ในถ้วยยังปักธูปหอมที่เผาไหม้หมดไปแล้วหลายดอก

หลังจากแม่เผยตายไป เผยเสี่ยวอวี๋ก็ถูกผู้ใหญ่บ้านรับไปดูแล บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอยู่มาครึ่งเดือนแล้ว ถึงแม้จะต้องเก็บกวาดใหม่แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากมากนัก

บวกกับมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคอยช่วยเหลือ ชั่วพริบตาบ้านก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดเรียบร้อย

“สาวน้อยบ้านจู้ นี่คือเสื้อคลุมแดงที่แม่เผยสวมใส่ก่อนจะคลอดเสี่ยวอวี๋ เจ้าสวมมันกราบไหว้ฟ้าดินกับเสี่ยวจ้าวเถอะ”

“ได้” จู้เจียงเจียงรับมาอย่างใจกว้าง พลางมองดูเสื้อผ้าขอทานบนตัวของนางตอนนี้ ไม่เหมาะที่จะใส่กราบไหว้ฟ้าดินจริง ๆ “ข้าขอไปล้างหน้าหน่อย”

ตอนกลับถึงห้องโถงตระกูลเผย ในห้องก็มีผู้สูงอายุยืนรออยู่แล้ว เผยเสี่ยวอวี๋เองก็ยกเสื้อผ้าชุดหนึ่งของผู้ชายไปยืนรอนางอยู่หน้ากระถางธูป

เมื่อเห็นนางเข้ามา คนข้างนอกก็เดินตามเข้าบ้านมาเป็นพรวน พวกเด็ก ๆ ต่างส่งเสียงเรียกนางว่า สะใภ้เล็ก

ถึงแม้หมู่บ้านเสี่ยวฮวงจะยากจน อีกทั้งเจ้าบ่าวก็ไม่อยู่ ทว่าคนในหมู่บ้านกลับยังรักษาพิธีที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ยินดีต้อนรับจู้เจียงเจียงเข้าประตูอย่างเป็นทางการและยิ่งใหญ่

ครั้นกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จสิ้น จู้เจียงเจียงก็ถูกผลักเข้าห้องของเผยจ้าว นางหนึ่งคนอยู่กับเสื้อผ้าหนึ่งชุด ก็นับว่าเป็นอันเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อย

“เผยจ้าว ๆ ถึงแม้ข้าจะไม่หวังให้เจ้าตาย แต่ก็ขอให้เจ้าอย่าได้กลับมาเด็ดขาด!”

จู้เจียงเจียงจับเสื้อผ้าชุดนั้น พลางพูดขอพรกับพระผู้เป็นเจ้าด้วยเสียงแผ่วเบา

ถ้าหากการข้ามมิตินี้เป็นเรื่องจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ นางก็คิดเพียงแค่ว่าจะหาสถานที่แห่งหนึ่งสร้างบ้านและแสวงหาความร่ำรวย มีชีวิตที่ดี และไม่อยากมีสามีเพิ่มมาอย่างไม่รู้ตัว

ดังนั้น นางจึงทำได้เพียงร้องขอต่อสวรรค์ ให้สามีในตำนานผู้นั้นอย่าปรากฏตัวออกมาเลยถึงจะดี

แต่สวรรค์ไม่เป็นดั่งใจหวัง ในชีวิตก่อนของเจ้าของร่างเดิม เผยจ้าวเคยปรากฏตัวขึ้นแล้ว

เพียงแต่เนื่องจากสถานะในตอนนั้นของเขา ทั้งสองจึงไม่อาจรู้จักซึ่งกันและกัน ดังนั้นในความทรงจำ จู้เจียงเจียงจึงไม่รู้ว่าเขาเคยกลับมา

นอกบ้าน

เพราะมีสภาพที่จำกัด ผู้ใหญ่บ้านหยิบน้ำตาลกรวดออกมาสองสามก้อน ต้มน้ำแกงหวานให้ทุกคนดื่มคนละชาม ก็ถือว่าเป็นการกินเลี้ยงงานแต่งงานแล้ว

น้ำแกงหวานยังดื่มไม่ทันหมด จู้เจียงเจียงก็เปลี่ยนชุดคลุมสีแดงออก เดินออกจากห้องมาหาสวี่หลิวซื่อในฝูงชน

“ย่าหลิว ใบชาพวกนั้นที่ท่านเก็บไว้ในตะกร้าก่อนหน้านี้ เด็ดมาจากที่ไหนกัน”

“หือ?” สวี่หลิวซื่อถูกนางถามเช่นนี้ ก็มึนงงไปเล็กน้อย “เจ้าถามเรื่องนี้ไปทำไม?”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...