โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตอบโจทย์รถไฟฟ้ารางเบา พัฒนาอย่างไรถึงสำเร็จ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 09.38 น.
ภาพจาก : www.otp.go.th.com

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ข่าวคราวการพัฒนารถรางในหัวเมืองใหญ่กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ทำการศึกษาแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาจราจรในจังหวัดสำคัญตามภูมิภาคต่าง ๆ แล้วเสร็จ โดยรถไฟฟ้ารางเบาแบบ right rail และ tram ได้ถูกพิจารณาว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาใน 5 จังหวัดที่สำคัญ ได้แก่ จ.ภูเก็ต จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น และ จ.พิษณุโลก ทั้งในด้านการลงทุนและความสามารถในการขนส่งผู้โดยสาร และประเมินว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนในโครงการเหล่านี้กว่า 2.1 แสนล้านบาท

จากนั้นคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ดำเนินการศึกษารูปแบบ public private partnership (PPP) และคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระบบรถไฟฟ้ารางเบาใน จ.ภูเก็ต และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้แผนการสร้างรถไฟฟ้ารางเบาใน จ.ภูเก็ตมีความคืบหน้าในการทดสอบความสนใจของนักลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทางราว 42 กิโลเมตร มูลค่าโครงการราว 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มพัฒนาก่อนจากนั้นจึงค่อยพัฒนาระยะที่ 2 ช่วงท่านุ่น-เมืองใหม่ ระยะทางราว 17 กิโลเมตรต่อไป

ระบบรถไฟฟ้ารางเบามีมูลค่าลงทุนในส่วนโครงสร้างและประสิทธิภาพในการขนส่งอยู่ระหว่างระบบรถบัสและระบบรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้ารางเบาเป็นระบบขนส่งมวลชนทางรางคล้ายรถไฟฟ้าทั่วไปแต่มีขนาดเล็กและขบวนสั้นกว่า โดย Trans-dev ผู้ผลิตระบบขนส่งมวลชนชั้นนำของโลก พบว่าเมื่อเปรียบเทียบการลงทุนในส่วนโครงสร้างของระบบขนส่ง ระบบรถไฟฟ้ารางเบามีมูลค่าลงทุนประมาณ 715-1,900 ล้านบาท/กิโลเมตร ส่วนรถบัสรวมถนนที่ต้องสร้างใหม่และรถไฟใต้ดินมีการลงทุนราว 240-715 และ 3,800-9,500 ล้านบาท/กิโลเมตรตามลำดับ

ในด้านการให้บริการระบบรถไฟฟ้ารางเบาสามารถให้บริการผู้โดยสารได้ราว 200-350 คน/เที่ยว (ความยาวรถรางราว 30-45 เมตร) ขณะที่รถบัสและรถไฟใต้ดินสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุด 105-150 คน/เที่ยว (ความยาวรถบัสราว 18-24 เมตร) และ 300-1,500 คน/เที่ยว (สามารถเพิ่มขึ้นตามความยาวรถไฟใต้ดิน) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในระบบรถรางเบามีข้อด้อยในแง่การใช้พื้นผิวจราจร เนื่องจากต้องมีการกำหนดเส้นทางและเลนรถรางที่ชัดเจน ทำให้เสียพื้นที่การจราจรไป 1-2 เลน อีกทั้งยังต้องมีการจัดการอาณัติสัญญาณที่สอดคล้องกับรถยนต์ที่วิ่งบนพื้นผิวถนนอีกด้วย

เมื่อมองย้อนกลับมาถึงการพัฒนาระบบรถไฟรางเบาในไทย อีไอซีมองว่า การกำหนดและการจัดการเส้นทาง การสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการเดินรถ การสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและขบวนรถถือเป็น 3 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การลงทุนในระบบรถรางเบาประสบความสำเร็จ และตอบโจทย์การใช้งานของผู้โดยสารในหัวเมืองใหญ่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

1.การกำหนดเส้นทางถือเป็นหัวใจสำคัญในระยะการวางแผนโครงการ ซึ่งรวมไปถึงการจัดรูปแบบการขนส่งมวลชนรูปแบบอื่น เพื่อให้สอดรับกับระบบขนส่งมวลชนรถรางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ในระยะเริ่มต้นแน่นอนว่าการกำหนดเส้นทางควรถูกกำหนดตามสถานที่สำคัญที่มีผู้โดยสารสัญจรให้มากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางและลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลซึ่งการกำหนดเส้นทางนอกจากควรคำนึงถึงสถานที่ในเส้นทางที่มีปริมาณการสัญจรมากในปัจจุบันแล้ว ยังควรต้องมองถึงเส้นทางและบริเวณที่ต้องการสร้างความเป็นเมือง (urbanization) ขึ้นใหม่ในอนาคต และสอดคล้องกับผังเมืองของจังหวัดนั้น ๆ ส่วนในระยะการดำเนินการ ผู้ให้บริการรถรางควรจัดให้มีการขนส่งระบบรองในรูปแบบระบบรถประจำทาง เช่น รถบัส รถสองแถว เพื่อสนับสนุนการเดินทางเข้า/ออกยังชุมชนหรือที่พักอาศัยที่รถรางเข้าไม่ถึงอีกด้วย

2.การหารายได้เสริมจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับธุรกิจรถรางเบา นอกเหนือไปจากรายได้จากการขายตั๋วเดินทาง (farebox revenue) การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ารางเบาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินลงทุนสูงและระยะเวลาที่ใช้คืนทุนที่นาน ซึ่งนอกจากรายได้ค่าโดยสารและ/หรือรายได้จากเงินอุดหนุนจากทางภาครัฐ (subsidy) แล้ว ผู้ดำเนินโครงการยังมีรายได้มาจากการให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีรถรางเบา เป็นรายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจเดินรถ

รวมถึงรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทเดินรถได้อย่างงดงาม เช่น กรณีของ Hong Kong Tramway Limited ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถรางยาว 13 กิโลเมตร และในเกาะฮ่องกงที่ในช่วงปี 2014-2016 มีรายได้จากธุรกิจโฆษณาเฉลี่ยราวปีละ 510 ล้านบาท หรือคิดเป็น 45% ของรายได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรถไฟฟ้ารางเบาในต่างจังหวัด รายได้จากการโฆษณาอาจไม่สูงนักเมื่อเทียบกับรายได้จากค่าโฆษณาในกรุงเทพฯ การประยุกต์ใช้รถไฟฟ้ารางเบาในการขนส่งสินค้าเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศเริ่มมีการทดสอบ ยกตัวอย่างเช่น การปรับใช้รถไฟฟ้ารางเบาใน Amsterdam ในการขนส่งสินค้า เช่น เบียร์ Heinaken เสื้อผ้าของร้าน Mexx การปรับใช้รถรางในการขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์ของ Volkswagen ในเมือง Dresden เยอรมนี เป็นต้น

ทั้งนี้ หากมีการประยุกต์ใช้รถไฟฟ้ารางเบาขนส่งสินค้าในช่วงที่ไม่มีการใช้ หรือช่วง off peak ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เพื่อส่งเสริมกิจการเดินรถรางในต่างจังหวัดของไทย

3.การสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและขบวนรถ ต้องก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชนให้มากที่สุด ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟรางเบานั้นมีความซับซ้อนน้อยกว่าระบบรถไฟรางหนัก (heavy rail) ที่ก่อสร้างในลักษณะรถไฟลอยฟ้าหรือรถไฟใต้ดินอยู่แล้ว จึงไม่เกินความสามารถของผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยในการสร้างและวางระบบราง

ขณะที่ในส่วนของขบวนและระบบรถรางยังคงต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งหากมีโครงการรถไฟรางเกิดขึ้นอีกมากมายตามหัวเมืองของไทย อีไอซีมองว่า การก่อตั้งโรงงานเพื่อประกอบรถรางเบาและ/หรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถรางเบาถือเป็นแนวทางที่เปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

เพราะนอกจากจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการประกอบจากบริษัทผู้ผลิตรถรางเบาในช่วงระยะเริ่มต้นของโครงการแล้ว บริษัทผู้รับสัมปทานยังได้รับวิธีและเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนรถรางใหม่เพื่อทดแทนชิ้นส่วนที่สึกหรอหรือเสื่อมสภาพตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วนรถรางเบาอีกด้วย

การสร้างระบบขนส่งคมนาคมรถไฟรางเบาถือเป็นแนวทางที่มีความเหมาะสมในการลดปัญหาการจราจรและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในหัวเมืองตามภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยสนับสนุนการดำเนินโครงการที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว การสร้างความตระหนักและกฎระเบียบในการใช้ระบบขนส่งมวลชนต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือผู้มาเยี่ยมเยือนหัวเมืองเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้รับสัมปทานและส่วนราชการในท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่ควรละเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...