โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพอร์ตเบียร์ "ไทยเบฟ" ขุมทรัพย์แสนล้าน "เจ้าสัวเจริญ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.พ. 2564 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2564 เวลา 08.20 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ “ไทยเบฟ” ของราชันย์น้ำเมา “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ยืนยันการตัดสินใจนำ “ธุรกิจเบียร์” เข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยจะนำ บริษัท BeerCo ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ดูแลธุรกิจเบียร์ทั้งหมดของไทยเบฟ และไทยเบฟถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท International Beverage Holdings อีกทอดหนึ่ง เข้าซื้อขายในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยจะนำหุ้นจำนวน 20% เสนอขายต่อนักลงทุน

ทั้งนี้ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ BeerCo ดูแลการผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ในประเทศไทยทั้งหมดของ “ไทยเบฟ” ได้แก่ เบียร์ช้าง, อาชา, เฟเดอร์บรอย รวมถึงการผลิตและจัดจำหน่าย เบียร์ ไซ่ง่อน และ 333 ในเวียดนามของบริษัท ไซง่อนเบียร์ แอลกอฮอล์ เบเวอเรจ หรือ ซาเบโค แต่ไม่ร่วมการขายเบียร์ในประเทศอื่น ๆ

สำหรับข้อมูลทางการเงิน ยักษ์เครื่องดื่มเปิดเผยว่า BeerCo มีทรัพย์สินประกอบด้วยโรงกลั่นในไทยและเวียดนามรวม 26 แห่ง และผลประกอบการปีงบฯ 2563 (สิ้นสุด 30 ก.ย.63) มีรายได้รวม 4.7 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ (ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท) ส่วนกำไรหลังหักภาษีอยู่ที่ประมาณ 348 ล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ (ประมาณ 7.82 พันล้านบาท) โดยกำไรนี้คิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้ของไทยเบฟในปีงบฯ 2563

โดยผลประกอบการปีงบประมาณ 2563 ของไทยเบฟ มียอดขายทั้งหมด 253,481 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากปีก่อน ที่มียอดขายรวม 267,357 ล้านบาท เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจต่าง ๆ ในเครือจนยอดขายลดลง โดยเฉพาะเบียร์ซึ่งเป็นสินค้าหลักมีสัดส่วน 42.2% หดตัวถึง 11.3% หรือราว 1.01 แสนล้านบาท จากการปิดสถานบันเทิงในช่วงล็อกดาวน์ และกฎหมายควบคุมการดื่มฉบับใหม่ของเวียดนามที่มีบทลงโทษรุนแรงกระทบยอดขายในเวียดนามอย่างหนัก

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลแบรนด์เบียร์ใต้ปีกไทยเบฟ ก่อนที่บริษัทจะนำ “ธุรกิจเบียร์” เข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

เบียร์ช้าง

เบียร์ช้างถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค โดยเบียร์ช้างขวดแรกผลิตเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2537 จากโรงงานผลิตเบียร์ที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2538

ความนิยมเบียร์ช้างที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จึงต้องขยายกำลังการผลิตครั้งสำคัญเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น เลยมีการก่อสร้างโรงงานเบียร์แห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้การบริหาร ของ บมจ.เบียร์ไทย (1991) จำกัด ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนในปี พ.ศ. 2544 ด้วยทุนจดทะเบียน 5,550 ล้านบาท

เบียร์อาชา

เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 เพื่อตอบสนองความต้องการของนักดื่มเบียร์รุ่นใหม่ที่นิยมเบียร์ดีกรีต่ำลง

เฟเดอร์บรอย

ระหว่างที่ “ไฮเนเก้น” กุมตลาดเบียร์พรีเมียมไว้แต่เพียงผู้เดียว ไทยเบฟได้เปิดตัวเฟเดอร์บรอยมาสู้ ชูคอนเซปต์เบียร์ขวดเขียวแบบเยอรมัน เมื่อปี 2551 ก่อนจะมีการรีแบรนด์ใหม่อีกครั้งเมื่อปี 2560 พร้อมปรับสูตร เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่

เบียร์เวียดนาม

ช่วงปลายปี 2560 ไทยเบฟชนะการประมูล บริษัท ไซง่อนเบียร์ แอลกอฮอล์ เบเวอเรจ หรือ ซาเบโค จากรัฐบาลเวียดนาม โดยเสนอวงเงิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.63 แสนล้านบาท สำหรับการถือหุ้นใหญ่ในซาเบโค คิดเป็นสัดส่วน 54%

ตรวจสอบเว็บไซต์ไทยเบฟพบรายการเบียร์เวียดนาม 5 รายการ ได้แก่ ไซง่อน โกลด์, ไซง่อน สเปเชียล, ไซง่อน เอ็กซ์พอร์ต, ไซง่อน ลาเกอร์, และ 333

เมื่อเดือนตุลาคม 2563 นายไมเคิล ไชน์ ฮิน ฟา ผู้บริหารกลุ่มสินค้าเบียร์ในต่างประเทศ บริษัท ไทยเบฟฯ กล่าวว่า ตลาดเบียร์ในเวียดนามเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน แม้จะมีการระบาดระลอกใหม่ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งบริษัทได้ปรับตัวรับการระบาดและสภาพตลาดด้วยการปรับองค์กรเป็น ซาเบโค 4.0 โดยนำเทคโนโลยีเข้ามารัดเข็มขัดต้นทุนด้านต่าง ๆ เพื่อรักษาสัดส่วนกำไร อาทิ นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงาน วางระบบจัดจำหน่ายที่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์

พร้อมอาศัยโมเมนตัมนี้ลอนช์สินค้าใหม่ในเวียดนาม อาทิ เบียร์แบรนด์ใหม่ เบียร์เวียด (Bia Viet) ที่เปิดตัวในโอกาสครบรอบ 145 ปี ซาเบโค เมื่อเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน พร้อมทำการตลาดเน้นให้เกิดการบริโภคในบ้านแทนร้านอาหาร-ผับบาร์ รับมือสถานการณ์การระบาด

แทปเปอร์

ปี 2561 ไทยเบฟเปิดตัวเบียร์ “แทปเปอร์ ออริจินัล เอ็กซ์ตร้า” เพื่อรักษาฐานลูกค้าเบียร์ช้างดั้งเดิม ด้วยดีกรีที่สูงถึง 6.5% หวังเปิดตลาดในเซ็กเมนต์เมนสตรีม ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท หรือมีสัดส่วน 93% ในเวลานั้น ขณะเดียวกันไทยเบฟก็ได้ปรับสูตรเบียร์ช้าง โดยลดแอลกอฮอล์ลง จาก 5.2% เป็น 5% ทุกบรรจุภัณฑ์

กลยุทธ์นี้ทำให้ไทยเบฟฯ มีเบียร์ในเซ็กเมนต์เมนสตรีม 2 แบรนด์ และมีเบียร์เฟดเดอร์บรอยทำตลาดเซ็กเมนต์พรีเมียม ส่วนอาชาอยู่ในเซ็กเมนต์อีโคโนมี

“ฮันทส์แบรนด์” และ “แบล็ค ดราก้อน”

เป็น 2 แบรนด์ใหม่ ที่ไทยเบฟใช้รุกตลาดคราฟต์เบียร์ เพื่อสร้างสีสันและขยายฐานนักดื่มใหม่ ๆ

ช้างโคลด์บรูว์

ปลายปี 2562 เปิดตัว “ช้าง โคลด์บรูว์” ซึ่งใช้วิธีผลิตแบบ Cold Brew Process หรือการกรองเบียร์ในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และหลากหลายมากขึ้น

ในแง่การทำตลาด มีการคัดเลือกช่องทางการจำหน่ายที่ต่างกับช้างปกติเล็กน้อย เพื่อเจาะกลุ่มพรีเมี่ยมแมส โฟกัสตลาดภาคกลางและภาคเหนือเป็นหลัก ก่อนที่จะเริ่มกระจายเข้าโมเดิร์นเทรดในเวลาต่อมา

ยุทธศาสตร์ “ไทยเบฟ”

เมื่อปี 2563 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยแผนการดำเนินงาน ประจำปี 2563 ว่า ทิศทางการเติบโตของบริษัทในอนาคต จะก้าวสู่ PASSION 2025 ที่เป็นการต่อยอดมาจาก VISION 2020 เพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง และต้องยอมรับว่าช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ส่งผลให้ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯได้รับผลกระทบกว่า 14% เนื่องจากช่วงนั้นมีการเวิร์กฟรอมโฮม รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำให้มีผลต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปยุทธศาสตร์การดำเนินงานของไทยเบฟฯ จะเน้นไปที่ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ BUILD การสร้างโอกาสของธุรกิจใหม่ ๆ ตามด้วย STRENGTHEN เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และ UNLOCK นำศักยภาพของไทยเบฟฯที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมกันนี้ นายฐาปนยังกล่าวต่อถึงภาพรวมธุรกิจใน VISION 2020 ที่ผ่านมาว่า สามารถทำให้ยอดขายและกำไรเติบโตขึ้นต่อเนื่อง และจากนี้เมื่อได้ก้าวสู่ PASSION 2025 จะทำให้ไทยเบฟฯ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำทั้งในกลุ่มธุรกิจแอลกอฮอล์ น็อนแอลกอฮอล์ และธุรกิจอาหาร

ดังนั้น การนำ BeerCo เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ จึงนับเป็นอีกก้าวที่สำคัญ เพื่อไปสู่ Passion 2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...