เช็คให้ชัวร์วิธี 'ป้องกันโควิด-19' อย่าเชื่อ 6 เรื่องเข้าใจผิด!
ยิ่งโรคระบาดใกล้ตัวกับเรามากเท่าไหร่ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ก็ยิ่งไหลบ่าเข้ามามากเท่านั้น และสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คงหนีไม่พ้นข่าวปลอมที่สร้างความสับสนให้แก่ประชาชนเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแบบถูกต้องกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงรวบรวมข่าวปลอมหรือความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับการ "ป้องกันโควิด-19" มาให้รู้เท่าทัน พร้อมเฉลยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้นให้ได้เข้าใจอย่างถูกต้อง
- 1. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำขิงมากๆ จะช่วยต้านโควิด-19
จากการส่งต่อข้อมูลเรื่องการรับประทานเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำขิง และน้ำกระชายผสมน้ำผึ้งมะนาว ซึ่งระบุสรรพคุณว่าน้ำสมุนไพรของตนนั้นช่วยต้านโควิด-19 ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ชี้แจ้งว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลรายงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับน้ำขิงและน้ำกระชายผสมน้ำผึ้งมะนาวสามารถต้านโควิด-19 ได้รวมถึงน้ำสมุนไพรดังกล่าวไม่สามารถดีท็อกซ์ลำไส้ได้ดังนั้นควรระมัดระวังการสื่อสารสู่สาธารณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้อย่างไรก็ดีสมุนไพรดังกล่าวมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อแก้ไอเจ็บคอได้
- 2. กินโซดามิ้นท์
ช่วงปี2563 ประเด็นเรื่องโซดามิ้นท์ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลว่ามีสรรพคุณบรรเทาและรักษาอาการโควิดได้ทั้งนี้ในเวลาต่อมาก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาให้ความรู้ว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องไม่จริง
โซดามิ้นท์ (SODAMINT) คือยาลดกรดชนิดหนึ่ง ใช้บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย และ ใช้ในคนไข้โรคไต
รศ. ดร. เจษฎา อาจารย์ประจำภาควิชา ชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊คอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ระบุว่าอันนี้เป็นความเข้าใจผิดๆตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องอาหารด่างน้ำด่างที่ว่าถ้าร่างกายเรามีความเป็นด่างจะสามารถสู้กับโรคไวรัสได้ถ้าเป็นกรดก็ติดเชื้อง่ายจึงให้ไปกินพวกยาที่ทำออกฤทธิ์เป็นด่าง
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้มีประโยชน์แบบที่ว่าเลย ค่าpH หรือกรดด่างของเลือดในร่างกายเรามีค่าค่อนข้างคงที่ที่เป็นด่างอ่อนๆซึ่งปรับสมดุลโดยอัตราการหายใจของร่างกายไม่ใช่จากอาหารที่กินเข้าไปดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องพยายามเอาด่างเข้าร่างกายเหมือนที่อ้างกัน
เช่นเดียวกับรศ.ดร.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยที่กล่าวว่าโซดามินต์มันไม่ใช่ยาที่ปลอดภัย 100% ควรจะให้แพทย์เป็นผู้ดูแลและเป็นผู้จ่ายยาให้เท่านั้น
- 3. ยืนตากแดดสามารถฆ่าเชื้อได้
ประเด็นการตากแดดสามารถฆ่าโควิด-19 นั้นถูกส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียโดยมีรายละเอียดดังนี้“ยืนตากแดด วันละ 20 นาทีช่วยฆ่าเชื้อ โควิด-19 ได้”
ทั้งนี้กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันอีกรอบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ
กรมควบคุมโรคยืนยันว่ากรณีชวนเชื่อเคล็ดลับฆ่าเชื้อโควิด-19 โดยระบุว่าให้แสงแดดชโลมทั่วตัววันละ20 นาทีทุกวัน(หรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้) แสงแดดจะไปเสริมภูมิคุ้มกันฆ่าเชื้อโควิด-19 ทางกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบและชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการยืนตากแดดนั้นสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้โดยเชื้อไวรัสตระกูลโควิด-19 นั้นสามารถทนทานต่อความร้อนได้ถึง90 องศาซึ่งในความเป็นจริงแล้วความร้อนจากแสงแดดนั้นมีความร้อนไม่ถึง90 องศาแน่นอน
โดยระบุเพิ่มเติมว่ามีข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าพบว่าไวรัสชนิดนี้จะตายเมื่อโดนความร้อนที่อุณหภูมิ56 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานต่อเนื่อง30 นาทีซึ่งแสงแดดไม่สามารถทำให้เกิดความร้อนในระดับนี้ได้
อีกทั้งผิวหนังของมนุษย์ก็ไม่สามารถทนทานต่อความร้อนและแสงแดดได้นานเช่นกันดังนั้นการตากแดดหรืออาบแดดจึงไม่สามารถรักษาและฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้โดยความร้อนจากแสงแดดนั้นมีไม่ถึง90 องศาแน่นอน
- 4. ยาจีนเหลียนฮัวชิงเหวินแคปซูลรักษาโควิด-19
สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ชี้แจ้งว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงเป็นการโฆษณาสรรพคุณเกินจริงยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถรักษาโควิด-19 ได้โดยผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุมัติทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากอย. ว่ามีสรรพคุณ“ช่วยขจัดพิษลดไข้บรรเทาอาการหวัดได้แก่ไข้ปวดเมื่อยตามร่างกายคัดจมูกไอน้ำมูกเจ็บคอ” เท่านั้น
- 5. เชื้อแพร่กระจายผ่านอากาศได้ (airborne)
กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาจะแพร่ผ่านละอองเสมหะ(droplets) ไม่ใช่การแพร่กระจายทางอากาศ(airborne) ซึ่งผู้รับเชื้อต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ไอจามในระยะน้อยกว่า90 ซม. และต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งเช่นน้ำมูกน้ำลายเสมหะเข้าทางเยื่อปากจมูกตา
- 6. กลั้นหายใจตรวจการติดเชื้อที่ปอดด้วยตัวเอง
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเปิดเผยว่ายังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ว่าสามารถใช้วิธีดังกล่าวเพื่อตรวจสอบการติดเชื้อที่ปอดด้วยตนเองได้ซึ่งปกติแล้วการตรวจปอดมีการอักเสบจากการติดเชื้อหรือไม่นั้นจะต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยโรคด้วยการฟังเสียงปอดร่วมกับการเอกซเรย์ปอดเพื่อดูว่ามีฝ้าขาวผิดปกติไหม
----------------------------
ที่มา :
อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์