โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ล้งไทย" เร่งซื้อผลไม้ช่วยชาวสวนเพิ่ม-หวั่นสินค้าล้นตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ค. 2563 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2563 เวลา 08.20 น.

“มาตา ฟรุ๊ตแลนด์” ล้งไทยรับซื้อผลไม้เกรดส่งออกจากเกษตรกร หวังช่วยชาวสวน ขณะที่คณะกรรมแข่งขันเตรียมออกประกาศคุมการรับซื้อผลไม้ต่อไป

นางจิตตรา ปัญญาชัย เจ้าของกิจการมาตา ฟรุ๊ตแลนด์ ผู้ดำเนินธุรกิจคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการล้ง ต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ต่างชะลอการรับซื้อจากเกษตรกร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 จนทำให้การส่งออกไปยังต่างประเทศไม่สะดวก ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะผลไม้ฤดูกาลซึ่งมีผลผลิตเหลือเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ลำไย ทุเรียน ลิ้นจี่ และ สับปะรดภูแล เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรจากบริษัท ซึ่งเป็นล้งไทยได้รับซื้อผลไม้จากชาวสวนเพิ่มจากปีก่อน 30% เพื่อช่วยเหลือเกษตรให้มีรายได้เน้นการกระจายผลไม้เกรดส่งออกในประเทศเป็นหลัก จึงอยากรณรงค์ให้ผู้บริโภคคนไทยช่วยสนับสนุนผลไม้ไทย

“ผลไม้ตามฤดูกาลยังมีผลไม้เกรดส่งออกซึ่งมีความพิเศษ เป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในโซนภาคเหนือเท่านั้น เช่น มะม่วงงาช้างแดง รูปทรงของผลใหญ่สวยงาม ปลายผลงอน ดูคล้ายกับงาช้าง ผลสุกจะมีเนื้อในสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวานหอม เม็ดเล็ก ไม่มีเสี้ยน และ มะม่วงแดงจักรพรรดิ์ ผลมีขนาดใหญ่สีม่วงแดง ผลดิบหรือห่าม รสจะมันอมเปรี้ยวนิดๆ ผลสุกเนื้อในจะเป็นสีเหลืองเข้ม เนื้อไม่เละ ไม่มีเสี้ยน รสชาติหวานหอม เป็นต้น จึงอยากให้คนไทยช่วยกันสนับสนุน”

ทั้งนี้ ยอมรับว่าผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ราคาผลไม้หน้าสวนในปี 63 ปรับลดลงจากปีก่อนอย่างมาก เช่น ราคาทุเรียนหน้าสวนปีนี้เฉลี่ยที่ 90-100 บาท ต่อ กก. ลดลงจากปีก่อน 30% หรือราคารับซื้อหน้าสวนปีก่อนอยู่ที่ 130-140 บาท ต่อ กก. และมะม่วงปีหน้าราคาหน้าสวนอยู่ที่ 15-20 บาท ต่อ กก. ลดลงจากปีก่อน 50% หรือราคาปีก่อนรับซื้ออยู่ที่ 20-50 บาท ต่อ กก. เป็นต้น

นางจิตตรากล่าวว่า ในภาวะเช่นนี้ต้องช่วยกัน ทางบริษัทขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจในการสนับสนุนชาวสวน ด้วยการรับซื้อผลไม้ และกระจายผลผลิตเพื่อไม่ให้เกิดภาวะล้นตลาด ส่งผลให้ราคาสินค้าตกต่ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ หวังจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทยในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ให้มีรายได้ และมีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาเป็นธรรม ซึ่งทางบริษัทพร้อมเป็นตัวกลางในการจำหน่ายผลไม้ไปทั่วประเทศ เพื่อให้คนไทยช่วยกันอุดหนุนผลผลิตของชาวสวน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อกลุ่มเกษตรกรไทย สอบถามโทร 088-269-1596, 063-532-1058, 081-530-6583, 084-948-9722 Line : Khwanofficial และ https://www.facebook.com/matafruitsland/ โดยสามารถสั่งซื้อแล้วมารับสินค้าได้ตนเองที่ MATA Fruitland เลขที่ 88/8 ม.1 ต.สันทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140 รวมทั้งบริการส่งเดลิเวอรี่ทั่วประเทศ

บอร์ดแข่งขันออกไกด์ไลน์คุมรับซื้อ

ขณะที่ทางด้านนายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และโฆษกคณะกรรมการ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้จัดทำร่างประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจรับซื้อผลไม้ เพื่อคุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้รับซื้อผลไม้ (ล้ง) เสร็จแล้ว และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เห็นชอบให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้เกี่ยวข้องก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

“การออกประกาศดังกล่าว มีเป้าหมาย เพื่อคุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมในการจำหน่ายผลผลิต โดยจะเริ่มจากธุรกิจการรับซื้อผลไม้ก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ได้ร้องเรียนว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากล้งเป็นประจำ ซึ่งผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรง ทั้งเกษตรกร และล้ง สามารถแสดงความคิดเห็นได้ โดยเปิดให้แสดงความคิดเห็นที่ เว็บไซต์ www.otcc.or.th เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่ 8 พ.ค.-6 มิ.ย.2563 จากนั้นจะนำความคิดเห็นมาปรับปรุงก่อนประกาศบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางกาค้าระหว่างเกษตรกรและล้งได้ดีขึ้น”

สำหรับร่างแนวปฏิบัติทางการค้าในธุรกิจรับซื้อผลไม้ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นฉบับนี้ มีประเด็นและสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1.การกำหนดเงื่อนไข หรือละเว้นการกำหนดเงื่อนไขในสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การไม่ระบุวัน หรือช่วงเวลาในการเข้าเก็บผลไม้ รวมทั้งไม่ระบุวันสิ้นสุดของสัญญา ทำให้เกษตรกรไม่สามารถขายผลไม้ให้ผู้ซื้อรายอื่นได้ เป็นต้น

2.การปรับลดราคารับซื้อ หรือกำหนดเงื่อนไขอื่นใด ทั้งทางตรงและทางอ้อมภายหลังการทำสัญญา ซึ่งส่งผลต่อการปรับลดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม 3.การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การชะลอการเข้าเก็บผลไม้ การเก็บผลไม้ครบตามจำนวนที่ตกลงไว้ในสัญญา เป็นต้น

4.การปฏิบัติทางการค้าเพื่อผูกขาดหรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในตลาดเดียวกัน เช่น การร่วมกันกำหนดราคาซื้อ หรือจำกัดปริมาณซื้อการร่วมกันแบ่งท้องที่ในการรับซื้อ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...