ปรากฏการณ์ Hemmaflickvän หรือ Soft Girl ของสาวๆ สวีเดน ที่เบิร์นเอาต์จน ‘ลาออก’ มาเป็น ‘แฟนสาว’ ให้แฟนเลี้ยง ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าก้าวหน้า หรือกลับสู่ค่านิยมเดิม
หากเชื่อจริงๆ ว่า ผู้หญิงควรทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ และควรเป็นได้ทุกอย่างที่อยากเป็น โดยไม่เอาเรื่องเพศสภาพมาตัดสินกัน ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิงจะเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหนก็ควรได้รับความเคารพในการตัดสินใจของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่งและหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ หรือผู้หญิงที่อยู่ในสถานะคนรักที่ถูกเลี้ยงดูโดยป๊ะป๋า ซึ่งใช้ร่างกายแลกเงิน แบบเพลง ฟ้ารักพ่อ หรือผู้หญิงที่รักในการดูแลบ้าน ดูแลแฟน ดูแลลูก และเรียกตัวเองว่าเป็น แม่บ้าน หรือจะผู้หญิงที่เคยเป็นสาวทำงานแต่วันหนึ่งก็ ‘เลือก’ ลาออกจากงาน เพื่อมาอยู่บ้านดูแลแฟนและให้แฟนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายแทน อย่างเช่น Hemmaflickvän หรือSoft Girl คำนิยามล่าสุดของสาวสวีเดน ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความเท่าเทียมทางเพศอย่างมาก เช่น เป็นประเทศที่ให้สิทธิการขอลาคลอดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงถึง 480 วัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลลูก และผลักดันให้คนทุกเพศได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ทั้งโอกาสทางอาชีพ การศึกษา สุขภาพ และเศรษฐกิจ ทั้งยังมีกฎหมายรองรับ LGBTQ+ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะสมรสเท่าเทียม หรือ การเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้เปลี่ยนเพศได้ตามกฎหมาย ฯลฯ
นั่นทำให้นี่เป็นประเด็นที่คนถกเถียงกันเมื่อไม่นานมานี้ เพราะขณะที่ประเทศดูจะเป็นมิตรต่อเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอันดับต้นๆ ของโลก แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้หญิงสวีเดนกลับออกมานิยามตัวเองว่าเป็น Hemmaflickvän หรือ Soft Girl โดยพวกเธอเลือกกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ไปในทางเดียวกับค่านิยมในอดีตที่ผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้าน และผู้ชายมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงดู แต่ความน่าสนใจคือทางเลือกนี้เกิดขึ้นจากมุมมองที่ต่างกันออกไป เพราะในอดีต ผู้หญิงถูกทำให้เชื่อว่าตัวเองขาดความสามารถในการทำงานนอกบ้าน และควรต้องเป็นแม่บ้าน ‘เท่านั้น’ และต้องอยู่ในสถานะช้างเท้าหลังอย่างจำใจ แต่ในวันนี้ ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปอีกแล้ว เพราะผู้หญิงหลายคนรู้และเข้าใจถึงศักยภาพของตัวเอง เข้าใจทางที่กำลังจะเลือก และเลือกที่จะอยู่บ้านด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งพวกเธอ
ยกตัวอย่างสาวคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากการเป็น Soft Girl นั่นคือ Vilma Larsson วัย 25 ปี ที่ก่อนหน้านี้ทำงานมาสารพัดสิ่ง ตั้งแต่ทำงานที่ร้านขายของชำ care home และโรงงาน แต่แล้วเธอก็ลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแฟนสาวที่อยู่ดูแลบ้าน ซึ่งเธอก็ออกมาแชร์ประสบการณ์ว่า เธอไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากเท่านี้มาก่อนเลย
Vilma Larsson อยู่กับแฟนหนุ่ม Edvin Cederqvist โดยทั้งคู่ก็เป็นคู่รักปกติทั่วไปที่เคยแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ เท่าๆ กัน บางกรณีเธอก็จ่ายเงินมากกว่า จนถึงวันที่ทั้งคู่ตกลงกันอย่างเข้าใจว่า จะเลือกชีวิตแบบนี้ ที่คนหนึ่งคอยดูแลบ้าน และอีกคนคอยหาเงินเลี้ยงดูทุกๆ เดือน เพราะเธอรู้สึก ‘เหนื่อยล้า’ กับการทำงาน โดยเธอกล่าวว่า “ฉันคิดว่ามีผู้หญิงจำนวนมากที่รู้สึกหมดไฟจากงานของพวกเธอ และฉันก็แค่คิดถึงแม่ของฉัน ยายของฉัน และพี่น้องของฉัน ทุกๆ คนมักจะเครียดกันมากๆ อยู่เสมอ” ซึ่งทางเลือกนี้ของเธอ เธอก็ยอมรับว่า เธออยู่ในจุดที่มี privilege ที่จะเลือกชีวิตแบบนี้อย่างเต็มใจได้ เพราะต้องยอมรับว่าผู้หญิงแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในชีวิตที่ต่างกันออกไป
อย่างไรก็ตามการที่ Vilma Larsson ทำคอนเทนต์แชร์ไลฟสไตล์จนมียอดคนกดไลก์หลายแสนคน ก็เกิดการดีเบตขึ้นในสวีเดน หลายคนแสดงความเป็นห่วง และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้ความเท่าเทียมในประเทศถอยหลังไปหลายก้าว อย่างการสำรวจขนาดใหญ่โดย Ungdomsbarometern ของสวีเดน ก็พบว่า 14% ของเด็กอายุ 7-14 ปี นิยามตัวเองว่าเป็น Soft Girl แล้ว! นั่นหมายถึงเด็กๆ เริ่มไม่อยากทำงาน เริ่มไม่ฝันถึงความฝันของตัวเอง และเริ่มคิดจะหวังพึ่งผู้ชาย โดยได้รับอิทธิพลมาจากสาว Soft Girl ในประเทศคนอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นปัญหาในอนาคตเกี่ยวกับวิธีคิดของพวกเธอ ที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังเรื่องการดูแลตัวเองเสียเท่าไหร่ เพราะแน่นอน เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เราจะอยู่กับผู้ชายตรงหน้าไปอีกนานแค่ไหน และหากเราไม่มีความมั่นคงทางการเงินด้วยตัวเอง บางคนอาจออกจากความสัมพันธ์นั้นไม่ได้เพราะยังต้องพึ่งพาอีกฝ่าย แม้อีกฝ่ายจะทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ถ้ามองแบบนี้ ก็ถือเป็นประเด็นที่น่าคิดตามและน่าเป็นห่วงไม่น้อย
ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งก็มองว่า นี่มันก็เป็นทางเลือกเลือกและสิทธิของพวกเธอที่ควรจะเลือกได้เองว่าจะเป็นผู้หญิงที่ออกไปทำงานนอกบ้าน หรือทำงานในบ้าน เพียงแต่เราคิดว่า อาจต้องอาศัยการให้ความรู้และความเข้าใจต่อผู้หญิงทุกคนว่า นี่เป็นทางเลือกที่เลือกได้ก็จริง แต่บางครั้งการคิดหน้าคิดหลังเรื่องความมั่นคงทางการเงินของตัวเองไว้ก่อน ก็เป็นสิ่งที่คิดไว้เผื่อๆ ก็ไม่เสียหาย ในวันที่เรื่องของความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากคิดต่อไปถึงระดับกฎหมาย จริงๆ การเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน จะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น หากมีกฎหมายช่วยเหลือพวกเธออย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่า Housework is Real Work ที่ควรถูกคุ้มครองเหมือนการทำงานอาชีพอื่นๆ และไม่ว่าจะเพศไหน ก็สามารถเลือกจะทำ Housework ได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเสมอไป และคงดีหากเราเห็น Soft Boy เกิดขึ้นบ้างเช่นกัน
อ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/articles/c0j1wwypygxo
https://swedenherald.com/article/the-softgirl-trend-in-sweden
https://www.svt.se/nyheter/lokalt/skane/soft-girl-jag-far-betalt-av-min-kille-varje-manad
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ปรากฏการณ์ Hemmaflickvän หรือ Soft Girl ของสาวๆ สวีเดน ที่เบิร์นเอาต์จน ‘ลาออก’ มาเป็น ‘แฟนสาว’ ให้แฟนเลี้ยง ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าก้าวหน้า หรือกลับสู่ค่านิยมเดิม
- Blake Lively ยื่นฟ้อง Justin Baldoni ที่คุกคามทางเพศเธอ และใช้อำนาจเติม ‘ฉากเซ็กซ์’ ที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้
- The New York Times เผย สงครามและการยึดอำนาจในเมียนมา ผลักให้แพทย์หญิงและพยาบาล ต้องขายบริการทางเพศ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com