โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อมูลน่ารู้ ช่วงอายุไหน ควรกินแคลเซียมเท่าไหร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. 2563 เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 13.25 น.

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ โดย นพ.กุลพัชร จุลสำลี

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกของร่างกาย หากร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง หรือเรียกว่า “ภาวะกระดูกพรุน” นั่นเอง

นอกจากนี้ แคลเซียมยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย ที่สำคัญ แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ ดังนั้น การบริโภคแคลเซียมจากการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แคลเซียมที่รับประทานเข้าไปจะถูกสะสมไว้ในโครงสร้างกระดูก และช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง จากการศึกษาความหนาแน่นมวลกระดูกในช่วงอายุต่าง ๆ พบว่า มวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่วัยเด็ก และมีค่ามวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกที่ลดลงเป็นลำดับโดยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 35-40 ปีในเพศหญิง และช่วงอายุประมาณ 40-45 ปีในเพศชาย ซึ่งมวลกระดูกของเพศหญิงจะลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าเพศชาย โดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้พบว่า มวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในแต่บุคคลจะแตกต่างกัน โดยปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูกสูงสุด ได้แก่ การบริโภคแคลเซียมในช่วงอายุก่อน 20-25 ปี,

การออกกำลังกาย และปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นต้น ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการรับประทานแคลเซียมนั้นมีความสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย กล่าวคือ การได้รับแคลเซียมในวัยเด็กและวัยรุ่นนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยชรา ส่วนการได้รับแคลเซียมในวัยผู้ใหญ่นั้นจะช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากโรคกระดูกพรุน

โดยข้อมูลต่อไปนี้แสดงปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน แบ่งแยกตามช่วงอายุ (Bauer และคณะ, N Engl J Med 2013)

ช่วงอายุ 0-6 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 7-12 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 260 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 1-3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 9-13 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 14-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 19-50 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,500 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 51-70 ปี ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,000 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,000 มิลลิกรัม

หมายเหตุ : นพ.กุลพัชร จุลสำลี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...