โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฤดูหนาวนิวเคลียร์คืออะไร? ทำความรู้จักกับ Nuclear winter ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 3 จะบังเกิด

Thaiware

อัพเดต 19 เม.ย. 2561 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2561 เวลา 11.20 น. • เคนชิน
วิกฤติความขัดแข้งในซีเรีย ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความวิตกกังวลว่าอาจขยายลุกลามกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์

ขอบคุณภาพประกอบจาก WikiImages @pixabay

วิกฤติความขัดแย้งในซีเรีย ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความวิตกกังวลว่า มันอาจขยายลุกลามกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ระหว่างชาติระดับมหาอำนาจของโลก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นสงครามที่ถล่มกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งการถล่มกันอย่างหนักด้วยอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีความเสี่ยงสูง ที่จะทำให้มนุษยชาติอาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์จากสภาวะที่เรียกว่า "ฤดูหนาวนิวเคลียร์" หรือ Nuclear winter เรามาทำความรู้จักกับภาวะการเกิด ฤดูหนาวนิวเคลียร์ กันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้อย่างไร?

คำจำกัดคความของ ฤดูหนาวนิวเคลียร์ คือสภาวะความหนาวเย็นของโลกอย่างรุนแรง ที่เกิดหลังจากการถล่มด้วยระเบิดนิวเคลียร์จำนวนมาก โดยสมมติฐานนี้ตั้งบนความเป็นจริงที่ว่า พายุเพลิงจำนวนมากที่เกิดขึ้นหลังจากการถล่มกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์นั้น จะส่งเขม่าควันจำนวนมาก ลอยสูงขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศระดับ สตราโตสเฟียร์ Stratosphere (15-50 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ซึ่งเขม่าควันที่มีความหนาแน่นนี้ จะบล็อคไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องตรงมายังผิวโลก เมื่อไม่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผิวโลก ก็ทำให้โลกต้องตกอยู่ในสภาวะความหนาวเย็นอย่างยาวนาน และด้วยความที่ไม่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมา ทำให้พืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างการเจริญเติบโตได้ เมื่อพืชไร่ล้มตายกันหมด แน่นอนว่ามนุษย์และสัตว์ทั้งหลายต้องอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมาก และถ้าสภาวะฤดูหนาวนิวเคลียร์คงอยู่อย่างยาวนาน มนุษย์และสิ่งที่ชีวิตทั้งหลายบนโลกก็จะพบกับสภาวะการสูญพันธุ์ในที่สุด

ฤดูหนาวนิวเคลียร์คืออะไร? ทำความรู้จักกับ Nuclear winter ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 3 จะบังเกิด

ก้อนเมฆแบบ Pyrocumulonimbus ขอบคุณภาพประกอบจาก Wikipedia

พายุเพลิงที่เกิดจากระเบิดนิวเคลียร์ จะส่งเขม่าควันจำนวนมหาศาลขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศระดับโทรโปสเฟียร์ (Troposphere) และระดับชั้นล่างของ สตราโตสเฟียร์ โดยการก่อตัวของเขม่าควันที่ฟอร์มตัวในรูปทรงของก้อนเมฆแบบ Pyrocumulonimbus ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่มีพายุเพลิง โดยเฆมนี้สามารถลอยตัวขึ้นไปได้สูงถึงระดับ 10–15 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล มันดูดซับแสงอาทิตย์และความร้อนเอาไว้ ทำให้ผิวโลกเย็นลง

โดยสมมติฐานเกี่ยวกับผลกระทบของ ฤดูหนาวนิวเคลียร์ นั้น เกิดจากการสร้างแบบจำลองบนระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้สเกลเดียวกับเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปูพรมเมือง Hamburg ประเทศเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และพายุเพลิงที่เกิดจากการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่เมือง Hiroshima ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเช่นกัน โดยความรุนแรงของพายุเพลิงที่เกิดจากการทิ้งระเบิด ได้ทำให้เกิดเขม่าควันฟุ้งกระจายขึ้นไปสูงถึงระดับชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการเกิดเหตุการณ์พายุเพลิง ที่เผาไหม้ป่าในบริเวณกว้างของโลกยุคใหม่

การศึกษาผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

มีการนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบที่เกิดกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ในงานสัมมนา American Geophysical Union ในเดือนธันวาคมปี 2006 พบว่าแม้แต่สงครามนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในส่วนเล็กๆ ของโลกก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้นานนับ 10 ปีหรือเกินกว่านั้น ในความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจมีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในขนาดที่ใช้ถล่มเมือง Hiroshima เป็นจำนวนถึง 50 ลูก (แต่ละลูกมีพลังทำลาย 15 กิโลตัน) โดยเป็นการทิ้งลงในบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น และถ้ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดเขม่าควันจำนวนมากถึง 5 ล้านตัน ลอยสูงขึ้นไปปกคลุมบนชั้นบรรยากาศ และทำให้ในหลายๆ ภูมิภาคของโลกอุณหภูมิลดต่ำลงหลายองศา ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เป็นแหล่งกสิกรรมที่สำคัญของโลก และความหนาวเย็นจะคงอยู่ยาวนานนับปี ซึ่งผลจากการวิจัยสรุปได้ว่ามันคือภัยพิบัติ

นี่เป็นเพียงผลจากสงครามนิวเคลียร์ในภูมิภาคเล็กๆ ของโลก ลองคิดดูว่าถ้าประเทศระดับมหาอำนาจของโลกที่สะสมอาวุธนิวเคลียร์เอาไว้มากมาย ได้นำมันออกมาใช้ ผลกระทบที่ตามมาจะเลวร้ายในระดับไหน

การพร่องหายของโอโซน

ผลการศึกษาของคุณ Michael J. Mills ที่มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อปี 2008 เปิดเผยว่า หากมีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในสงครามระหว่าง อินเดีย และ ปากีสถาน ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีความขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน และต่างก็มีระเบิดนิวเคลียร์ด้วยกันทั้งคู่ และถ้าทั้ง 2 ประเทศตัดสินใจห่ำหั่นกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ก็จะทำให้เกิดการพร่องหายของชั้นโอโซนเป็นวงกว้าง ทำให้เป็นผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ และเกิดผลเสียกับสภาพแวดล้อม และสภาพการพร่องหายของโอโซนบนชั้นบรรยากาศ จะดำรงอยู่นนานนับ 10 ปี

***โอโซน เป็นส่วนหนึ่งของชั้นบรรยากาศโลกที่ดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุด ซึ่งรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ฤดูหนาวนิวเคลียร์คืออะไร? ทำความรู้จักกับ Nuclear winter ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 3 จะบังเกิด

ไดอะแกรมด้านบน เป็นเอกสารที่ CIA ได้มาจากงานสัมมนาในระดับนานาชาติเกี่ยวกับสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอิตาลีในปี 1984 เป็นผลงานที่เกิดจากการสร้างโมเดลจำลองแบบสามมิติบนระบบคอมพิวเตอร์ของสหภาพโซเวียตในปี 1983 เป็นการจำลองเพื่อหาผลกระที่เกิดจากฤดูหนาวนิวเคลียร์ ไดอะแกรมนี้แสดงให้เห็นการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอุณหภูมิของโลกที่จะเกิดขึ้นหลังจากการถล่มกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์ขนานใหญ่ โดยภาพบนแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงใน 40 วันหลังจากสงครามนิวเคลียร์ จะเห็นว่าในบางโซนอุณหภูมิลดลงถึง 40 องศาหรือเกินกว่านั้น ซึ่งเป็นสภาพที่ยากสำหรับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ส่วนภาพล่างนั้นเป็นความเปลี่ยนแปลงในวันที่ 243 หลังจากที่เกิดสงครามนิวเคลียร์ จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมีระดับที่ลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...