“ตรี - ชัยณรงค์” มีวันนี้เพราะ “แม่” ให้
“ตรี- ชัยณรงค์” มีวันนี้เพราะ“แม่” ให้
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามวงการเพลงลูกทุ่ง และเฝ้าหน้าจอรอดูรายการ “ศึกวันดวลเพลง” ทางช่อง one 31 เป็นประจำ ชื่อของ “ตรี- ชัยณรงค์โยธา” น่าจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่คุณคุ้นหูมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ ขับกล่อมเพลงเศร้าได้อย่างถึงอารมณ์
และมากไปกว่านั้น เรื่องราวชีวิตเบื้องหลังของตรีกว่าจะมาเป็นนักร้องอาชีพและมีบทเพลงเป็นของตัวเองอย่างที่เคยฝันไว้ ล้วนผ่านความเสียใจและยากลำบาก เกินกว่าที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งจะรับไหว
ในฉายาที่แฟนๆ ตั้งให้หนุ่มหน้าคมคนนี่ที่ว่า “จิ๊กโก๋บิ๊กอายสายอารมณ์ขวัญใจแม่ยก” ท่อนสุดท้ายน่าจะมีความหมายสำหรับตรีมากที่สุด
เพราะตลอดชีวิตวันนั้นจนถึงวันนี้ “แม่” คือคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตรีเดินหน้าตามฝัน
แม่ จะมีความหมายกับชีวิตของตรีอย่างไรมาติดตามได้ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้
อัพเดตผลงานเพลงตอนนี้หน่อย
ตอนนี้มีซิงเกิลใหม่ครับ ชื่อว่าเพลง “ไผ” ครู สลาคุณวุฒิเป็นคนแต่งให้ ยังเป็นอารมณ์ของคนอกหักเหมือนเดิม เล่าเรื่องด้วยการถามว่า “ใครที่มาทำให้แฟนเราเปลี่ยนใจไปจากเรา ใครที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม" ที่เลือกแนวอกหักก็เพราะเป็นคนชอบร้องเพลงแนวอารมณ์เจ็บๆ อยู่แล้ว ทุกครั้งที่เราหยิบเพลงแนวนี้มาร้อง ผมก็จะอินไปกับมัน ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของตัวละครนั้นๆ จริงๆ
นอกจากเดินสายร้องเพลงเวลาว่างตอนนี้ทำอะไรบ้าง
เล่นกีฬา ไม่ก็อยู่บ้านครับ ที่ตั้งใจมากที่สุดตอนนี้คือเรื่องของบ้านคุณแม่ครับ ถึงตัวเราจะไม่ค่อยได้ไปดูก็ต้องโทรไปถามว่าถึงไหนแล้ว ผมให้พี่ชายลงมือ แล้วเราดูแลเรื่องปัจจัยต่างๆ
จากที่เห็นข่าวต่างๆดูเหมือนชีวิตจะเปลี่ยนไปเยอะมาก
เปลี่ยนมากครับ จากที่เคยติดลบ ตอนนี้ก็ดีขึ้นเยอะ มันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เทป ศึกวันดวลเพลงออกอากาศ แต่วันที่ผมแข่งชิงแชมป์สมัยที่ 18 แล้วผมเสียแชมป์ไป แข่งจบปุ๊บ เช้ามามีงานเข้า มีพี่ๆ น้องๆ ทักมาให้กำลังใจ ส่งของขวัญ ผลไม้ ของกินมาให้ ขอที่อยู่เรา
บางอย่างก็ไม่อยากที่จะรับ แต่ถ้าปฏิเสธก็เหมือนจะหยิ่งเนอะ ก็เลยรับเท่าที่จะได้ อย่างบางคนก็อยากโอนเงินมาช่วย เราก็ไม่กล้ารับ เลยบอกเค้าไปว่าถ้าพี่อยากให้เป็นเงินอย่างนั้น ผมขอได้ทำงานแลกดีกว่า ให้ผมได้ไปทำงานแลกแล้วกัน
เกินจากที่ฝันไว้ไหมเพราะไปมาหลายเวที
เอาจริงๆ ผมไม่ได้ไปประกวดเวทีที่ออกโทรทัศน์เยอะขนาดนั้นนะครับ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะมา ศึกวันดวลเพลงมีไปออดิชั่นติดอีกเวทีนึงเหมือนกัน เราก็นั่งคิดอยู่นาน ในใจผมอยากเจอครูสลามาก ครั้งหนึ่งของชีวิต อย่างน้อยๆ ได้ยืนร้องเพลงให้ครูฟัง มันก็เป็นความฝันสูงสุดของนักร้องที่เดินทางตามฝันหลายๆ คน รวมถึงตรีด้วย เลยตัดสินใจยาก
ความหวังลึกๆ ของผมคืออยากเป็นนักร้องแกรมมี่ เราฝันมานานแล้ว เลยคิดว่าการมารายการนี้น่าจะได้เข้าใกล้ความฝันนั้นมากกว่า สุดท้ายเลยมาจบที่เวทีนี้
แรงผลักดันอะไรที่ทำให้เดินสายประกวดมาเรื่อยๆ
ช่วงวัยรุ่นของผมมันไม่ได้เหมือนเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ ที่ได้พักผ่อนไปเที่ยว เราต้องทำงาน ออกมาดูแลตัวเองตั้งแต่วัยรุ่น ผมจบแค่ ม.3 เพราะแม่เป็นมะเร็งเต้านม พี่ชายสองคนต้องทำงาน เราเลยต้องมาอยู่บ้าน ดูแลแม่ ก่อนหน้านี้พ่อก็ทิ้งเราไปตั้งแต่สิบขวบ แล้วเค้าก็กลับมา ผมก็ไม่อยากจะบอกว่าพ่อเป็นคนไม่ดี พ่อเป็นคนที่รักครอบครัวมาก แต่ ณ ตอนนั้นมันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ที่เราไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
ผมเลยทิ้งแม่ไม่ได้ ออกจากโรงเรียนมาอยู่บ้าน ช่วยแม่ ดูแลเค้าทุกอย่าง มันค่อนข้างลำบากเหมือนกัน แต่เพราะความลำบากมันเลยทำให้เราต้องเดินทางมาตามหาฝันที่อยากเป็นนักร้อง เราอยากให้ครอบครัวของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนพี่ๆ ศิลปินที่เราเคยเห็น
พี่ชายผมพูดเสมอว่าเค้าจะทำทุกอย่างให้ครอบครัวของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ มันเลยเป็นแรงผลักดันให้เราว่าจะมานั่งเฉยๆ ไม่ได้ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าทำแบบนี้ ทำงานหาเช้ากินค่ำไปวันๆ
เคยรู้สึกว่า “ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้” ไหม
มีสิ เป็นธรรมดาแหละครับ ชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่นน่ะ มันมีบ้างช่วงที่เราอยากเที่ยวอยากเล่น บ่นกับตัวเองเสมอว่าทำไมเราต้องเจออะไรแบบนี้วะ คนอื่นเค้าจะเป็นแบบนี้ไหม แต่พอเราบ่นกับตัวเองแล้วเดินออกไป เราเห็นพี่ๆ น้องๆ ที่เค้านั่งขอทานข้างทาง เห็นผู้หญิง เห็นเด็กที่ออกมาทำอย่างนั้น เค้ายังสู้เลย บางคนเป็นคุณยายแก่ๆ หิ้วตะกร้ามาขายลูกอม ของทำมือมาเร่ขาย เขายังสู้เลย แล้วเราจะมานั่งท้อทำไม คนข้างหลังก็ยังรอเราอยู่เหมือนกัน
หลังจากผมเริ่มประกวดหลายเวที ก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ ตอนนั้นพี่ชายของเราก็โดนให้ออกจากงาน กลับมาอยู่บ้าน ทุกสิ่งทุกอย่าง ความคาดหวังก็ตกมาอยู่ที่เรา เพราะมีเวทีนึงที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น เหมือนจะไปได้ดี แต่ก็ยังไม่ได้ แต่พี่น้องเราก็รู้สึกว่าฝากความหวังไว้ที่เราได้
พี่ชายผมบอกว่า “ตอนนี้พี่ทำไปแล้วครึ่งนึง รักษาแม่หายแล้ว ตอนนี้พี่ล้มแล้ว พี่อยากให้เอ็งเดินต่อ ทำได้ไหม” ผมก็ตอบแบบไม่คิดเลยว่า ได้ เดี๋ยวจะทำให้ดู ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะทำได้ไหม แต่ก็ตอบไว้ก่อนเพราะอยากช่วยเขา ผมไม่เคยเห็นพี่ชายที่เข้มแข็งมากร้องไห้เลย แต่วันที่เค้าร้องไห้ มันคงเป็นจุดที่สุดของเค้าแล้ว เลยเลือกที่จะเดินออกมาสู้
ถ้าบอกว่ามีวันนี้ได้เพราะคุณแม่ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงถูกไหม
วันที่จุดประกายให้เราอยากมาประกวดที่ ศึกวันดวลเพลงคือวันที่แม่โทรมาหาผม ปกติแม่ไม่เคยขอเงินเราเลย เพราะแม่รู้ว่าลำบาก แต่วันนั้นแกคงไม่มีจริงๆ เลยโทรมาขอจากเรา 500 บาท แต่เชื่อไหมว่าผมไม่มีเงินให้แม่เลย ก็ยังอยากหาให้เค้า ยืมพี่ที่ทำงานส่งไปให้
เราเลยกลับมาคิดว่า เฮ้ย เงินแค่ 500 บาทเราไม่มีปัญญาหาให้แม่เหรอวะ เป็นลูกที่แย่มาก ส่งให้ครอบครัวน้อยมาก แต่แม่ก็ไม่เคยว่า ไม่เคยบ่น เหมือนแม่ก็เข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากขอบคุณตัวเองว่าอะไรในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุด
คงขอบคุณล่ะครับ ขอบคุณความลำบาก ถ้าไม่ล้ม เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเจ็บ ถ้าไม่เคยลำบากแบบสุดๆ เราคงไม่รู้ว่าความสำเร็จที่น่าภูมิใจเป็นยังไง ขอบคุณที่สอนให้รู้ถึงความลำบากในวันนั้น และทำให้ผมได้รู้ถึงความสำเร็จในวันนี้ มันอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมาย แต่ตรีก็พอใจ
ฝันที่ได้มา สิ่งที่ผู้ใหญ่มอบให้ พี่น้องแฟนเพลงมอบให้ สวรรค์มอบให้ ตรีว่ามันก็เกินฝันแล้ว
ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่ทำให้เราได้รู้จักกับคำว่า “สู้” ถ้ามัวแต่งอมืองอเท้าวันนั้น ก็คงไม่มีวันนี้
จำความรู้สึกที่เสียแชมป์ในรายการ “ศึกวันดวลเพลง” ได้อยู่ไหม
วันนั้นที่ลงมาจากเวที พี่ๆ ทีมงานรายการก็เดินเข้ามากอด บอกว่า “ไม่ต้องเสียใจนะมึง มึงทำดีแล้ว” พี่ที่เป็นโปรดิวเซอร์ก็เดินเข้ามากอด บอกว่า “กูไม่ผิดหวังเลยที่เลือกมึงขึ้นมาตรงนี้ เดินมาได้ขนาดนี้ มึงจำไว้นะ ออกอากาศไป พี่จะทำทุกทางให้คนไทยที่ดูรายการนี้รักมึงให้ได้” ตอนนั้นคิดแต่ว่าเค้าจะมารักกูได้ยังไงวะ ขี้แงขนาดนี้ ร้องไห้ก็ง่าย เราเป็นคนติดแม่ บ่อน้ำตาตื้น ผมเซนซิทีฟกับเรื่องความรู้สึกมาก
แต่พอเริ่มออกอากาศเทปแรกก็เริ่มมีคนทักเข้ามาให้กำลังใจ เทปที่สองที่สาม ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ ถึงเราจะพลาดไป แต่ตรีก็ได้พี่น้องที่รักเรามาก ถ้าเราไม่มีวันนั้น ก็อาจไม่มีวันนี้ก็ได้ ต้องขอบคุณรายการนี้มากๆ ที่ทำให้มี ตรี ชัยณรงค์ ในวันนี้
แล้วตอนนี้ล่ะรู้สึกเหนื่อยบ้างหรือเปล่า
เป็นธรรมดาของคนทั่วไปแหละครับที่ต้องมีเหนื่อยบ้าง แต่เราจะเตือนตัวเองเสมอๆ ทุกครั้งที่ลงจากเวทีที่มา ถ้าเค้าอยากถ่ายรูป เราต้องไปถ่ายกับเค้า นอกจากว่าถ้ารับสองงาน ก็จะไลฟ์บอกแฟนๆ ก่อน ว่าถ้าอยากถ่ายรูป ให้ตามมาที่งานที่สองนะ เพราะเวทีแรกไม่มีเวลาถ่ายคู่จริงๆ แฟนๆ ก็จะเข้าใจ
ไม่มีเวทีไหน งานไหน ที่ผมไม่ถ่ายรูปกับแฟนคลับ เพราะมีคำสอนนึงจาก แม่ผึ้ง- พุ่มพวง ที่เรานับถือ บอกว่า “ถ้าเราเหนื่อยแค่ไหน จะทุกข์แค่ไหน ร้องไห้ให้จบข้างล่าง แต่ถ้าขึ้นไปบนเวที เราต้องทำหน้าที่มอบความสุขให้กับคนดูให้ได้มากที่สุด” เพราะพวกเขามาไกล แฟนคลับตรีบางคนมาไกลมากเพื่อมาเจอเรา เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตรีจะบอกตัวเองเสมอ ว่าเรามีวันนี้ได้ ก็เพราะพวกเค้า ถ้าไม่มีเค้า เราก็ไม่มีวันนี้
เพราะอย่างนี้ใช่ไหมเราถึงได้ฉายาว่าขวัญใจแม่ยก
เขาจะไม่ชอบให้เรียกว่าแม่ยกนะ (หัวเราะ) เค้าจะเรียกว่าเอฟซี คนรักตรี อะไรอย่างนี้ แต่ความหมายก็ไม่ได้ดูน่ากลัวหรอก เราก็เรียกเค้าว่าแม่เหมือนกัน ตรีจะบอกกับพี่น้องครอบครัวตรี ชัยณรงค์ว่าให้คิดว่าตรีเป็นน้องชาย เป็นลูก เป็นหลานของทุกคน ถ้าคิดถึงกันก็มาหาได้เสมอ ใครว่างก็มา แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร แต่ทุกคนรักตรีหมด เหมือนเราเป็นลูกเค้าจริงๆ ในกลุ่มครอบครัวของเราก็จะให้ความเป็นกันเองมากที่สุด
ด้วยนิสัยตรีด้วยที่เป็นคนแบบนี้ รักเพื่อนฝูงพี่น้อง เราเลยใช้ชีวิตเหมือนอยู่กันเป็นครอบครัวที่ทำเป็นประจำ อาจจะเป็นตรงนี้มั้งครับ ที่ทำให้เค้ารักเรา เวลาตามไปแต่ละเวทีก็จะทำพวงมาลัยติดแบงค์ไปให้ มีของฝาก ขนม ของกินเอามาให้เรื่อยๆ
เค้าบอกไหมว่าชอบเราที่ตรงไหน
อาจเป็นเพราะเราเป็นคนตรง เป็นตัวของตัวเอง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เราสื่อสารด้วยความจริงใจ ด้วยหัวใจ ทำอะไรก็บอก เงินที่ได้จากพี่น้องให้มาผมเอาไปทำอะไรก็จะบอกเค้า เงินจากพวงมาลัยที่แม่ๆ ให้มาผมเอาเก็บมาซื้อบ้านให้พ่อให้แม่นะ ซื้อรถนะ ทำไมถึงต้องซื้อ เพราะต้องทำงาน เค้าก็จะเข้าใจ
มีอะไรที่อยากบอกกับแม่ๆหรือเปล่า
ไม่มีอะไรจะตอบแทนได้นอกจากการขอบคุณครับ ขอบคุณจากหัวใจ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณแฟนๆ ขอบคุณรายการศึกวันดวลเพลง ที่ทำให้ตรีมีวันนี้ ที่สำคัญเลยคือขอบคุณพี่น้องคนรักตรีทุกคน ที่ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น ได้ลืมตาอ้าปาก ได้ยิ้ม ได้หัวเราะเหมือนคนอื่น ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ชีวิตใหม่กับตรี ขอบคุณที่ให้ชีวิต เอ็นดูคนบ้านๆ คนนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณที่รักกัน
ความฝันอะไรที่อยากไปให้ถึงในตอนนี้
ตอนนี้มันเกินฝันแล้วนะ ฝันของตรี แค่ได้เป็นนักร้อง ได้ใช้นามสกุลแกรมมี่มันก็โก้แล้ว แล้วยิ่งมีเพลงที่เขียนจากปลายปากกาของครูสลา แค่นี้ก็สุดยอดมากๆ แล้ว
แต่จากนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร ก็ทำใจแต่แรกแล้ว คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ดอกไม้ก็ต้องมีวันเหี่ยว มีขึ้นก็มีลง เราทำใจตั้งแต่แรกแล้วล่ะ อนาคตอาจจะดังหรือเปล่า เราไม่รู้ แต่ตอนนี้เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จนกว่าที่จะหมดเวลาของเรา
ทุกครั้งที่จับไมค์ตรีอยากทำให้แฟนเพลงที่รักเรามีความสุขที่สุดจนกว่าจะไม่มีเวลานั้น