โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

หิริโอตัปปะคืออะไร ทำไมคนเราต้องละอายและเกรงกลัวต่อบาป

LINE TODAY

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2561 เวลา 11.55 น. • Pimpayod

ในทางพระพุทธศาสนาคำว่า “หิริ” คือ ความละอายต่ออกุศล ส่วน “โอตัปปะ” คือ ความเกรงกลัวต่ออกุศล ฉะนั้นหิริโอตัปปะก็คือความละอายและเกรงกลัวต่ออกุศลทั้งปวง

การมี ‘หิริ’ ทำให้คนเรามีความละอายแก่ใจ ไม่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น เพราะมีความละอายใจต่อบาปที่จะเกิดขึ้นจนสามารถชนะใจตัวเอง หยุดความชั่วที่คิดจะกระทำได้ 

ส่วนการมี ‘โอตัปปะ’ ทำให้เรารู้จักเกรงกลัวต่อบาป กลัวโทษที่จะเกิดขึ้นจากการทำความชั่ว ทั้งโทษที่เกิดจากผลแห่งกรรม และโทษทางกฎหมาย ซึ่งผู้ที่มีโอตัปปะมักจะเป็นผู้เข้าใจในกฎแห่งกรรม เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว 

ทั้งนี้ การจะมี ‘หิริโอตัปปะ’ ได้นั้น ต้องอาศัยการอบรมเลี้ยงดู สอนสั่งให้รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักบาปกรรม รู้จักผลแห่งกรรมที่จะเกิดขึ้นทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ที่สำคัญต้องรู้จักเคารพตัวเอง เคารพความถูกต้องจึงจะเกิดความละอายและเกรงกลัวต่อบาปได้

หิริและโอตัปปะถือว่าเป็นธรรมะที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ เตือนภัยให้ระลึกไว้เสมอว่าใครก็ตามที่ไม่มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปย่อมจะถูกชักจูง ชักชวนไปในหนทางที่ผิดได้โดยง่าย เริ่มจากผิดน้อย กลายเป็นผิดมาก จนสามารถทำผิดร้ายแรง ทำเรื่องเลวร้ายได้ทุกอย่างเพราะไม่มีจิตสำนึกใด ๆ ให้นึกถึงบาปกรรม หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

การไม่มีหิริโอตัปปะเปรียบได้กับการไม่เชื่อกฎแห่งกรรม คิดว่ากรรมไม่มีจริง ยิ่งผลของกรรมที่เห็นกันตั้งแต่ชาตินี้ยิ่งไม่มีจริง แต่ถ้าลองพิจารณาดี ๆ จะรู้เลยว่ากรรมมีจริง เป็นกรรมติดจรวดที่เห็นกันตั้งแต่ชาตินี้เลยด้วย ใครทำอะไรไว้ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า บางคนรับผลกรรมกันตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย ดังนั้นคนเราจึงต้องละอายและเกรงกลัวต่อบาป เพราะนอกจากจะไม่ให้กรรมตามทันแล้ว ยังเป็นการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขที่สุดด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...