โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกณฑ์ทหาร : รายงานแอมเนสตี้ฯ อ้างคำให้การทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกทำร้าย บังคับให้ “กินเหมือนหมา” และ “ล่วงละเมิดทางเพศ”

Khaosod

อัพเดต 23 มี.ค. 2563 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2563 เวลา 03.51 น.

เกณฑ์ทหาร : รายงานแอมเนสตี้ฯ อ้างคำให้การทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกทำร้าย บังคับให้ “กินเหมือนหมา” และ “ล่วงละเมิดทางเพศ” - BBCไทย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ในกองทัพไทย วันนี้ (23 มี.ค.) พบว่า พลทหารต้องเผชิญกับพฤติกรรมป่าเถื่อน การตบตี และการล่วงละเมิดทางเพศ ทว่ารองเสนาธิการทหารยืนยันว่ากองบัญชาการกองทัพไทยดูแลทหารเกณฑ์ "ดุจญาติมิตรในครอบครัว"

รายงานเชิงสืบสวนที่ใช้ชื่อว่า "เราก็แค่ของเล่นของพวกเขา" การละเมิดสิทธิทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย" มีเนื้อหาฉบับภาษาอังกฤษ 47 หน้า (ฉบับภาษาอังกฤษ) โดยแอมเนสตี้ฯ ได้สัมภาษณ์ทั้งพลทหาร อดีตพลทหาร และผู้บังคับบัญชาของพวกเขารวม 26 นาย ระหว่าง ก.ย.-ต.ค. 2562 โดยเน้นเจาะข้อมูลในช่วงที่ทหารเกณฑ์เหล่านี้ได้รับการฝึกขั้นพื้นฐาน

พลทหารหลายคนกล่าวหาว่านอกจากบทลงโทษทางร่างกายแล้ว การฝึกรูปแบบต่าง ๆ ออกแบบมาเพื่อดูหมิ่นศักดิ์ศรี ในจำนวนนี้คือการกระโดดลงไปในบ่อเกรอะเก็บกักสิ่งปฏิกูล หรือถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา" ด้วยการใช้ปากเท่านั้น

ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศและกลั่นแกล้งให้เกิดความอับอายนั้น พลทหารบางคนเล่าว่า ถูกครูฝึกบังคับให้สำเร็จความใคร่ตัวเอง และร้องครางต่อหน้ากันและกันจนกว่าจะหลั่งน้ำกามออกมา ส่วนอีกหลายคนบอกว่าเคยอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้

แคลร์ อัลการ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย รณรงค์ และนโยบาย ของแอมเนสตี้ฯ กล่าวในเอกสารแถลงข่าวว่า การล่วงละเมิดทหารเกณฑ์เป็นสิ่งที่รู้อย่างกว้างขวาง แต่ถูกเก็บเป็นความลับ งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติมิชอบนี้เกิดขึ้นจนเป็นปกติ มากกว่าเป็นข้อยกเว้น

อัลการ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับในสายการบังคับบัญชาแสดงความรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงนี้ และยุติการปฏิบัติมิชอบและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

ธำรงวินัยด้วยด้ามปืน

การลงโทษ หรือที่คนไทยรู้จักผ่านคำว่า "ธำรงวินัย" หรือ "การซ่อม" ต่อบรรดาทหารเกณฑ์ ที่ปรากฏในรายงานของแอมเนสตี้ฯ มีหลายรูปแบบทั้งการทุบตี เตะต่อย และใช้วัตถุต่าง ๆ ฟาด ไม่ว่าจะเป็น มือของผู้บังคับบัญชา, ไม้หน้าสาม, รองเท้าบูททหาร, หมวกกันน็อกทหาร หรือบางครั้งก็ใช้ด้ามปืน

พลทหารนายหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า "ผมเคยโดนตบครั้งหนึ่งตอนที่ไปห้องน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต พอกลับมา ครูฝึกก็สั่งให้ผมทำท่าออกกำลังกาย วิดพื้น พุ่งหลัง อะไรแบบนี้ พอผ่านไป 15 นาที ผมบอกว่าไม่ไหวแล้วกำลังจะเป็นลมแล้ว แต่เขาสั่งให้ทำต่อ พอผมทำไม่ได้ เขาบอกให้ผมลุกขึ้นยืนแล้วก็ตบหน้าผมฉาดเลย คนที่ทำเป็นจ่าครับ"

ขณะที่พลทหารอีกนายบอกว่า "ไม่มีวันไหนที่ไม่โดนซ่อม" และ "ครูฝึกเขามีเหตุผลจะซ่อมเราได้ทุกครั้ง บางทีก็บอกว่าตอบไม่ดังพอ อาบน้ำช้าเกินไป ไม่ทำตามคำสั่งเป๊ะ ๆ สูบบุหรี่"

เช่นเดียวกับพลทหารอีกนายเล่าว่าทหารเกณฑ์นายหนึ่งถูกจับได้ว่าดื่มเหล้า "เขาเลยโดนซ้อมหนักมาก ผมเห็นเลือดกบปากเขาเลย"

การทำกายบริหารและฝึกความอดทนของร่างกายคือหนึ่งในรูปแบบของการ "ธำรงวินัย" โดยทหารเกณฑ์ต่างบอกตรงกันว่าหมายรวมถึงการบังคับให้ยืนในท่าที่มักทำให้เป็นลม หรือได้รับบาดเจ็บ

หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า ในแต่ละวัน มักมีพลทหาร 3-4 คนเป็นลม แล้วถูกส่งตัวไปห้องพยาบาล ขณะที่ผู้ให้ข้อมูลอีกรายบอกว่า "คนที่เป็นลมบ่อย ๆ ส่วนมากเขาจะให้พัก แล้วก็กลับมาฝึกใหม่ แล้วก็เป็นลมอีก"

ในช่วงฝึกอาวุธ ยังเป็นอีกช่วงที่พลทหารจะถูก "ซ่อม"

พลทหารที่ใช้ชื่อว่า "สาโรช" เล่าว่าขณะฝึกกับปืนเก่า ทหารที่ไม่ทำตามสั่ง จะโดนสั่งให้กระโดด "พอกระโดดหัวก็จะชนกับด้ามปืนของจ่า พวกนี้ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก ในกองร้อยผม ไม่มีใครเจ็บหนักมากตอนโดดแบบนี้ มีแค่คนเดียวที่ปวดหัวมากแล้วต้องเข้าโรงพยาบาล"

ฝึก "รถไฟ" ในห้องน้ำ

รายงานแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า พลทหารหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าประจำการต้องทนทุกข์ทรมานกับความป่าเถื่อน และการล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นกิจวัตรโดยเหล่าผู้บังคับบัญชา กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ล้วนมีประสบการณ์การถูกล่วงละเมิด หรือเคยเห็นเหตุการณ์ หรือเคยได้ยินคำบอกเล่าจากเหยื่อ มีเพียง 2 คนที่บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นพฤติกรรมเหล่านี้

พลทหาร 9 นายที่เข้าฝึกใน 9 จังหวัดในระหว่างการฝึก 5 ผลัดที่แตกต่างกัน ได้บอกเล่าประสบการณ์การล่วงละเมิดทางเพศแบบรวมหมู่ซึ่งถูกเรียกว่า "รถไฟ" โดยมักเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำรวม ทหารเกณฑ์ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกายจะถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของกันและกัน แล้วยืนต่อแถวหรือเดินวนไปเป็นวงกลมแบบขบวนรถไฟ

ขณะที่บางวัน ครูฝึกก็สั่งให้บรรดาทหารเกณฑ์หมอบ หรือนอนคว่ำหน้าลงบนพื้นห้องน้ำ เป็นแถวต่อ ๆ กันไป "แล้วเอาหน้าไปตรงคนข้างหน้า แล้วใช้จูบกับสูดหายใจแบบนี้ 3-4 รอบ"

ส่วนพลทหารอีก 8 นายที่เข้าฝึกใน 8 จังหวัดและ 4 ผลัดที่แตกต่างกัน บอกว่า พวกเขาและเพื่อน ๆ หลายสิบคนถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตัวเองและร้องครางในห้องอาบน้ำรวมซึ่งเป็นที่สาธารณะ

พบ 3 กรณีข่มขืนทหารเกณฑ์ที่เป็น "เกย์"

พลทหารที่เป็นเกย์หรือถูกเข้าใจว่าเป็นเกย์มักตกเป็นเป้าหมายในการล่วงละเมิดทางเพศเสมอ เนื่องจากวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือการแสดงออกที่แตกต่างออกไป บางส่วนถูกบังคับให้สร้างความบันเทิง ให้บีบนวดให้ครูฝึก และในบางสถานการณ์ได้นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศด้วย

งานวิจัยของแอมเนสตี้ฯ ชิ้นนี้พบการถูกข่มขืน 3 ราย การพยายามข่มขืน 1 ราย การทำเหมือนการข่มขืน 1 ราย ส่วนอีก 2 ราย ทหารเกญฑ์ถูกบังคับให้ "ตอบสนองความใคร่" แก่ครูฝึก ซึ่งดูเหมือนว่าอาจเป็นการข่มขืน เหยื่อส่วนใหญ่ในเหตุการณ์เหล่านี้ นิยามตัวเองว่าเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

ทหารเกณฑ์ที่ใช้ชื่อว่า "ฟง" และเปิดเผยตัวเองว่าเป็นเกย์ เล่าว่า "คืนหนึ่ง ฉันกำลังหลับอยู่บนเตียง ก็มีครูฝึก 5-6 คนบุกเข้ามาในมุ้งของฉัน มานอนข้าง ๆ อีกคนได้ดึงอวัยวะเพศออกมาแล้วพยายามยัดใส่ปากฉัน โดยคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดกรอกหูว่าเป็นอย่างไรบ้างน้องน้ำหวาน"

ฟงยังเผยวิธีเอาตัวรอดจากการถูกล่วงละเมิดในครั้งต่อ ๆ ไปว่าเป็นเพราะครอบครัวของเขาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รู้จักกันให้มาสั่งให้ครูฝึกพวกนั้นยุติการกระทำ

"สิ่งเหล่านี้เป็นอาชญากรรมร้ายแรงตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ควรมีการนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" แอมเนสตี้ฯ ระบุ

ถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา"

นอกจากการล่วงละเมิดทางเพศและร่างกาย บรรดาทหารเกณฑ์ยังพูดถึงการถูกทำบังคับให้ทำเรื่องน่าอับอายขายหน้า ซึ่งบ่อยครั้งที่เหตุเกิดในระหว่างมื้ออาหาร

ทหารเกณฑ์ 6 นายบอกว่าถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา" โดยพลทหารที่ใช้ชื่อว่า "ลภ" อธิบายความหมายไว้ว่า เขาต้องเอาถาดอาหารวางไว้บนพื้น เอามือไพล่หลัง แล้วกินท่านั้น ใช้แค่ปาก บ่อยครั้งที่ถูกสั่งให้กินไข่ต้มทั้งเปลือก หรือสั่งให้นำอาหารคาวอาหารหวานมาเทผสมไว้ในชามเดียวแล้วกินไปทั้งอย่างนั้น

ขณะที่ครูฝึกที่ใช้ชื่อว่า "สิน" ไม่ได้ปฏิเสธว่าการละเมิดเกิดขึ้น เพียงแต่อธิบายว่า "ที่โรงเลี้ยง เราจะสั่งให้ทหารหยุดกินทันทีหรือทำอะไรก่อนกิน เขาเรียกว่า 'เหงื่อแลกข้าว'"

"ดุจญาติมิตรในครอบครัว"

พล.อ.อ.เฉลิมชัย ศรีสายหยุด รองเสนาธิการทหาร ทำการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ทำหนังสือตอบกลับแอมเนสตี้ฯ เพื่อชี้แจงเนื้อหาในรายงานดังกล่าว ก่อนการเผยแพร่รายงานฉบับนี้

พล.อ.อ.เฉลิมชัย ไม่ได้ลงรายละเอียดในแต่ละกรณี แต่ระบุอย่างกว้าง ๆ ว่ากองบัญชาการกองทัพไทยมีนโยบายดูแลทหารกองประจำการ "ดุจญาติมิตรในครอบครัว พร้อมย้ำว่าการปฏิบัติต่อทหารกองประจำการมีระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่วางไว้อยู่แล้ว "ผู้ใดละเมิดต่อทหารกองประจำการย่อมมีโทษทางอาญาและวินัยแต่ละกรณีไป"

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี โดยชายไทยต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจก่อนขึ้นบัญชีเป็นทหารเกณฑ์ แต่สำหรับปี 2563 มีการเลื่อนการตรวจเลือกทหารจากเดิมวันที่ 1-11 เม.ย. เป็น 16-26 เม.ย. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 จึงต้องจัดเตรียมสถานที่และบุคลากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ทหารเกณฑ์ทุกนายต้องเข้ารับการฝึกขั้นพื้นฐานเป็นเวลา 10-12 สัปดาห์ ก่อนถูกส่งไปประจำการตามหน่วยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีการฝึกเพิ่มเติม

คุยกับหนึ่งในผู้จัดทำ

ดร.ยูวาล กินบาร์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของแอมเนสตี้ฯ หนึ่งในทีมวิจัย บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาคิดว่าทุกกองทัพก็มีปัญหา จุดมุ่งหมายของการทำรายงานฉบับนี้ไม่ใช่เพื่อต้องการเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่น แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ในไทยนั้นมีความรุนแรงมาก มีการลงโทษด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินมาก่อนในประเทศอื่น จริงอยู่ที่ว่ากองทัพต้องมีระเบียบวินัย และมีการลงโทษ แต่การลงโทษบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่สมควร ไม่ว่าจะเป็น การทุบตีทำร้ายผู้อื่น การบังคับให้ฝึกหนักจนได้รับบาดเจ็บ หรือการสร้างความอับอายขายหน้า

"สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิธีลงโทษที่สมเหตุสมผล ทหารเกณฑ์ก็คือคน เขาก็มีสิทธิในชีวิตของเขาที่ไม่ควรถูกล่วงละเมิด"

ดร.กินบาร์เล่าว่า ตอนที่สัมภาษณ์อดีตทหารเกณฑ์ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ บางคนเล่าไปร้องไห้ไป และหลายคนบอกว่ายังฝันร้ายเป็นประจำ ซึ่งเขาชี้ว่าการล่วงละเมิดทางเพศต่อทหารเกณฑ์นเป็นส่วนหนึ่งของ "วงจรอำนาจ" กล่าวคือผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกอยู่ใต้อำนาจและไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งใด ๆ ได้เพราะรู้สึกกลัวผลของการปฏิเสธผู้มีอำนาจเหนือกว่า จึงต้องจำยอมให้ถูกล่วงละเมิด ในขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาก็ตระหนักถึงอำนาจในมือตัวเอง จึงใช้มันเพื่อล่วงละเมิดทางเพศหรือสั่งให้พลทหารทำอะไรก็ได้

ผลพวงของการถูกล่วงละเมิด ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกหยามเกียรติให้อับอายขายหน้านั้น ส่งผลต่อสภาพจิตของทหารเกณฑ์ในระยะยาว แอมเนสตี้ฯ จึงแนะนำให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระจากกองทัพเพื่อสืบสวนกรณีเหล่านี้อย่างละเอียด โดยทำงานร่วมกับแพทย์ จิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อดูว่าการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์แบบที่เป็นอยู่นี้มันเลวร้ายอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไร และสามารถเรียนรู้จากหน่วยงานทหารของประเทศอื่นได้นอกจากนี้

อีกทางเลือกหนึ่งที่ ดร.กินบาร์เสนอคือ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุบ่อย ๆ หรือเพื่อสอดส่องความเป็นไปในค่ายทหาร แต่ในระยะยาวแล้วต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างความเข้าใจให้ผู้บังคับบัญชา เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เห็นพลทหารเกณฑ์หน้าใหม่เหล่านี้เป็นมนุษย์ เหมือนกับที่ชื่อเรื่องของรายงานบอก "เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา" ซึ่งกองทัพต้องเปลี่ยนแนวคิดเหล่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...