โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พาณิชย์"นำทัพเอกชนบุกดูไบ น็อกดอร์ชิงมาร์เก็ตแชร์ "ผลไม้แปรรูป"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 12.14 น.

*“พาณิชย์” นำทัพผู้ผลิตสินค้าผลไม้-ผลไม้แปรรูป ลุย knock door เปิดตลาดหวังช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์จากอาเซียน ด้าน ม.หอการค้าฯแนะ 7 สูตรสำเร็จรุกตลาดดูไบ *

นายวัชรศักดิ์ พรหมบุญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและบริหารระบบตลาด กรมการค้าภายใน เปิดเผยผลการนำคณะนักธุรกิจผลไม้แปรรูป 15 ราย เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมเคาะประตู (knock door) เปิดตลาดดูไบ ระหว่างวันที่ 7-11 ม.ค. 2562 ภายใต้ “โครงการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง” ว่า การนำผลไม้แปรรูปไปหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ เป็นไปตามนโยบาย demand driven ของรัฐบาล ซึ่งการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการแปรรูปผลไม้ของไทยที่เข้าถึงตลาดดูไบ ทางกลุ่มผู้นำเข้าสินค้าของดูไบมีความสนใจในสินค้าของไทยอย่างมาก

“ตลาดดูไบเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของตะวันออกกลาง และเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าอาหารและเครื่องดื่มจากต่างประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลไม้แปรรูปของไทยยังเข้ามาขายในตลาดดูไบน้อยมากเมื่อเทียบสินค้าเกษตรจากประเทศอาเซียน เช่น ฟิลิปฟินส์ และเวียดนามส่วนผลไม้แปรรูปไทยมีสัดส่วนเพียง 1% ในขณะที่ผลไม้แปรรูปฟิลิปปินส์มีสัดส่วนถึง 15% เช่น สับปะรดนำเข้าจากฟิลิปฟินส์ และอเมริกาใต้ มังคุดจากอินโดนีเซีย แตงโมจากบราซิล ฝรั่งและเงาะจากเวียดนาม”

ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มจากผลไม้ในดูไบถือว่าใหญ่มาก แต่มีน้ำมะพร้าวของไทยที่เข้ามาขายของบางยี่ห้อเท่านั้น ส่วนใหญ่ดูไบนำเข้าน้ำผลไม้และแปรรูปมาจากฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อเมริกาใต้ เวียดนาม สิงคโปร์ และแคนาดา

สำหรับสินค้าที่ไทยนำไปเปิดตลาดดูไบครั้งนี้ ได้แก่ ทุเรียน มังคุค สับปะรด มะพร้าว มะนาว มะขามหวาน และขนมไทย รวมทั้งสินค้าเกษตรแปรรูปจาก 14 จังหวัดภาคใต้ โดยคณะนำผู้ประกอบการไทยได้พบผู้นำเข้าในรูปแบบ knock door ซึ่งมีผู้ประกอบการนำเข้าและศูนย์กระจายสินค้ารายใหญ่ของดูไบจาก 9 บริษัทเข้าร่วม

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเพราะเกิดคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศ เบื้องต้นแล้ว เช่น น้ำมะนาว 2 ตู้คอนเทนเนอร์ มะขามหวาน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ กล้วยแปรรูป 2 ตู้คอนเทนเนอร์ สับปะรดอบแห้ง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ และสับปะรด 3 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งหมด 360 ตันต่อเดือน คิดเป็นมูลค่า 8.7 ล้านบาทต่อเดือน หรือปีละ 104 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีการทำ MOU เพื่อทำการซื้อขายและตกลงเรื่องราคากันต่อไป”

ด้านนายปณต บุณยะโหตระ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำเมืองดูไบ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า คณะผู้แทนการค้าคณะนี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการสร้างการเรียนรู้ในด้านตลาดต่างประเทศให้กับผู้ส่งออกรายใหม่จากต่างจังหวัด และยังช่วยขยายฐานผู้ประกอบการส่งออกให้เพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นโครงการที่แสดงถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การนำสินค้าเข้ามาขายในดูไบมีคำถามที่สำคัญ คือ จะขายให้กับใคร เพราะประชากร 10 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในดูไบเป็นชาวต่างชาติที่อาศัย (expat) เพื่อมาขายแรงงานและทำงานด้านบริการ คิดเป็นร้อยละ 90% ไม่ว่าจะเป็นชาวอินเดีย 30% ปากีสถาน 13% และบังกลาเทศ 7% ตามลำดับ ที่เหลือเป็นชาว UAE หรือที่เรียก “Emirates” ซึ่งรายได้และรสนิยมของกลุ่มคนทั้งสองแตกต่างกัน

แนวทางที่ผู้ผลิตสินค้าผลไม้แปรรูปไทยต้องทำ คือ 1.นำอัตลักษณ์เด่นของผลไม้แปรรูปไทยออกประชาสัมพันธ์ให้คนดูไบรู้จักสินค้าไทยให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน อาจถึงขั้นต้องติดฉลากว่ามาจากประเทศไทย 2.ทำสัญญาโดยตรงกับห้างสรรพสินค้าในดูไบ เพื่อนำสินค้ามาขาย 3.ร่วมกับร้านอาหารไทยในดูไบเพื่อนำสินค้าไทยไปขาย 4.ร่วมงานแสดงสินค้าในดูไบ เช่น Gulfood ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าใหญ่ของดูไบ 5.ต้องทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และ 6.แพ็กเกจจิ้ง ต้องมี QR code เพื่อสามารถสแกนข้อมูลของผลิตภัณฑ์ไทย 7.ต้องหาช่องทางการติดต่อซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะดูไบไม่สามารถใช้ไลน์ในการโทร.ติดต่อสื่อสาร

รายงานจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ปี 2558-2560 ประเทศ UAE นำเข้าสินค้าจากไทย 2,837 ล้านเหรียญ ลดลง 6% จากช่วง ที่เคยนำเข้า 3,068 ล้านเหรียญ โดยเฉพาะสินค้าอาหารทะเลกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง และผลไม้สด เป็นต้น

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...