โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความเข้าใจโรคสะเก็ดเงินซึ่งเป็นมากกว่าอาการอักเสบทางผิวหนัง แต่ส่งผลถึงภาวะซึมเศร้า

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 09.50 น. • BLT Bangkok

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) และอ่านความเป็นไปของโรคนี้ กับสถาบันโรคผิวหนัง และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รับวันสะเก็ดเงินโลก (World Psoriasis Day)

Be Inform แคมเปญวันสะเก็ดเงินโลกในปีนี้

ความสำคัญของการตั้งวันสะเก็ดเงินโลกครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมีความกล้าที่จะบอกเล่าเกี่ยวกับอาการนอกเหนือจากบริเวณผิวหนังของโรคที่ตนต้องเผชิญ ให้กับแพทย์ผู้รักษามากขึ้นผ่านแคมเปญวันสะเก็ดเงินโลกในปีนี้ คือ “Be Inform” เพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเองในการรักษาให้ตรงจุดและครอบคลุม อันจะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคร่วม และให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

และมุ่งหวังในการต่อยอดการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ป่วยบอกเล่าถึงอาการต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นอาการนอกเหนือจากผิวหนังให้แพทย์รับรู้ เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

โรคสะเก็ดเงิน พบได้เป็นอันดับที่ 4-5 ในคลินิกผิวหนัง

ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิง ณัฎฐา รัชตะนาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล : โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง ซึ่งปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคสะเก็ดเงินในประเทศไทย กำลังมีการสำรวจในประชากรทั่วไป แต่พบได้เป็นอันดับที่ 4-5 ในคลินิกผิวหนัง ในโรงเรียนแพทย์และศูนย์การแพทย์ ของกระทรวงสาธารณสุข

และในด้านการแพทย์เองก็อยู่ในระหว่างการศึกษาถึงสาเหตุของโรคที่แท้จริงว่ามาจากสาเหตุใด โดยผื่นสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ผิวหนังที่มีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติประมาณ 5 เท่า ชึ่งเกิดจากการกระตุ้นของสารเคมีในเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่าลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ชนิดเซลล์ที (T-Cell)

ทำให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นผื่นขนาดใหญ่ตามร่างกาย ลักษณะผื่นนูนแดง
มีสะเก็ดสีขาวพบได้ทั่วร่างกาย พบบ่อยบริเวณหนังศีรษะ ข้อศอก หัวเข่า หรือเล็บ
บางครั้งพบที่อวัยวะเพศ และพบประวัติในครอบครัว ประมาณร้อยละ 30

โรคสะเก็ดเงินไม่ได้เป็นโรคที่มีอาการทางด้านผิวหนังเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์กับโรคร่วมอื่น ๆ อาทิเช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะซึมเศร้า และปัญหาทางด้านจิตใจ เป็นต้น

ทั้งนี้การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ญาติ และประชาชนทั่วไปจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสติในการเผชิญหน้ากับสิ่งรบกวนทางจิตใจ จะช่วยลดการเกิดพฤติกรรมการแยกตัวออกจากสังคม ลดความรู้สึกหดหู่ การขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

เนื่องจากสภาพร่างกายภายนอกอันเป็นผลจากโรค และสิ่งสำคัญที่สุดคือกำลังใจจากบุคคลใกล้ชิดถือเป็นยาขนานเอกในการช่วยเยียวยา รักษาโรคสะเก็ดเงินให้มีอาการดีขึ้น และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

โรคสะเก็ดเงิน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะซึมเศร้าได้

แพทย์หญิงพู่กลิ่น ตรีสุโกศล รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข : โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ทางการแพทย์ยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ตามที่ผู้ป่วยหลายท่านนั้นปรารถนา การรักษาจึงเป็นในแบบควบคุมอาการเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค

ปัจจุบันยังมีผู้ป่วยหลายท่าน ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วโรคสะเก็ดเงินไม่ได้เป็นโรคที่มีอาการทางด้านผิวหนังเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ และปัญหาทางด้านจิตใจที่ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้

จนอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติการณ์ของโรคสะเก็ดเงิน เพราะฉะนั้นการเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่คนในสังคมผ่านโครงการวันสะเก็ดเงินโลก (World Psoriasis Day) นับว่าเป็นโอกาสอันดี ให้โรคสะเก็ดเงินอยู่ในความสนใจ และทำความรู้จักโรคได้อย่างเข้าอกเข้าใจ

ปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ของโรคสะเก็ดเงิน

แพทย์หญิงพู่กลิ่น ตรีสุโกศล : อย่างไรก็ดีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถช่วยควบคุมอาการของโรคให้สงบได้ โดยแนะให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ได้แก่
- ความเครียด
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การสูบบุหรี่
- แอลกอฮอล์
- ความอ้วน
- ยาบางชนิดที่สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้

นอกจากนี้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือการติดเชื้อ หรือโรคหวัด ก็อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดผื่นเห่อขึ้นได้ ในขณะเดียวกันขอแนะนำให้ผู้ป่วยติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรย้ายหรือเปลี่ยนแพทย์ผู้ทำการรักษาไปเรื่อย ๆ

เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาให้ตรงจุดและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องและใช้ระยะเวลานาน

เคล็ดลับการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน

การดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินอย่างเหมาะสม จะเป็นการควบคุมอาการของโรคไม่ให้รุนแรง และยังทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วยิ่งขึ้น โดยมีเคล็ดลับ 4 ประการที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ดังนี้

1. เข้าใจโรคสะเก็ดเงิน : ผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจโรคสะเก็ดเงินอย่างถูกต้อง เพื่อสามารถดูแล และรักษาตนเองได้อย่างเหมาะสมต่อไป

2. ดูแลร่างกายและจิตใจอย่างเคร่งครัด : ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงความเครียดทั้งทางร่ายกาย และจิตใจ

3. หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น : การแกะเกา การปล่อยให้ผิวหนังแห้งขุย การสูบบุหรี่
การดื่มสุรา เป็นต้น

4. สังเกตและป้องกันตนเองจากภาวะโรคแทรกซ้อน : กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณข้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้ทำการวินิจฉัยและรักษาอาการที่อาจเกิดจากโรคข้อเสื่อมอักเสบ หรือผู้ป่วยบางรายที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนไข้ที่มีน้ำหนักในเกณฑ์ปกติ

แนวทางการรักษาโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบัน

ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า มีคนกว่า 125 ล้านคนทั่วโลก ที่ต้องเผชิญกับโรคสะเก็ดเงิน โดยปัจจุบัน แม้จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด และการรักษาเป็นไปเพื่อควบคุมอาการเท่านั้น

โดยวิธีการรักษาส่วนใหญ่จะเป็นยารูปแบบยาทา ยารับประทาน และการฉายแสง แต่ล่าสุดได้มีนวัตกรรมในการรักษาที่ตรงจุด (Treat To Target) ในรูปแบบยาฉีด อันเป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าที่ให้ผลการรักษามากกว่า และทำให้ผิวกายเรียบเนียนอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...