โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โต๊ะจีนนครปฐม 200 ราย กระอักโควิดระลอกใหม่ ล้มทั้งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2564 เวลา 01.00 น.

ผู้ประกอบการโต๊ะจีนนครปฐม วอนรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ-หาแหล่งเงินทุนร้องผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่กระทบรุนแรง 100% ช่วงไฮซีซั่นธันวาคม 63-มกราคม 64 ถูกยกเลิกงานฟ้าผ่าทำล้มทั้งระบบ

นายประพฤติ อรรฆธน ประธานชมรมธุรกิจโต๊ะจีนจังหวัดนครปฐม และเจ้าของธุรกิจโต๊ะจีนยุทธพงษ์โภชนา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์โต๊ะจีนนครปฐมถือว่าได้รับความเสียหาย 100% หลังจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

จังหวัดนครปฐมถูกระบุให้เป็นพื้นที่สีแดงในบางอำเภอ ส่วนจังหวัดอื่นที่ยังสามารถจัดงานได้ก็ยกเลิกการจ้างโต๊ะจีนจากนครปฐมทั้งหมด ฉะนั้น ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ 200 กว่ารายพร้อมพนักงานเบื้องต้นนับหมื่นคนจึงไม่มีงานทำ ที่สำคัญแรงงานเหล่านี้ไม่มีอาชีพประจำนอกจากรับจ้างตามงานจัดโต๊ะจีน อาทิ พนักงานเสิร์ฟอาหาร พนักงานยกโต๊ะ เรียกได้ว่ามูลค่าความเสียหายนับไม่ถ้วน

ทั้งนี้ ได้มีการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง หลังจากการระบาดของโควิด-19ในรอบแรกไม่ได้รับการตอบรับช่วยเหลือแต่อย่างใด และครั้งนี้ทุกอย่างก็ยังเงียบอยู่ถึงจะมีโครงการช่วยเหลือออกมามากมายแต่ทุกโครงการไม่เคยถึงผู้ประกอบการโต๊ะจีน

“ในช่วงปีใหม่เราเริ่มจะมีงานทำหลังจากโควิด-19 รอบแรกซาลง ถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นเลย ส่วนมากเป็นการจัดงานขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก พอมีรายรับมาเลี้ยงพนักงานได้ จนเกิดโควิดรอบสองทุกอย่างที่ทำมาถูกยกเลิกทั้งหมด แรงงานในธุรกิจโต๊ะจีนเหมือนถูกลอยแพไม่รู้จะทำอะไร

ผู้ประกอบการก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอด เราคิดว่าจะต้องยกขบวนไปทำเนียบแล้ว เพราะร้องเรียนไปก็ไม่ได้อะไรกลับมานอกจากคำหวานที่ผู้ใหญ่พูดไปวัน ๆ ทั้งที่ภาษีก็เก็บกับเรา จะไปกู้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ก็มีเงื่อนไขมากกู้ไม่ผ่าน เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน”

นายประพฤติกล่าวว่า แม้ตอนนี้จะพ้นจากการถูกล็อกดาวน์พื้นที่ แต่ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังมีอยู่จึงไม่มีนายจ้างคนไหนกล้าเสี่ยงจัดงานในเร็ว ๆ นี้

แม้จะมีวัคซีนมาอย่างน้อยต้องรอเวลา 6 เดือนคนจึงจะเกิดความมั่นใจอีกทั้งการจัดเลี้ยงหรือจำนวนผู้ร่วมโต๊ะจีนถูกจำกัด การปรับตัวสู่ดีลิเวอรี่ก็เป็นไปได้ยากเพราะราคาอาหารโต๊ะจีนสูงจะทำอาหารต้องจ้างกุ๊กและสั่งของจำนวนมาก ขณะที่ยอดขายต่อวันกลับไม่พอค่าแรงงาน

นอกจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคก็ลดน้อยลงไปทุกวัน ทั้งนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดที่ผ่านมากระทบคนในระดับฐานรากมากที่สุด แต่ปัจจุบันนี้เริ่มส่งผลกระทบคนในระดับกลางตลอดจนระดับผู้ประกอบการแล้ว

“ตอนนี้ต้องใช้คำว่า วอนรัฐบาลหรือผู้ใหญ่ที่มีอำนาจให้มองดูพวกเราบ้างอย่างธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคารยังพอได้ขายทุกวัน แต่ธุรกิจโต๊ะจีนมีคนมาจ้างถึงมีงานทำ”

นางสาวสุชาดา คำใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นครปฐมแคทเทอริ่ง แอนด์ ออร์กาไนเซอร์ จำกัด หรือแคเทอริ่งโต๊ะจีน หนึ่งในผู้ประกอบการโต๊ะจีนนครปฐม เปิดเผยว่า โควิด-19 รอบใหม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจโต๊ะจีนหนักกว่ารอบแรกมาก

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2563หรือช่วงปีใหม่ 2564 ถือเป็นความหวังของผู้ประกอบการโต๊ะจีนที่จะฟื้นกลับมาเริ่มมีการจัดงานเลี้ยง งานบุญ งานแต่งงาน ผู้ประกอบการหลายรายร่วมกันสั่งอาหารเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมการจัดงาน แม่ค้าพ่อค้าตระเวนสั่งของไว้หลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชุมพร ระนอง แต่กลับถูกยกเลิกงานแบบฟ้าผ่า ผู้ประกอบการทุกรายอยู่ในสภาพเดียวกันหมด

ช่วงแรกของการระบาดรอบใหม่จังหวัดนครปฐมถือว่าเป็นจังหวัดในกลุ่มเสี่ยงการระบาดรอบใหม่ มีการระบาดเป็นจุด ๆ ในไม่กี่อำเภอ แต่ก็ไม่มีใครกล้าจ้างงานทั้งที่การคมนาคมปกติ

สำหรับแคเทอริ่งโต๊ะจีนที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางก็ถูกยกเลิกไปกว่า 40-50 งาน เฉลี่ยประมาณ 5-6 งาน/วัน หรือมากกว่า 200-300 โต๊ะ/วัน ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

“การถูกยกเลิกงานส่งผลกระทบต่อพนักงานของเรา 30-50 คน เป็นคนในพื้นที่กว่า 90% ไม่ว่าจะเป็นพ่อครัว คนล้างจาน พนักงานยกโต๊ะ พนักงานขับรถ ทั้งหมดนี้ไม่มีมาตรการเยียวยาอะไรจากรัฐบาลเลย

ไม่มีแม้กระทั่งแหล่งเงินทุนให้ประคองธุรกิจ ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย ดีที่แคเทอริ่งโต๊ะจีนจดเป็นบริษัทจึงทำดีลิเวอรี่ได้ แต่การทำดีลิเวอรี่ลูกค้าจะต้องสั่งล่วงหน้าผ่าน Facebook ผลตอบรับถือว่าดี พอให้มีค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าครองชีพไปได้

แม้ว่าเทียบกับการจัดโต๊ะจีนจะได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำและส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่สั่งไปทำบุญมากกว่าสั่งทานเอง”

นางสาวสุชาดา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานที่ยังทำงานกับแคเทอริ่งโต๊ะจีนเหลือเพียง 5-6 คน เป็นการหมุนเวียนสลับกันทำงานดีลิเวอรี่ ส่วนผู้ประกอบการโต๊ะจีนรายอื่นเรียกได้ว่าปรับตัวสู่ดีลิเวอรี่น้อยมาก

เพราะการทำดีลิเวอรี่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ขณะที่โครงการช่วยเหลือของรัฐบาลอย่างโครงการคนละครึ่ง ธุรกิจโต๊ะจีนที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่เข้ากับเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งจึงไม่สามารถเข้าร่วมได้

“อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโต๊ะจีนควรจะถูกมองว่าเป็นธุรกิจหลักที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งธุรกิจของจังหวัดนครปฐมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการในเรื่องของแหล่งเงินทุน

เพราะธุรกิจนี้เกิดผลกระทบโดยองค์รวมตลอดห่วงโซ่มีหลายธุรกิจต่อเนื่อง ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดได้รับผลกระทบตามไปด้วย” นางสาวสุชาดากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...