โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงาเกาหลี l La Grand Maison Tokyo : ร้านอาหารคว้าดาว / มาดามหลูหลี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.ค. 2564 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 09.30 น.

 

La Grand Maison Tokyo

: ร้านอาหารคว้าดาว

 

La Grand Maison Tokyo มีพระเอกทาคูยะ คิมูระ พระเอกตลอดกาลของแฟนคลับผู้ชื่นชอบซีรีส์ญี่ปุ่น และยังมีดาราดังมากมายร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย

ทาคูยะรับบทเป็นนัทซึกิ โอบานะ เชฟอาหารฝรั่งเศส เจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศสเอสโกฟีย์ ร้านระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว เมื่อ 3 ปีก่อน

ร้านได้ถูกรับเลือกเป็นร้านอาหารในการประชุมผู้นำระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส แต่เกิดเหตุมีสารปนเปื้อนในอาหารจนทำให้รัฐมนตรีเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง

จากเจ้าของร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ กลายเป็นคนตกงาน และเป็นความหายนะของเชฟญี่ปุ่นต้องหนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุน จนได้มาเจอกับฮายามิ รินโกะ (เคียวกะ ซูซูกิ) เชฟอาหารฝรั่งเศสซึ่งชื่นชอบอาหารฝีมือโอบานะ และใฝ่ฝันอยากได้มิชลินสตาร์ 3 ดาว

โอบานะเชฟที่ความเชื่อมั่นสูง กล้าบ้าบิ่น จึงชวนรินโกะผู้หญิงซึ่งมีต่อมรับรู้อาหารและกล้าบ้าบิ่นกว่า มาสร้างฝันทำร้านอาหารฝรั่งเศสที่โตเกียว “Grand Maison Tokyo” จึงเกิดขึ้นใจกลางกรุงโตเกียว

ร้านอาหารขนาดพื้นที่ 132 ตารางเมตร รองรับแขกได้ 30 คน ต้องมีเชฟทั้งคาวและหวานกับผู้ช่วย ด้วยเงินลงทุนถึง 50 ล้านเยน (15 ล้านบาท) ตำแหน่งที่สำคัญอีกตำแหน่งคือผู้จัดการร้าน

โอบานะได้ชวนคิกุทาโร่ เคียวโนะ (อิคไค ซาวามูระ) อดีตผู้จัดการร้านเอสโกฟีย์ ผู้จัดการมืออาชีพที่บริการลูกค้าอย่างเท่าเทียมด้วยอาหารรสเลิศจับคู่กับไวน์ชั้นดี

สมกับที่โอบานะชื่นชมความสามารถของเคียวโนะ ซึ่งเก่งกาจในการจัดการทุกสิ่งอย่างทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก ตั้งแต่หาเงินทุนจนถึงเลือกดอกไม้วางบนโต๊ะอาหาร

 

ซีรีส์ทำได้ดีมาก ชอบฉากที่โอบานะกับรินโกะช่วยกันคิดคอร์สเมนูอาหาร ขณะที่ช่างก็ตกแต่งร้านไปด้วย ร้านอาหารเป็นแบบครัวเปิด ลูกค้าจะมองเห็นเชฟทำอาหารระหว่างรับประทานได้

เพราะเหตุการณ์ที่ปารีส มีผลถึงการเปิดร้านที่โตเกียว ชื่อของโอบานะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเปิดร้าน

หากอาหารรสอร่อยเลิศด้วยฝีมือของโอบานะ คือประตูเปิดใจคนที่ได้ชิมอาหาร ทั้งนายธนาคาร, พ่อค้าส่งเนื้อสัตว์ป่า และไอซาวะ (มิซูฮีโร่ โออิคาวะ) เพื่อนเชฟที่เคยอยู่ร้านเอสโกฟีย์ด้วยกัน ด้วยอาหารจากความจริงใจของเชฟ ใช้อาหารแทนใจแทนคำขอโทษ

เพื่อลดต้นทุนตามคำแนะนำของนายธนาคาร โอบานะและรินโกะจึงไปหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตเอง แค่มะเขือยาว คนญี่ปุ่นสามารถปลูกได้หลากหลายพันธุ์ ทั้งยังปรับปรุงพันธุ์ทำให้รสชาติของมะเขือยาวมีรสหวานเหมือนแอปเปิล

จุดด้อยจึงกลายเป็นจุดเด่นของร้านแกรนด์เมซง โตเกียว คือ การดึงเอารสชาติและความอร่อยที่วัตถุดิบญี่ปุ่นมีออกมา กับหน้าตาอาหารสวยงามราวกับงานศิลปะ ได้รสสัมผัสทั้งห้า ทั้งเจริญพุงเจริญใจ

คอร์สอาหารฝรั่งเศสมีอาหาร 10 อย่าง มีทั้งซุป, สลัด, เนื้อสัตว์/เนื้อปลาเป็นจานหลัก และปิดท้ายด้วยขนมหวาน ซึ่งเป็นบทสรุปท้ายสุดที่ทำให้คอร์สอาหารสมบูรณ์แบบ

ในวันเปิดร้าน ทีมงานพร้อม, ร้านอาหารพร้อม, คอร์สเมนูพร้อม แต่ลูกค้าไม่พร้อม!!!

ยังมีปัญหาให้โอบานะและรินโกะตามแก้อีก เพราะข่าวในนิตยสารมารี แคลร์ ไดนิ่ง (Marie Claire Dining) โดยบอกอรินดา (ไอ โมมินากะ) นักชิมอาหารที่ชื่นชอบโอบานะ แต่ต้องการทวงถามสาเหตุแท้จริงที่เกิดขึ้นกับร้านเอสโกฟีย์

แล้วคุณรินโกะเจ้าของแกรนด์เมซง โตเกียว จะไปถึงฝั่งฝัน จะคว้าสามดาวมิชลินได้หรือไม่

 

La Grand Maison Tokyo ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ต้องดูมากกว่า 1 รอบ ดูวนๆ ไปอย่างสนุก เนื้อเรื่องชวนติดตาม เดินเรื่องได้กระชับรวดเร็ว มุมกล้องดีงาม เพลงไตเติลมันส์ๆ เหมือนซามูไรญี่ปุ่นวัยเก๋า

นักแสดงมืออาชีพวัยทองมารวมตัวกัน สไตล์ละครญี่ปุ่นก็คือคนญี่ปุ่นที่มุ่งมั่นต่องาน ตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีสมบูรณ์แบบ

ทาคูยะในบทนัทซึกิ โอบานะ ยังคงเป็นทาคูยะที่มากฝีมือ แม้จะดูแก่ไปหน่อย แต่ยังดูแลร่างกายได้ดี เป็นเชฟที่เข้มงวดกับลูกน้อง มือใหม่ต้องหั่นผักให้ได้ขนาด 5 มิลลิเมตรเท่ากันทุกชิ้น และยังไม่ให้ทำอาหาร จนกว่าจะผ่านด่านที่เชฟกำหนด โชเฮย์ (ยูตะ ทามาโมริ) ซึ่งเคยเป็นทั้งลูกน้องและศิษย์เอกที่ถูกเคี่ยวกรำรู้แก่ใจดี

โอบานะผู้เข้มงวด แต่มองเห็นศักยภาพของคนเป็นเชฟ รู้ว่าใครถนัดอะไร มีความสามารถแบบไหน ปากร้ายแต่จิตใจดี ช่วยเหลือแม้แต่คนที่คิดว่าเขาเป็นศัตรู

โอบานะคงคิดว่า การช่วยคนอื่น ก็เหมือนกับได้ช่วยตัวเอง การดีต่อผู้อื่นคือดีต่อตัวเอง อย่างน้อยที่สุดก็ดีต่อใจ…

วาซาบิ : ดูฟรีที่เว็บ www.vipa.me #มิชลินสตาร์ คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพยอดเยี่ยม เกิดจากไอเดียของบริษัท Michelin ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก ที่อยากให้คนมีรถนั้น ขับรถไปกินไปเที่ยวนอกบ้าน จึงได้จัดทำหนังสือ “The Michelin Guide” ขึ้นเพื่อแนะนำร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรมในฝรั่งเศส ตีพิมพ์เล่มแรกเมื่อปี ค.ศ.1900

ระดับของมิชลินสตาร์แบ่งเป็น

1 ดาว ร้านอาหารคุณภาพสูง ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม

2 ดาว ร้านอาหารยอดเยี่ยม ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทาง เพื่อแวะชิม

3 ดาว สุดยอดร้านอาหาร ควรค่าแก่การเดินทางไกล เพื่อไปชิมสักครั้ง

โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้ คุณภาพวัตถุดิบ, รสชาติและความคิดสร้างสรรค์, ทักษะในการปรุงอาหารของเชฟ, ความคุ้มค่าสมราคา และความเสมอต้นเสมอปลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...