โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

​ด่วน ! โรงพยาบาลวังทองปิดห้องฉุกเฉิน สั่งกักตัวแพทย์-พยาบาล หลังเจอผู้ป่วยปกปิดข้อมูล

สวพ.FM91

อัพเดต 26 เม.ย. 2564 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 09.43 น.

รพ.วังทอง สั่งกักตัวแพทย์-พยาบาล 6 คน ปิดตึกฉุกเฉินทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้ออย่างเร่งด่วน หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่ปกปิดข้อมูล และเริ่มอยู่ในภาวะอาการหนักจากการ ไอ เหนื่อย หอบ และมีไข้ ส่งตัวเร่งด่วนรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช 
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 เมษายน 2564 หน้าเพจโรงพยาบาลวังทอง ได้โพสต์ข้อมูลว่าต้องปิดตึกฉุกเฉิน เร่งทำความสะอาดอย่างเร่งด่วน พร้อมกับสั่งกักตัวแพทย์ 1 คน พยาบาล 5 คน หลังจากที่พบเคสหญิง ชาว อ.วังทอง เข้ารักษาตัวด้วยอาการ ไอ เหนื่อย หอบ และมีไข้ แต่ปกปิดข้อมูลกับทีมแพทย์ ตรวจเชื้อเบื้องต้นผลเป็นบวก ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ทีมข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลวังทอง พบติดป้ายห้ามเข้าตึกฉุกเฉินเตรียมทำความสะอาด 
นายแพทย์จักริน สมบูรณ์จันทร์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังทอง ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า ในส่วนของ พื้นที่ อ.วังทอง พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อยู่ส่วนหนึ่ง แบ่งเป็นมาจากเที่ยวจากสถานบันเทิงที่อื่นแล้วกลับมาติดเชื้อในพื้นที่ และส่วนที่เป็นการเที่ยวในพื้นที่ จ.พิษณุโลกเอง ตอนนี้สถานการณ์ที่เราเจอคือพบผู้ติดเชื้อประมาณ 20 ราย ในพื้นที่ อ.วังทอง แบ่งไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลพุทธชินราชสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากโรคประจำตัว เช่น มีโรคประจำตัว โรคอ้วน น้ำหนักเกิน และรักษาอยู่ที่ โรงพยาบาลวังทองเราสำหรับผู้ที่อาการไม่หนักมากหรือแทบไม่แสดงอาการแต่ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือการปกปิดข้อมูล อย่างรายล่าสุดที่เจอวันนี้ คือผู้ป่วยเพศหญิง ไม่ยอมบอกเราว่ามาจากพื้นที่เสี่ยง จนกระทั่งมาเค้นสอบญาติจึงทราบว่าผู้ป่วยรายนี้มีประวัติไปดูแลญาติที่มีผลบวก จึงแยกกลับมาพิษณุโลก จนวันนี้มาด้วยอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย มากขึ้น เลยมาตรวจที่ โรงพยาบาลวังทอง ก็ไม่ยอมบอกประวัติเราว่าญาติที่กรุงเทพฯ ที่ไปอยู่ด้วยเป็นผลบวกติดเชื้ออยู่ ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่เราถึงแม้จะมีการใส่ชุดป้องกันในระดับหนึ่ง แต่เราก็ไม่ได้สวมใส่ชุด PPE ที่ป้องกันได้ในระดับสูงไว้ตลอดเวลา ทำให้ทีมแพทย์-พยาบาล ที่ดูแลเคสนี้นั้นต้องถูกแยกตัวทันที และทางโรงพยาบาลได้ทำการปิดห้องผู้ป่วยฉุกเฉินทันทีเพื่อทำความสะอาดห้อง แต่ในส่วนแพทย์-พยาบาลที่ทำการตรวจเคสดังกล่าว คือแพทย์ 1 ท่าน และพยาบาล 5 ท่าน นับเป็นผู้เสี่ยงสูงต้องทำการกักตัว 14 วัน และจะทำการตรวจเชื้อทุก 7 วัน และครบ 14 วัน หากผลเป็นลบทั้ง 2 ครั้งก็จะสามารถมาทำงานได้ตามปกติ ซึ่งตรงนี้จึงทำให้เกิดผลกระทบกับทางโรงพยาบาลในระดับหนึ่ง เพราะบุคลากรของเรามีจำกัดแต่เมื่อต้องถูกกักตัวไว้ ทำให้อัตรากำลังแพทย์-พยาบาลของเราตรึงขึ้น แต่ที่หน้าห่วงคือหากทีมแพทย์-พยาบาล ชุดที่ 1 ถูกกักตัวแล้ว หากยังมีปกปิดข้อมูลอีก ทีมแพทย์-พยาบาลชุดที่ 2 ก็ต้องกักตัวอีก หากมีอีกชุดที่ 3 ก็ต้องกักตัวอีก ถ้าถึงจุดๆ นั้น เราจะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ 
ผอ.รพ.วังทอง ได้บอกต่ออีกว่า สำหรับผู้ป่วยหญิงเคสวันนี้ที่ปกปิดข้อมูลทางเราได้ทำการตรวจเบื้องต้นพบว่าผลเป็นบวกแล้ว และมีอาการเริ่มหนัก แล้วเพราะเหนื่อย หอบ ไอ และมีไข้ จึงได้ทำการส่งตัวไปรักษาและตรวจผลอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลพุทธชินราชแล้ว 
ปัจจุบันโรงพยาบาลวังทอง เป็นการเปิดเป็นโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิดได้ 20 เตียง มีผู้ป่วยสูงสุด 8 ราย กลับบ้านไป 2 ราย เหลืออยู่ 6 ราย อาการไม่รุนแรง  ยังสามารถรองรับได้ในระดับหนึ่งของพื้นที่ อ.วังทอง ซื่งตอนนี้โรงพยาบาลวังทองยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่เน้นในเรื่องที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด คือ D-M-H-T-T เพิ่มมาตรการของโรงพยาบาลวังทองเอง คือการเว้นระยะห่างต้องเคร่งครัด กลุ่มคนไข้โรคเรื้อรังจะใช้วิธีจัดส่งยาให้ถึงหน้าบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางมาโรงพยาบาล 
อยากขอวิงวอนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาหากท่านมาความเสี่ยง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว ขอร้องให้บอกเรา ทางเราไม่ได้ลดมาตรฐานการรักษาลงอยู่แล้ว แต่ถ้าให้ข้อมูลกับเราเราจะได้มีการป้องกัน และดูแลที่พิเศษขึ้น ซึ่งคนไข้เองก็จะได้รับการดูแลเฉพาะทางเป็นผลดีต่อตัวผู้ป่วยเองด้วย บุคลากรทางการแพทย์ของเราก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการกักตัว อัตรากำลังก็จะไม่ลดไปด้วย
ที่มา : ทีมข่าววิภาวดี 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...