โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เศรษฐกิจไทย” โลกสองใบ เมื่อไม่เปิดโอกาสให้คนระดับรองขยับสูงขึ้นเท่าที่ควร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 07.05 น.

SCB EIC ชี้ "เศรษฐกิจไทย" กลายเป็นโลกสองใบ เมื่อคุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนระดับชั้นรองขยับสูงขึ้นได้มากเท่าที่ควร แล้วทางออกคืออะไร?

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด วิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ว่า "เศรษฐกิจไทย" แยกออกเป็นโลกสองใบ จากการที่คุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนที่อยู่ในระดับชั้นรองลงมาขยับสูงขึ้นได้มากเท่าที่ควร

ดร.สมประวิณ ระบุว่า ผมเคยทำงานในบริษัทที่มีเพื่อนร่วมงานเป็นคนญี่ปุ่น หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชอบเมืองไทย นอกจากอาหารที่อร่อยแล้ว พวกเขายังชื่นชมความยืดหยุ่นในสังคมไทย เพื่อนคนหนึ่งเคยตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจไว้ว่า “It seems that your society consists of both ‘BTS people’ and ‘on-the-street people,’ but they appear to move freely between the two.”

ประโยคนี้ทำให้ผมตั้งคำถามว่า จริงหรือไม่ที่สังคมไทยเปิดโอกาสให้คนสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงในโครงสร้างทางสังคมได้อย่างเสรี หรือแท้จริงแล้วความยืดหยุ่นนี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนปัญหาเชิงโครงสร้างเอาไว้ บทความนี้จะพาผู้อ่านสำรวจคำถามสำคัญนี้ไปด้วยกัน

จากข้อมูล Social Mobility Index ในปี 2020 ของ World Economic Forum ไทยมีคะแนนการเลื่อนชั้นทางสังคมอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค และประเทศที่อยู่ในระดับการพัฒนาเดียวกัน Social Mobility Index ของไทยอยู่ที่ 55.4 ต่ำกว่าสิงคโปร์ (74.6) มาเลเซีย (62) หรือแม้กระทั่งเวียดนาม (57.8)

ข้อจำกัดในการเลื่อนชั้นทางสังคมสะท้อนปัญหาการเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจ Muthitacharoen and Burong (2023) จัดกลุ่มคนไทยตามระดับรายได้ (จากฐานข้อมูลการจ่ายภาษี) แล้วคำนวณว่าคนไทยในแต่ละระดับรายได้มีโอกาสเลื่อนชั้นมากแค่ไหน จากภาพที่ 1 ผู้วิจัยพบว่าคนไทยในกลุ่มรายได้ต่ำสุด 10% แรกมีโอกาสตกอยู่ในกลุ่มรายได้เดิมต่อไปถึงเกือบ 65% ในช่วงปี 2014-2018 เพิ่มสูงขึ้นมาจากประมาณ 60% ในช่วงปี 2014-2018 กล่าวคือ คนไทยที่มีรายได้น้อยที่สุด 10% แรกมีโอกาสน้อยกว่าครึ่งที่จะเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ

ภาคธุรกิจก็สะท้อนภาพที่คล้ายคลึงกัน หากนำข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาสำรวจดูว่าธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสเลื่อนชั้นขึ้นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มากแค่ไหน จะพบว่าธุรกิจขนาดเล็กที่มีศักยภาพมีโอกาสเลื่อนชั้นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เพียง 4-5% ในช่วงปี 2546-2562 แม้โอกาสจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงโควิด ซึ่งน่าจะเป็นผลจากนโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐในช่วงเวลาดังกล่าว แต่เมื่อหมดความช่วยเหลือแล้วโอกาสในการเลื่อนชั้นกลับตกลงมาที่เพียง 3.3% ในปี 2566

น่าสังเกตว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ 30-40 ปีที่ผ่านมา อาจทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 6.0% ต่อปี แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ คุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนที่อยู่ในระดับชั้นรองลงมาขยับสูงขึ้นได้มากเท่าที่ควร เศรษฐกิจไทยจึงแยกออกเป็น โลกสองใบ

เศรษฐกิจไทยแบ่งออกเป็นโลกสองใบใน 3 มิติ คือ ‘อ่อน-แข็ง’ ‘เก่า-ใหม่’ และ ‘ใหญ่-เล็ก’

มิติที่ 1 : อ่อน-แข็ง

โลกสองใบของครัวเรือนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอกับที่มีฐานะการเงินเข้มแข็ง จากบทความเรื่อง‘ปฏิรูปจากแรงจูงใจ’ เราพูดคุยกันว่าครัวเรือนไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงความมั่งคั่งรุนแรงมาก โดยครัวเรือนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอมีรายได้ไม่พอรายจ่ายและมีรายได้เข้ามาไม่สม่ำเสมอ เมื่อครัวเรือนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้ขาดรายได้ พวกเขาจะได้รับผลกระทบมากกว่าและฟื้นตัวช้ากว่าครัวเรือนที่มีฐานะการเงินเข้มแข็ง

วิกฤตโควิดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หากเรานำข้อมูลครัวเรือนที่มีหนี้มาจัดกลุ่มตามระดับรายได้ อาชีพ และสถานะการทำงาน แล้วประเมินว่าครัวเรือนจะใช้ระยะเวลาแค่ไหนในการฟื้นตัวจากปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย จะพบว่าครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้าเป็นครัวเรือนรายได้น้อยในภาคเกษตรและภาคบริการที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน และครัวเรือนในภาคอุตสาหกรรมที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ในทางตรงข้าม ครัวเรือนที่ฟื้นตัวได้เร็วเป็นครัวเรือนรายได้สูง

มิติที่ 2 : เก่า-ใหม่

โลกสองใบของภาคการผลิตโลกเก่ากับโลกใหม่ ภาคการผลิตโลกเก่าไม่ได้เติบโตไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี หรือจะเผชิญความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ขณะที่ภาคการผลิตโลกใหม่มีโอกาสเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์และได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงที่น้อยกว่า

มิติที่ 3 : ใหญ่-เล็ก

โลกสองใบของธุรกิจใหญ่กับธุรกิจเล็ก ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่ากำไรของธุรกิจขนาดเล็กมีความผันผวนมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ถึงสองเท่า โดยเฉพาะในช่วงโควิด จากภาพที่ 5 จะเห็นได้ชัดว่ารายได้ของธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วงโควิดไม่ได้ลดลงเลย และสามารถเติบโตได้เกือบ 10% หลังจากวิกฤตสิ้นสุดลง ในทางตรงข้าม รายได้ของธุรกิจขนาดเล็กหดตัวประมาณ 2-3% ในช่วงโควิด และยังไม่ฟื้นกลับมาที่เดิม

ปลายทางของโลกสองใบ

หากเราปล่อยให้โลกสองใบยังแย่ลง พวกเขาจะแก่งแย่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เหลืออยู่ เมื่อนั้นก็จะขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ เกิดความขัดแย้ง และท้ายที่สุด การมีโลกสองใบของเศรษฐกิจไทยจะไม่ใช่ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่จะกลายเป็น ‘ปัญหาทางสังคม’ ของประเทศไทย

การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ลดระยะห่างระหว่างโลกสองใบ

แล้วการพัฒนาแบบใดที่เศรษฐกิจไทยต้องการ? เราต้องการการพัฒนาที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับการลดระยะห่างระหว่างโลกสองใบ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้หากการเติบโตทางเศรษฐกิจมีคุณภาพ 3 ประการดังต่อไปนี้

คุณภาพที่ 1 คนในระบบเศรษฐกิจควรมีภูมิคุ้มกันต่อสถานการณ์เลวร้าย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่มั่นคงให้คนในโลกใบรองออกไปคว้าโอกาสในการเติบโต ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนจากโลกใบรอง ผู้ดำเนินนโยบายมีบทบาทเป็นกลไกเสริมผ่านการช่วยเหลือทางสังคมและประกันทางสังคม ควบคู่ไปกับการออกแบบกติกาในภาคการเงินเพื่อเอื้อให้เกิดการพัฒนาตลาดประกันภัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็ก

แม้ตลาดประกันภัยในไทยจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในระดับการพัฒนาเดียวกัน แต่ปัจจุบันครัวเรือนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงประกันภัยได้อย่างเหมาะสม ส่วนหนึ่งมาจากอุปสรรคด้านข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์ในการประเมินความเสี่ยง ทำให้การจัดทำสัญญาประกันไม่คุ้มค่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยง ทั้งการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและ Remote Sensing ช่วยให้ผู้รับประกันเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำและหลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ACRE Africa ที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยพืชผลในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออก สำหรับไทย ความหลากหลายระหว่างพื้นที่ทั้งในแง่ของประเภทของผลผลิตทางการเกษตรและช่วงเวลาเพาะปลูกจะเอื้อให้บริษัทประกันสามารถกระจายความเสี่ยงในการรับประกันภัยได้ดียิ่งขึ้น

คุณภาพที่ 2 คนในระบบเศรษฐกิจควรเติบโตจากการพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ที่กำลังเปลี่ยนไป

ในการสนับสนุนให้คนจากโลกใบแรกปรับตัวและพัฒนาให้ทันภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ ผู้ดำเนินนโยบายจะเป็นกลไกเสริมผ่านการหาโอกาสทางธุรกิจผ่านการเจรจาทางการค้าและการลงทุนกลับมาให้ธุรกิจภายในประเทศ มองไปข้างหน้า ห่วงโซ่การผลิตโลกเปลี่ยนแปลงไปจากผลของความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ไทยยังมีโอกาสที่จะเชื่อมต่อเข้ากับห่วงโซ่การค้าที่กำลังเปลี่ยนไป หากสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ปรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนให้กระชับและยืดหยุ่น และพัฒนาระบบการเงินเพื่อส่งเสริมการระดมทุนเพิ่มเติม

คุณภาพที่ 3 ทุกคนในระบบเศรษฐกิจควรมีโอกาสในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเติบโตไปพร้อมกัน

เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเติบโตไปพร้อมกัน ผู้ดำเนินนโยบายจะมีบทบาทในฐานะผู้ออกแบบกติกาของการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน เพื่อการสร้างโอกาสให้คนจากโลกใบรองเข้าถึงทรัพยากร สามารถแข่งขันและเติบโตได้ นั่นคือ

โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทรัพยากรทางการเงิน คนตัวเล็กมักเผชิญข้อจำกัดในการบริหารสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงเงินลงทุน OECD (2020) ชี้ว่าระบบการเงินไทยยังไม่ได้รองรับการระดมทุนที่รองรับคนตัวเล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าคนตัวใหญ่ โดยเฉพาะการระดมทุนผ่านตราสารทุน เช่น Equity Crowdfunding และ Private Equity การพัฒนาระบบการเงินเพื่อเพิ่มความลึกและหลายของช่องทางการระดมทุนที่สอดคล้องกับผลตอบแทนและความเสี่ยงของคนตัวเล็ก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินได้

โอกาสในการแข่งขัน จากการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของคนตัวเล็ก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ณ ต้นทุนที่เข้าถึงได้มากขึ้น ลดกฎระเบียบที่สร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงกฎหมายที่ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าให้ทันต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปและบังคับใช้อย่างโปร่งใส รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายล้มละลายให้มีประสิทธิภาพและให้โอกาสคนตัวเล็กที่แพ้ได้กลับเข้าสู่ตลาด

วันนี้เราตั้งต้นแก้ปัญหาโลกสองใบในวันที่เศรษฐกิจไทยมีความเหลื่อมล้ำสูง ลำพังการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจด้วยกลไกตลาดภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและโครงสร้างแรงจูงใจในปัจจุบันยังไม่อาจสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพครบ 3 ประการ ดังนั้นผู้ดำเนินนโยบายจึงต้อง ‘ปรับกติกา’ หรือโครงสร้างแรงจูงใจไปพร้อมกับการเป็น ‘กลไกเสริม’ ที่มาทดแทนบางตลาดที่ไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรให้เกิดการเติบโตที่มีคุณภาพได้

การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ

เศรษฐกิจไทยโลกสองใบไม่ใช่เรื่องที่ควรเคยชินและยอมรับ แต่เป็นปัญหาที่เราต้องตระหนักและหาทางลดระยะห่างระหว่างโลกสองใบให้ใกล้กันมากขึ้นให้ได้ เพราะแม้จุดตั้งต้นจะต่างกัน แต่คนไทยทุกคนควร ‘ได้รับโอกาส’ ในการเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจ โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา โอกาสที่จะมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ดี จนกระทั่งจากโลกนี้ไปด้วย‘ความรู้สึกพอใจในชีวิต’

และนั่นคือ‘การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ’ ที่ประเทศไทยต้องการ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...