โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาฬสินธุ์อ่วมพายุฤดูร้อนถล่มบ้านเรือนประชาชน 5 อำเภอเสียหายกว่า 230 หลังคาเรือน

77kaoded

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2562 เวลา 09.58 น. • 77 ข่าวเด็ด

พายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายพื้นที่ใน 5 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ เบื้องต้นมีบ้านเสียหายกว่า 230 หลังคาเรือน หนักที่สุดในเขตพื้นที่อำเภอกมลาไสยมีทั้งโรงพยาบาลและโรงเรียนได้รับความเสียหาย ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์มีผู้ถูกต้นไม้ล้มทับเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ลงพื้นที่ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่และจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจเร่งให้การช่วยเหลือแล้ว

จากกรณีเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ของ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชน สิ่งสาธารณูปโภคของสถานที่ราชการได้รับความเสียหายและมีผู้ถูกต้นไม้ล้มทับเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งหลังเกิดเหตุนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ทางอำเภอ และหน่วยงานต่างๆรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งทำการสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มีนาคม 2562 นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.กฤตติภูมิ หอมหวล เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นายโสภณ เจริญพร หัวหน้า สนง.ปภ.กาฬสินธุ์ นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นอภ.กมลาไสย นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อส.และจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ลงพื้นที่เข้าสำรวจความเสียหาย เยี่ยมให้กำลังใจ และเร่งให้การช่วยเหลือในการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มทับบ้านพัก อาคาร ห้องประชุม สายไฟ และโรงจอดรถภายในโรงพยาบาลกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท หลังจากพายุพัดทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับเสียหายหลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องตัดกระแสไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกและเปิดบริการรักษาผู้ป่วยได้ตามปกติโดยเร็ว

จากนั้น ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตัดต้นไม้ที่ล้มทับอาคารเรียนหลายแห่ง และสำรวจวางแผนร่วมกับวิศวกรในการรื้อโดมลานกีฬาขนาดใหญ่ของเรียนกมลาไสย ซึ่งถูกฤทธิ์ของพายุพัดถล่มเสียหายพังลงมาทั้งหลัง เบื้องต้นคาดว่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ในพื้นที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนหนักสุด เพราะนอกจากมีโรงพยาบาลและโรงเรียนแล้ว ยังมีบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดเสียหายอีกหลายสิบหลังคาเรือน บางหลังคาเรือนถูกพายุพัด หลังคาหลุดออกไปทั้งหลัง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าหลังคาอาคารเก็บของโรงเรียนบ้านเหล่าใต้ ต.เหล่าอ้อย อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ถูกพายุพัดหลุดออกไปทั้งหลังอีกด้วย

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นขณะนี้ได้รับรายงานเหตุวาตภัยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์แล้ว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด และ อ.ร่องคำ รวม 17 ตำบล 94 หมู่บ้าน 1 ชุมชน บ้านเรือนราษฎร เสียหาย 230 หลัง ยุ้งข้าว 9 หลัง คอกสัตว์ 7 หลัง โรงเรียน 2 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง วัด 1 แห่ง และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทั้งนี้ในส่วนของแนวทางการช่วยเหลือนั้นขณะนี้ได้สั่งการให้อำเภอต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจเข้าให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะการเร่งตัดต้นไม้เคลียร์พื้นที่สายไฟในโรงพยาบาลกมลาไสย เพื่อเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าและเปิดบริการตามปกติโดยเร็วที่สุด สำหรับผู้ป่วยหนักเจ้าหน้าที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ส่วนผู้ป่วยทั่วไปก็จะทำการจดบันทึก และทำการรักษาชั่วคราวไปก่อน รวมทั้งต้นไม้ที่หักล้มทับบ้านเรือนประชาชนให้กลับเข้าอยู่อาศัยตามปกติโดยเร็วที่สุด

นายไกรสร กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในภาพรวมขณะนี้ทาง จ.กาฬสินธุ์ ยังสามารถรับมือและให้การช่วยเหลือได้ ซึ่งบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายหนักนั้น เจ้าหน้าที่จะมีการจัดเตรียมสถานที่พักอาศัยชั่วคราวไว้และเร่งทำการซ่อมแซม ส่วนผู้เสียชีวิตที่ถูกต้นไม้ล้มทับในเขตพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์นั้น ก็จะต้องให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่และตามระเบียบของทางราชการ อย่างไรก็ตามยังได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2562 นี้ พร้อมกับเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่อยู่ใกล้ต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ดำเนินการตัดทอนกิ่งและใบออก เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับลม ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ต้นไม้ล้มทับที่พักอาศัยและทรัพย์สินได้ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนตกฝนฟ้าคะนอง

ด้านนางริน ไชยมี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/11 ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งบ้านถูกพายุพัดหลังคาออกไปทั้งหลัง กล่าวว่า เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาเกิดพายุฤดูร้อนฝนตกและมีลมแรง ก่อนที่จะมีพายุหมุนพัดเข้ามายังตัวบ้าน ทำให้หลังคาบ้านหลุดออกไปทั้งแถบ ซึ่งช่วงเกิดเหตุทุกคนต่างหาที่หลบเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้เบื้องต้นมีทรัพย์สินเสียหายหลายอย่าง เพราะถูกน้ำฝนไหลเข้ามายังตัวบ้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...