โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

REIC ชี้มาตรการรัฐตัวช่วยพยุงตลาดอสังหาฯ ปี 62

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 06.12 น.
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และการรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และการรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC กล่าวว่า สถิตข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 12 เดือนของปี 2562 พบว่า มูลค่าการโอนไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 197,648 ล้านบาท 86,855 หน่วย เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/61 ที่มีมูลค่าขโอน 175,195 ล้านบาท 82,182 หน่วย

ไตรมาส 2/62 มูลค่าลดลง -13.8% จากไตรมาส 1/62 เหลือ 184,918 ล้านบาท หน่วยการโอนติดลบ -14.7% เหลือ 77,989 หน่วย หลังแบงก์ชาติประกาศใช้มาตรการ LTV-loan to value (มาตรการบังคับเงินดาวน์ 20% ในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 โดยสถิติลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/61 ที่มีมูลค่าการโอน 214,490 ล้านบาท หน่วยโอนฯ 91,482 หน่วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในการลดหย่อนภาษี 200,000 บาทสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านและคอนโดฯ หลังแรกในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เริ่ม 30 เม.ย.2562 และมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่กรมที่ดิน จาก 3% เหลือ 0.01% หรือล้านละ 30,000 บาทเหลือล้านละ 300 บาท สำหรับบ้านจัดสรรและห้องชุดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เริ่ม 24 มิ.ย. 2562 ทำให้มูลค่าการโอนในไตรมาส 3/62 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 12.4% เป็น 227,793 ล้านบาท หน่วยการโอนเพิ่ม 11.1% จำนวน 101,704 หน่วย

โดยสถิติสูงกว่าไตรมาส 3/61 ที่มีมูลค่าโอน 202,694 ล้านบาท และหน่วยโอน 91,517 หน่วย

“ถ้าเทียบกันแล้ว ตัวเลขในช่วงไตรมาส 3 ของปีหรือช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายนพบว่า ไตรมาส 3/62 จะสูงกว่า ไตรมาส 3/61 ทุกเดือนตั้งแต่มาตรการรัฐออกมา ดังนั้น สิ่งที่เป็นข้อสังเกตคือจะเห็นว่ามาตรการมีผลในไตรมาส 3/62 ในกลุ่มแนวราบและคอนโดฯที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดฯ มีผลมากที่สุด” ดร.วิชัยกล่าว

ขณะที่สถานการณ์ในไตรมาส 4/62 รัฐบาลเพิ่มการออกมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ในกลุ่มผู้ที่ซื้อบ้านและคอนโดฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 62 ช่วยให้มูลค่าการโอนขยับขึ้น 7.2% เป็น 264,830 ล้านบาท หน่วยการโอนเพิ่ม 8.4% จำนวน 106,817 หน่วย ทั้งยังเพิ่มจากไตรมาส 4/61 ซึ่งมีมูลค่าโอน 247,118 ล้านบาท และหน่วยโอน 98,530 หน่วย

“เข้าไตรมาส 4/62 เป็นช่วงเวลาที่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกมา สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นใน 2 เดือนสุดท้ายคือพฤศจิกายน-ธันวาคม ทั้ง 2 เดือนนี้สูงกว่าปี 2561 ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์สูงอยู่แล้ว โดยขยายตัวจาก 35,716 ล้านบาทเป็น 42,213 ล้านบาท แสดงว่าตลาดหรือผู้ซื้อมีการตอบรับในเรื่องมาตรการพอสมควร” ดร.วิชัยกล่าว

สำหรับทิศทางการตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 มีปัจจัยบวกอัตราดอกเบี้ยต่ำ มาตรการกระตุ้นอสังหาฯของรัฐบาล การผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ของ ธปท. และปัจจัยลบ ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัวในหลายกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญ การระบาดของไวรัสโคโรนา สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ จีน

ส่งผลให้คาดการณ์ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภททั่วประเทศอยู่ที่ 372,500 –400,660 หน่วย ขยายตัว -0.2% ถึง 7.3% มูลค่า 853,100 – 917,100 ล้านบาท ขยายตัว -2.5% ถึง 4.8%

เป็นการโอนในกรุงเทพ-ปริมณฑล 197,500 – 214,300 หน่วย ขยายตัว -0.2% ถึง 8.3% มูลค่า 571,200 – 614,000 ล้านบาท ขยายตัว-0.2% ถึง 7.3% มีสัดส่วนหน่วย 53% และ มูลค่า 67% ของภาพรวมทั่วประเทศ

โดยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศอยู่ที่ 117,400 – 126,780 หน่วย มูลค่า 284,360 –305,700 ล้านบาท โดยกรุงเทพ-ปริมณฑลจคาดว่ามีหน่วยโอน 73.6% มูลค่าโอน 78.1% ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก 2563 คาดว่าจะมีการชะลอการโอนของคนจีนบ้างเนื่องจากสาเหตุการระบาดไวรัสโคโรนา แต่มีผลกระทบไม่มากเนื่องจากผู้ซื้อห้องชุดคนจีนมีสัดส่วนพียง 6% ของผู้ซื้อทั้งหมด

สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพ-ปริมณฑลอยู่ที่ 114,400- 122,600 หน่วย เป็นห้องชุด 55% จำนวน 62,900-67,400 หน่วย ด้านการขอใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศคาดว่าใกล้เคียงกับปี 2562 อยู่ที่ 97,500-100,400 หน่วย อยู่ในกรุงเทพ-ปริมณฑลสัดส่วน 58.4% การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารทั่วประเทศใกล้เคียงกับปี 2562 เช่นกัน อยู่ที่ 292,100-300,900 หน่วย มแบ่งเป็นใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุด 27.4% หรือ 80,000-82,400 หน่วย

โฟกัสใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในกรุงเทพ-ปริมณฑลใกล้เคียงกับปี 2562 แต่อาจมากกว่าเล็กน้อยที่ 129,000-132,900 หน่วย โดยมีใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุด 51.1% จำนวน 65,900-67,900 หน่วย ซึ่งหมายความว่า 82% ของอาคารชุดที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารทั่วประเทศจะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล

“แนวโน้มสรุปตลาดอสังหาฯ ปี 2563 น่าจะมีภาวะที่ค่อนข้างทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2562 แต่มีโอกาสขยายตัว 5-7% หากเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศมีการขยายตัวดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานและความมั่นใจของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในการตัดสินใจที่จะซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น” ดร.วิชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...