โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวม 5 ท่าออกกำลังกายสำหรับ Work (Out) From Home โดยเทรนเนอร์จาก The LAB

Mango Zero

เผยแพร่ 23 เม.ย. 2563 เวลา 04.47 น. • Mango Zero

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ถูกขอให้‘พักก่อน‘ ในช่วงCovid-19 ระบาด เนื่องจากเสี่ยงต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้ฟิตเนส ไปจนถึงการวิ่งในที่สาธารณะก็ถูกห้ามชั่วคราว…ถ้าเราอยากจะรักษาความฟิตละต้องทำอย่างไร?

สำหรับคนที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้ เพราะที่บ้านไม่มีอุปกรณ์ ส่วนกลางของหมู่บ้าน หรือคอนโดก็ใช้ไม่ได้ และคนที่อยากเริ่มออกกำลังกายในช่วงที่Work From Home จะมีวิธีออกกำลังกายที่ทำเองอยู่บ้านแบบWork Out From Home จะมีไหม

วันนี้เรามีท่าออกกำลังกายง่ายๆ มาแนะนำอยู่ที่บ้านก็ทำได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ หรือใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในบ้านมาประกอบการ Work Out From Home โดยเทรนเนอร์จากThe LAB มาแนะนำ รับรองว่าฟิตและเฟิร์มแน่นอนถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้

Squat 

กล้ามเนื้อที่ได้: กล้ามเนื้อส่วนขา ต้นขา และก้นความถี่: 10 – 15 ครั้ง4 เซ็ท(สำหรับผู้หญิง) และ15 – 25 ครั้ง4 เซ็ท สำหรับผู้ชายอุปกรณ์: ขวดน้ำ ดัมเบล สำหรับเพิ่มแรงต้านและความยาก

ท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านโดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย และสามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ และสามารถทำได้ทุกวัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อช่วงล่างทั้งขา ต้นขา สะโพก และก้นให้กระชับและเฟิร์ม สำหรับขั้นตอนมีดังนี้

วิธีการทำSquat

  • ยืนตรงท่าเตรียมโดยระยะของเท้าจะเท่ากับสะโพก ปลายเท้าเปิดออกเล็กน้อย10 – 30% ไปทางด้านข้าง
  • เริ่มด้วยการย่อตัวลงพร้อมหายใจเข้า เปิดเข่ากว้าง ย่อตัวลง
  • เหยียดแขนตรงๆ ไปที่ด้านหน้า เพิ่มการทรงตัว
  • เมื่อย่อลงจนสุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ให้ยืดตัวขึ้นแล้วหายใจออกเป็นอันจบ1 ครั้ง

สามารถเพิ่มความยาก โดยการใช้ขวดน้ำขนาด1.5 ลิตร หรืออุ้มหมาแมวระหว่างทำSquat ก็ได้ คุณเปรียว เทรนเนอร์ของThe LAB แนะนำว่าถ้าอยากทำให้ยากกว่านั้นอีก โดยการทำท่า Squat Jump ในขั้นตอนที่4 ของการSquat แทนการยืดตัวยืนขึ้นเฉยๆ เพิ่มการกระโดด เพื่อเพิ่มความเหนื่อย           

Push Up 

กล้ามเนื้อที่ได้: กล้ามเนื้อส่วนหน้าอกและแขนความถี่: 10 – 15 ครั้ง3-4 เซ็ท  (สามารถทำได้มากกว่านี้ตามความแข็งแรงของแต่ละคน)
อุปกรณ์: เก้าอี้ หรือโซฟาเตียง ที่มีขนาดไม่สูงมาก เพิ่มความยาก หรือเสื่อโยคะ

Push Up หรือภาษาไทยที่เราเข้าใจกันคือท่าวิดพื้น หรือท่าดันพื้น เป็นการออกกำลังกายขึ้นพื้นฐานที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่ยังเด็กๆ แม้จะเป็นท่าพื้นฐานที่เหมือนจะง่ายทว่าหลายคนก็ทำผิดท่า มาดูกันว่าวิดพื้นอยู่บ้านแบบไหนให้ถูกต้อง

วิธีการทำPush Up

  • ท่าเตรียมอยู่ในท่าแพลงค์ มือและไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกันพร้อมแตะพื้นด้วยฝ่ามือ ปลายเท้าแยกออกให้ขนานกับมือ
  • เริ่มต้นด้วยการงอศอกให้ขนานลำตัว ดันลำตัวลงให้ขนานกับพื้น ขาเหยียดตรง
  • ออกแรงจากแขนและลำตัวช่วงบน ดันตัวขึ้นจากพื้น ขาเหยียดตรง
  • ระหว่างดันตัวขึ้นจากพื้นให้หายใจออก และกลับมาอยู่ในวิดพื้นท่าเตรียม นับเป็น1 ครั้ง

สำหรับผู้หญิงเทรนเนอร์แนะนำว่าให้เปลี่ยนจากปลายเท้าแตะพื้นเป็นการงอเข่าแตะพื้นแทนโดยอาจจะเอาเสื่อโยคะมารองกันบาดเจ็บเข่า แล้วออกแรงดันพื้นเหมือนผู้ชายทุกขั้นตอน

นอกจากนี้สามารถเพิ่มความยากและความหลากหลายของการ Push up ด้วยการเอาเท้าชิดกันแทนที่จะแยกปลายเท้าออก หรือวางมือให้ตรงกับหน้าอก นิ้วชี้และนิ้วโป้งแตะกันเป็นรูปเพชร(หรือรูปทรงสามเหลี่ยม) “Diamond Push up”

อีกวิธีหนึ่งคือ การยกปลายเท้าไปไว้บนที่สูงระดับหัวเข่าเช่นโซฟา ขอบเตียง หรือเก้าอี้ แล้วดันพื้นตามปกติ เราจะได้ออกแรงมากขึ้น และเพิ่มความท้าทายกับร่างกายมากขึ้น

Clean & Press

กล้ามเนื้อที่ได้: กล้ามเนื้อส่วนสะโพกและแขน ช่วยกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจเพราะมีความเหนื่อยความถี่: 10 – 15 ครั้ง3-4 เซ็ท  (สามารถเพิ่มจำนวนครั้งได้)
อุปกรณ์: ขวดน้ำ1.5 ขวด หรือดัมเบล(จำเป็นต้องมี)

ท่าออกกำลังกายที่เหมือนจะทำแล้วไม่เหนื่อย แต่จริงๆ แล้วเหนื่อยเลยทีเดียว เป็นท่าออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายมากท่านีง การออกแรงใช้ทั้งกล้ามเนื้อช่วงสะโพก แขน และกล้ามเนื้อหัวใจหากเพิ่มความเร็วในขณะออกกำลังกาย การออกกำลังกายท่านี้เด็กและผู้ใหญ่สามารถทำตามได้ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ที่เทรนเนอร์ของThe LAB แนะนำมาดังนี้

วิธีการทำ Clean & Press 

  • ยืนตัวตรงอยู่ในท่าเตรียม มือแนบข้างลำตัวเหยียดตรง ถือขวดน้ำ/ดัมเบล ข้างลำตัว
  • ย่อเข่าลง ดันก้นไปข้างหลัง แขนที่ถือขวดน้ำเหยียดตรง ขนานกับลำตัว ออกแรงดันจากสะโพกสำหรับการดันลำตัวขึ้น และใช้แขนดึงขวดน้ำและดันขึ้นไปข้างบน แขนขนานกับศรีษะ
  • กลับมาสู่ท่าเตรียมเป็นอันจบ1 ครั้ง

ท่านี้สามารถเพิ่มความยากได้2 วิธีคือเพิ่มน้ำหนักอาจจะเปลี่ยนจากขวดน้ำ เป็นดัมเบล หรืออุปกรณ์ที่สามารถจับถนัดมือ แต่น้ำหนักมากกว่าปกติ อีกวิธีหนึ่งคือเพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้น

Reverse Lunge High Knee

กล้ามเนื้อที่ได้: กล้ามเนื้อขาและก้น และกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจความถี่: 10 – 12 ครั้ง3-4 เซ็ท  (สามารถเพิ่มจำนวนครั้งได้)
อุปกรณ์: –

อีกหนึ่งท่าออกกำลังกายที่ได้ทั้งกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราสูบฉีดเลือดของหัวใจ เป็นอีกท่าที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ไม่เกี่ยงทั้งเพศและอายุ ใช้พื้นที่ไม่มาก แถมยังเพิ่มความคล่องตัวให้กับเราด้วย

วิธีการทำ Reverse Lunge High Knee 

  • อยู่ในท่าเตรียม ยืนให้เท้ากว้างเท่ากับสะโพก
  • ถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปที่ด้านหลัง ย่อเข่าลงทั้ง 2ข้าง ขาด้านหน้าย่อลงและตั้งฉาก 90องศา ทิ้งน้ำหนักที่ไปก้นของขาด้านหน้า ส่วนขาหลังเหยียดไปด้นหลัง ย่อเข่าลง และเปิดส้นเท้า
  • ยกขาหลังกลับมา พร้อมทั้งดึงเข่าขึ้นไปด้านหน้า (ลักษณะเหมือนกำลังกระโดดแทงเข่า) แล้วกระโดดเบาๆ แขนทั้งสองข้างเหวี่ยงตามจังหวะของธรรมชาติคล้ายกับการวิ่ง
  • กลับมายืนอยู่ในท่าเตรียม ทำสลับกัน ทั้ง 2 ข้าง หากยิ่งทำเร็วเท่าไหร่ กล้ามเนื้อหัวใจยิ่งทำงานมากขึ้นเท่านั้น

Mountain climbing 

กล้ามเนื้อที่ได้: กล้ามเนื้อหัวใจ แกนกลางลำตัว และขาความถี่: ในเวลา20 – 45 วินาที จำนวน4 เซ็ทอุปกรณ์: –

หนึ่งในท่าคาดิโอชั้นดี ที่นอกจากจะได้ความฟิตเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ความแข็งแรงของCore Body หรือแกนกลางลำตัวเสริมมาด้วย โดยวิธีการไม่ซับซ้อนอยู่บ้านทำได้เลยทันที เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ไม่มีโอกาสออกไปวิ่งใช้ท่านี้เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อลำตัว และหัวใจอีกด้วย

วิธีการทำ Mountain climbing 

  • อยู่ในท่าวิดพื้นท่าเตรียม/แพลงค์ โดยฝ่ามือสองข้างวางบนพื้น ปลายเท้าชิดลำตัวตั้งตรง
  • ดึงเข่าเข้าหาหน้าอกในลักษณะชี้ตรง สลับกัน ซ้ายขวา
  • ทำสลับกันไปมาแบบนี้เรื่อยๆ ด้วยความเร็วที่เรากำหนดเอง

ช่วงแรกสำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนแนะนำให้ทำ ข้างละ10-20 ครั้ง3 – 4 เซ็ท แล้วหยุดพัก30 – 60 วินาทีก่อนจะเริ่มต่อ สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำแล้วไม่ต้องนับจำนวนเซ็ท แต่ให้จับเวลาต่อเซ็ท30 – 45 วินาทีแทน ยิ่งทำทุกวันร่างกายยิ่งฟิตมากขึ้น

Work Out From Home กับ The LAB ONLINE COACHING  6 สัปดาห์ 2,500 บาท 

หากคุณคิดว่าการออกกำลังกายด้วย5 ท่าพื้นฐานมันเบาไปแล้ว อยากเพิ่มความยากขึ้นไปอีกขั้นเพื่อให้สร้างความฟิต พิชิตน้ำหนัก โดยมีเทรนเนอร์เคยให้คำแนะนำและดูแล แม้จะไม่ได้เจอหน้ากัน ขอแนะนำคอร์สกำลังกายออนไลน์จากThe LAB ONLINE COACHING

โดยโปรแกรมONLINE COACHING นั้นทำให้คุณสามารถออกกำลังกายได้ที่บ้านเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และสร้างความฟิตให้ร่างกายในระหว่างที่กักตัวอยู่บ้าน หรือออกไปไหนไม่ได้ โดยความน่าสนใจของ ONLINE COACHING จากThe LAB   ได้แก่

  • สามารถเรียนที่ไหนก็ได้ผ่านทางออนไลน์ที่ทุกคนสามารถทำท่าทางตามได้ตลอด
  • มีเวลาเรียนต่อคอร์สทั้งสิ้น6 สัปดาห์ เฉลี่ยสัปดาห์ละ3 – 4 ครั้ง
  • มีการจัดตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสม และปรับเปลี่ยนได้กับทุกคนผ่านคำแนะนำของเทรนเนอร์
  • มีเทรนเนอร์คอยดูแล และให้คำปรึกษาตลอดโปรแกรม ซึ่งนักเรียนจะต้องส่งการบ้านให้เทรนเนอร์วิเคราะห์ทุกครั้งหลังออกกำลังกายในแต่ละวันจบ ไม่ต้องกลัวว่าออกกำลังกายคนเดียวกับวิดีโอแล้วจะไม่มีคนให้คำแนะนำ
  • เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นออกกำลังกาย และคนที่ออกมาสักพัก
  • ราคาเพียง2,500 บาทเท่านั้น

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่LINE: @thelabbkk

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...