โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาษาอังกฤษ รู้-ไม่รู้ มีผลต่อความก้าวหน้าในราชการ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ก.พ. 2565 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 03.59 น.
โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง โรงเรียนยุคแรกๆ ที่มีการสอนภาษาอังกฤษ

แม้การเรียนภาษาอังกฤษที่เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จะยังไม่แพร่หลายนัก แต่ “ภาษาอังกฤษ” ก็เริ่มเป็นเงื่อนไขในความก้าวหน้าในราชการ ดังจะเห็นได้จากกรณีตัวอย่างของ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส และ พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (ม.ร.ว. ลบ สุทัศน์)

ดร.อาวุธ ธีระเอก ค้นคว้าและอธิบายเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ 5” (สนพ.มติชน, กันยายน 2560) ดังนี้

พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส (กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์) ทรงศึกษาภาษาอังกฤษไปพร้อมกับการเรียนหนังสือไทย ทรงเรียนภาษาอังกฤษเรื่อยมาแม้สอบหนังสือไทยประโยค 2 ได้แล้วใน พ.ศ. 2434 ดังที่พระองค์ตรัสเล่าว่า “ได้เรียนภาษาอังกฤษอยู่จนสวนกุหลาบสิ้นฤทธิ์ จะสอบขึ้นไปอีก ไม่ได้ จึงต้องย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่นอีกพักหนึ่ง เมื่อออกจากโรงเรียนสุดท้ายแล้ว เข้ารับราชการอยู่ในกระทรวงธรรมการ” [1]

พ.ศ. 2436 พระองค์ทรงเริ่มรับราชการ แต่ในช่วง 2-3 ปีแรก ยังทรงแสวงหาความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมมิได้ขาด ด้วยการติดต่อพบปะกับที่ปรึกษากระทรวงและข้าราชการอื่นๆ ที่เป็นชาวอังกฤษทั้งในและนอกเวลาราชการ ชวนกันไปเล่นกีฬาต่างๆ เช่น กอล์ฟ, ฮ็อกกี้ หรือเล่นเรือใบ ทำให้มีพ้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษดี ตรัสได้คล่องแคล่ว[2]

แล้ววันหนึ่งความสามารถทางภาษาอังกฤษก็ “สร้างโอกาส” ให้พระองค์

เมื่อมิสเตอร์มิทเชล อินเนส ที่ปรึกษากระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งเพิ่งมาจากอังกฤษ เป็นคนพูดเร็ว และมีสําเนียงฟังยาก มิสเตอร์มิทเชลพบพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสทรงสนทนากับเพื่อนต่างชาติที่คลับเรือใบ จึงเข้ามาพูดคุยทําความรู้จัก ก่อนจะเลือกพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสมาเป็นเลขานุการ ด้วยเหตุว่า “ท่านนี่เองเหมาะที่จะเป็นเลขานุการของฉัน ฉันกําลังได้รับความ ลําบากที่คนในออฟฟิศฟังฉันพูดไม่ค่อยทัน”

พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสจึงทรงย้ายจากระทรวงธรรมการมาอยู่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติด้วยเหตุนี้

ภายหลังมิสเตอร์อินเนสยังกราบทูลแนะนําพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เสนาบดีกระทรวงว่าควรส่งเสริมหพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสไปศึกษาต่อต่างประเทศ จะได้เป็นกําลังของกระทรวงในภายหน้า ซึ่งทางเสนาบดีกระทรวงก็ทรงเห็นชอบ พระองค์จึงได้ทรงศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แม้จะทรงถูกเรียกตัวกลางคัน ใน พ.ศ. 2442 ให้กลับมาทํางานกับมิสเตอร์ริเว็ตต์-คาร์นาก (Rivett-Carnac) ที่ปรึกษากระทรวงคนใหม่ ซึ่งมิสเตอร์ริเว็ตต์-คาร์นา ก็ฝึกหัดพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสให้สามารถทรงงานแทนตําแหน่งเขาสืบไปได้ [3]

พ.ศ. 2454 พระองค์ทรงได้เลื่อนตําแหน่งเป็นอธิบดีกรมกระสาปน์สิทธิการ, พ.ศ. 2451 ทรงเป็นอธิบดีกรมตรวจและกรมสารบัญชี, พ.ศ. 2456 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เฉลิม พระยศเป็นเจ้านายต่างกรม มีพระนามว่าพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์

ส่วนกรณีที่ ไม่รู้ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในราชการ  ดร.อาวุธได้ยกตัวอย่าง กรณีการแต่งตั้งอธิบดีกรมกองตระเวน (Inspector General of Police) พ.ศ. 2444 เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลได้ทําหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ทรงอยากให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (ม.ร.ว. ลบ สุทัศน์) รองอธิบดีกรมกองตระเวนทําหน้าที่แทนอธิบดีคนก่อนซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

แต่พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองเป็นผู้ไม่รู้ภาษาอังกฤษ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ จึงทรงพระดําริให้ลดตําแหน่งลง โดยให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองเป็นจางวางกรมกองตระเวน (Commissioner of Police) และใช้ชาวต่างประเทศที่อาวุโสน้อยเป็นปลัดจางวางหรือเป็นผู้ช่วยไปพลาง

อย่างไรก็ดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงไม่เห็นด้วย เพราะพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน “มีทางหากินเกี่ยวข้องในเรื่องภาษีอากรเปนต้นอยู่บ้าง ข้อนี้เป็นสําคัญมากซึ่งจะทําให้เปนที่ร้องติดใจ เกิดขึ้นภายหลัง”

นอกจากนี้ กรมกองตระเวนเป็นหน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศและคนในบังคับในเรื่องคดีความต่างๆ ทั้งมีผู้ใต้บังคับบัญชา คือนายกองตระเวนที่เป็นชาวต่างชาติมาก จึงมีพระราชดําริว่าควรให้ชาวต่างชาติเป็นหัวหน้าต่อไป แต่หาคนไทยอื่นที่รู้ภาษาอังกฤษมาเป็นตําแหน่งรอง ให้ศึกษาเรียนรู้งานจะดีกว่า [4]

เชิงอรรถ

[1] พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์, “ความระลึกของนักเรียนสวนกุหลาบเดิม,” ใน ตำนานสวนกุหลาบ (พระนคร: โรงพิพม์ศรีหงศ์, 2506), น.44-47

[2] น.ม.ส. (นามปากกา พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์), เรื่องของนักเรียนเมืองอังกฤษ (พระนคร: บำรุงสาส์น, 2514), น.18

[3] ประพัฒน์ ตรีณรงค์, ชีวิตและผลงานของ น.ม.ส., น. 120-124

[4] หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, รน.82 ก/31 มิศเตอรยารดิน อธิบดีกรมกองตระเวนสัญญา ขอให้จ้างต่อไปอีก 3 ปี และจะจัดกองตระเวนชั้นนอกในมณฑลกรุงเทพ, ให้เรียบร้อย เหมือนชั้นใน ได้นำความกราบบังคทูลโปรดเกล้า, ว่าไม่ควรจ้างไว้ มิศเตอรลอซันรับหน้าที่แทนต่อไป (19 ต.ค. 120-20 พ.ย. 121)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 กรกฎาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...