โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมคิด หัวรถจักรทีมเศรษฐกิจ ลากไฮสปีด EEC-ดันแพ็กเกจกู้ภัยแล้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2562 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 02.35 น.

รายงานพิเศษ

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี“สองแผ่นดิน” หายหน้าหายตาไปจากวาระการเมือง-เศรษฐกิจ ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทหาร-รัฐบาลนักเลือกตั้ง กว่า 7 เดือน

ก่อนจะเปิดห้องให้ “นักข่าวเศรษฐกิจ” เปิดใจก่อนแถลงนโยบายรัฐบาลชุดใหม่

“อีอีซี” หัวรถจักร ศก.ไทย 

แม้ในยุค “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์สมัยสอง” นายสมคิดจะมีตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” อีกสมัยต่อเนื่อง ทว่า ตำแหน่งต่อท้าย ว่า “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” อาจพูดได้ไม่เต็มปากมากนัก

เพราะอย่างน้อยกระทรวงด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ต้องขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี และมีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจาก 2 พรรคร่วมกุมบังเหียน อยู่ในทำเนียบรัฐบาลด้วย

โดยมี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี คุมกระทรวงเศรษฐกิจรากหญ้า

ขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี คุมกระทรวงเมกะโปรเจ็กต์

*ในยุครัฐบาลเลือกตั้ง หลายโครงการ “เมกะโปรเจ็กต์” มูลค่าหลายแสนล้านใน “ช่วงรอยต่อ” ระหว่างทีมเศรษฐกิจเก่ากับ “ทีมเศรษฐกิจใหม่” ถูกฝ่ายค้านและฝ่ายเดียวกันเองคัดค้าน-ทบทวน-รื้อร่างสัญญาจากทุกทิศทุกทาง *

ทั้งการ “แตะเบรก” ของ “เจ้ากระทรวงคนใหม่” และการยื่น “ญัตติด่วน” ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนฯ เพื่อศึกษา-ตรวจสอบ-ชะลอการลงนาม “ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน” และผังเมืองเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ในขณะที่ “สมคิด” ยังต้องรั้งนักลงทุน เพื่อลาก “หัวจักรเศรษฐกิจ” ผ่านโครงการขนาดใหญ่-เมกะโปรเจ็กต์ โดยเฉพาะ “โปรเจ็กต์อีอีซี” ที่มีโบกี้พ่วงท้ายหลายโครงการนับล้านล้านบาท

แต่นายสมคิดยังยืนยันว่า โครงการใหญ่และสำคัญที่สุดในการแจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจอีอีซี คือ สัมปทานโครงการไฮสปีดที่จ่อลงนามในสัญญา “งานไม่สะดุดหรอก เพราะว่ารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินก็จะลงนามในไม่ช้า”

บนสมมุติฐานที่ว่า โครงการอีอีซีได้ลงหลักปักฐาน-ตอกเสาเข็มลึก และ “โครงการอีอีซีใหญ่เกินที่ใครจะพังได้” บนข้อกังวลที่ว่า “บางเรื่องช้าได้ แต่บางเรื่องไม่ควรช้า เพราะจะส่งผลต่อต้นทุนให้สูงขึ้น”

ปลุก “ครม.ศก.” 

การบริหารเศรษฐกิจในยุคไม่มี “แม่ทัพเศรษฐกิจ” คอนโทรลทุกกระทรวงเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ เหมือนในยุครัฐบาล-คสช. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงเป็นไปได้ยาก

อย่างไรก็ดี “พล.อ.ประยุทธ์” ไฟเขียวการตั้ง “คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ” จากการ “ชง” ของนายสมคิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำสั่ง โดย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี

“ครม.เศรษฐกิจมีประโยชน์ตรงที่มีการหารือกันของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในเรื่องที่จะทำ และต้องประสานงานกับกระทรวงเศรษฐกิจอื่น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไปข้างหน้า โดยนายกฯเป็นซีอีโอของคณะรัฐบาล”

ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ “สมคิด” พอจะทำได้ คือ “ทำในมุมของตัวเองให้ดีที่สุด” ซึ่ง “สมคิด” ดีดลูกคิด-คิดไว้ในหัวแล้วว่า “วาระเศรษฐกิจ” จะมีอะไรบ้าง เพื่อ “ออกแรงส่ง” เศรษฐกิจไทยภายใต้กลไก ครม.เศรษฐกิจ “ไม่ทำให้นักลงทุนหนีไปไหน”

“สมคิด” เชื่อว่า “ถ้าเราทำดี เขา(นักลงทุน) ก็มาหาเรา” ดังนั้น “ถ้าสเตเบิล เปลี่ยนผ่านได้ดี ประเทศก็จะเดินหน้าไปได้ ไม่ยากลำบาก” แต่ “ช่วงนี้ถ้าเปลี่ยนผ่านได้ไม่ดี นักลงทุนเผ่นแน่นอน” โดยมีเวียดนาม-อินโดนีเซียเป็นคู่แข่งเศรษฐกิจที่สำคัญ

“สมคิด” ยอมรับว่า การไม่ได้มีคำพ่วงท้ายว่า “กัปตันเศรษฐกิจ” เหมือนในยุครัฐบาล-คสช. ทำให้เขาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ “ไม่เต็มไม้เต็มมือ”

ส่วนการแบ่งงาน 5 รองนายกรัฐมนตรี เป็น “อาญาสิทธิ์” ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ท่ามกลางกระแสข่าว “ยึด” กระทรวงพลังงาน มาเป็น “กระทรวงความมั่นคง”

นำร่องแพ็กเกจภัยแล้ง

ปฏิทินเศรษฐกิจของรัฐบาลผสม 19 พรรค ภายใต้ 3 ทีมเศรษฐกิจผสม “ถือฤกษ์” นับ 1 หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องนโยบาย-โครงการเร่งด่วน เพื่อนำเข้าสู่การเห็นชอบในการประชุม “ครม.นัดแรก” ในวันที่ 30 ก.ค.

โดยทันทีที่แถลงนโยบายเสร็จสิ้นลง “ขุนคลัง” อุตตม สาวนายน จะ “นำร่อง” แถลงนโยบายของกระทรวงการคลัง และ “แพ็กเกจ” ช่วยเหลือภัยแล้ง เช่น แก้หนี้เดิม-สินเชื่อใหม่-เงินหมุนเวียน

ดันไทยศูนย์กลาง Start up

ทริปแรกที่ “สมคิด” จะสานต่อโปรเจ็กต์ “โรดโชว์เศรษฐกิจ” คือ การเข้าร่วมประชุม Belt and Road Initiative (BRI) ในเดือนตุลาคมศกนี้ ที่ฮ่องกง

เพื่อขยายการพูดคุยจากปีที่ผ่านมา จากที่ฝ่ายไทยต้องการเชื่อมโยง Greater Bay Area (GBA) ประกอบด้วยกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า โดยเฉพาะการร่วมมือกับ “ฮ่องกง ไซเบอร์พอร์ต” เพื่อตั้ง “ไทยแลนด์ ไซเบอร์พอร์ต” ให้เป็นศูนย์กลางสตาร์ตอัพ ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

“เมืองไทยอยู่ในจุดที่ได้เปรียบมาก ฮ่องกงไว้ใจไทย เป้าหมายคือการคอนเน็กต์ตลาดเงิน ตลาดทุนไทยกับฮ่องกง มูลค่าเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกมหาศาล ฮ่องกงต้องการที่จะมูฟฐานการผลิตมาไทย”

ศึกใหญ่งบฯ 63-ไม่ไว้วางใจ 

“สมคิด” ไม่หนักใจกับการตั้งแท่นซักฟอกนโยบายรัฐบาลใหม่-รัฐบาล คสช. รวมถึงการขุดคุ้ยประวัติรัฐมนตรีสีเทา ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน แต่วิตกศึกใหม่-ศึกภายภาคหน้าที่แรงขึ้นมา คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในเดือนกันยายนและการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า

เคล็ดวิชาใหม่เลี่ยงศึกชิงเก้าอี้

“สมคิด” ขาดการติดต่อ-เร้นกายอยู่ในประเทศในแถบทวีปยุโรปเกือบ 7 วัน ของ “สมคิด” ในช่วงที่กลุ่ม-ก๊วนในพรรคพลังประชารัฐเปิด “ศึกสามก๊ก” ชิงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี จนพรรคพลังประชารัฐเกือบจะพังพาบ

เขาอยู่ใน “อีกโลก” ชั่วขณะ จนมีเสียง “miss call” นับ “ร้อยสาย” ทำให้ ค้นพบ “เคล็ดวิชาใหม่” ที่ได้จากการปลีกวิเวกออกจากวงโคจรความขัดแย้ง-ถีบตัวออกจากความสุดขั้วภายในพลังประชารัฐ และ “ในที่สุดมันก็ผ่านไป”

“พรุ่งนี้โชคดีเป็นของผม” สมคิดปิดการสนทนาด้วยความหวัง มองโลกด้านบวกเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...