โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เผยวิธีตอน "ขันที" เตรียมตัวหลายวันก่อนผ่า ไร้ยาชา-ยาสลบ ตัดขาดในครั้งเดียว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 พ.ย. 2567 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2567 เวลา 15.37 น.

เผยวิธีการตอนขันที เตรียมตัวหลายวันก่อนผ่า ไร้ยาชา-ยาสลบ ตัดขาดในครั้งเดียว

ขันที หรือ ไท้เจี้ยน (Tai Jian) (คำว่าไท้เจี้ยน หมายถึง ผู้กำกับราชการใหญ่) จีนได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในราชสำนักของราชวงศ์ฮั่น (ในระหว่างปี 206 ก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 220 ในขณะที่บางตำนานก็ว่า มีมาตั้งแต่สมัยยุคหวงตี้ (Huang Di) กษัตริย์เหลือง-ปฐมกษัตริย์แห่งชาติจีนเมื่อสี่พันปีที่แล้ว) เพื่อไว้รับใช้งานในราชสำนักชั้นใน และเพื่อป้องกันมิให้ข่าวสารความลับต่าง ๆ ถูกแพร่งพรายออกไปยังสาธารณชนภายนอก

เชื่อกันว่าขันทีได้เริ่มมีขึ้นครั้งแรกในเปอร์เซีย โดยให้ตอนทาสชายที่กวาดต้อนมาไว้รับใช้ในราชสำนักและเรียกว่า ยูนุค (Eunuch) ต่อมาได้แพร่หลายเข้าไปในราชสำนักจีนและจักรวรรดิออตโตมาน ขันทีหรือยูนุคถูกยกให้เป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้พิทักษ์ฮาเร็ม (Harem) ขององค์สุลต่านหรือกษัตริย์ เมื่อมีนางในฮาเร็มอยู่มาก จึงจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมดูแล

คนพวกนี้ต้องมีกำลังวังชาพอจะป้องกันคนภายนอกและบุรุษทั้งหลาย มิให้รุกล้ำเข้ามายังฝ่ายใน ด้วยเหตุนี้ กษัตริย์จึงจำเป็นต้องใช้บุรุษเพศที่มีเรี่ยวแรงดีกว่าสตรีในวังเป็นผู้คอยควบคุมดูแล โดยจัดการตอนองคชาต เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ไปประกอบกิจกรรมทางเพศกับนางสนมทั้งหลาย และเพื่อให้มั่นใจได้ว่า สายโลหิตของพวกเธอเหล่านั้นจะไม่ถูกแปดเปื้อนจากบุคคลอื่น

ยูนุคในจักรวรรดิออตโตมานมักจะมาจากทาสชายผิวดำชาวแอฟริกัน ที่ถูกกวาดต้อนมาจากอียิปต์และซูดาน เพื่อนำมาตอนแล้วส่งเข้ามารับใช้ในราชสำนัก เหตุผลที่ทาสผิวดำนี้ได้รับความนิยมก็เพราะเชื่อกันว่า มีความทรหดอดทนมากกว่าพวกผิวขาว

ดังนั้น ยูนุคของออตโตมานจึงมักเป็นชาวต่างชาติ ส่วนของจีนมักจะเป็นคนจีนด้วยกันเองที่ได้มาจากเชลยศึก หรือไม่ก็มีพวกที่สมัครใจมาเป็นขันที เพื่อแสวงหาอำนาจและความมั่งคั่งในอนาคต โดยไม่พรั่นพรึงต่ออาการเจ็บปวดและความตายที่อาจมาเยือนได้จากการตอนขันที

มีบันทึกในประวัติศาสตร์ได้เขียนถึงกรรมวิธีเกี่ยวกับการตอนขันทีของจีน ที่ถือว่าเป็นวิทยาการทางการแพทย์ชั้นสูงของจีนในสมัยนั้น ไว้ดังนี้

“ผู้ถูกจับตอนหรือสมัครใจที่จะถูกตอน จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจคัดเลือกว่าเป็นผู้มีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีอายุที่เหมาะสมคือเป็นเด็กชายพรหมจรรย์ในวัยแปดถึงสิบปีที่ยังไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศทั้งกับตัวเองและผู้อื่น

ก่อนเข้าสู่พิธีการตอนนั้น ว่าที่ขันทีจะต้องงดอาหารทุกชนิดเพื่อให้ท้องว่างเป็นเวลาอย่างน้อยสามวัน โดยระหว่างนั้นจะต้องอยู่ในห้องผ่าตัดที่มิดชิดสะอาด ห้ามติดต่อกับบุคคลภายนอก ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

เมื่อถึงเวลาผ่าตัด ว่าที่ขันทีจะต้องนอนบนเตียงพิเศษที่มีห่วงยึดแขนขาทั้งสี่ข้างให้ร่างกายตรึงแน่น เพราะระหว่างการผ่าตัดนั้นไม่มีการใช้ยาสลบหรือยาชา ต้องการให้ผู้เข้าพิธีมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ว่ามีความตั้งใจเป็นขันทีอย่างแท้จริง

เมื่อพร้อมแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดอย่างสายฟ้าแลบ ด้วยมีดผ่าตัดเป็นรูปวงโค้งเหมือนเคียวเกี่ยวข้าว จะผ่าตัดทีเดียวเท่านั้น ไม่มีการทำซ้ำ ทันทีที่เลือดพุ่งกระฉุดออกจากบาดแผล ผู้ช่วยแพทย์จะใช้ผ้าสะอาดอุดและคอยซับโลหิตที่ทะลักออกมา ผู้ช่วยอีกคนหนึ่งจะใช้สุราเกาเหลียงหรือแอลกอฮอล์อื่น ๆ ทำความสะอาดรอบ ๆ แผล พร้อมกับใช้แท่งโลหะเผาไฟร้อน ๆ นาบไปทั่วบริเวณเพื่อห้ามเลือดให้หยุดโดยเร็ว หลังจากนั้นจะเสียบแท่งวัสดุพิเศษที่ทำด้วยเทียนไขอย่างดี หรือก้านขนนกที่ผ่านการฆ่าเชื้อเข้าไปในรูรั่วนั้น เพื่อให้ขันที่สามารถใช้เป็นช่องปัสสาวะได้

ศัลยแพทย์เมื่อตัดอวัยวะแล้วจะรีบทำความสะอาดแล้วดองอวัยวะสำคัญนั้นไว้ในขวดแก้วที่มีน้ำยารักษาสภาพมิให้เน่าเปื่อย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ผนึกชื่อเจ้าของและวันเดือนปีที่ทำการผ่าตัด ส่วนที่เก็บไว้นี้จะคืนให้เจ้าของเมื่อพ้นตำแหน่งขันที หรือนำไปฝังรวมกับร่างเจ้าของในตำแหน่งที่เคยอยู่ เพื่อว่าหากมีโอกาสเกิดใหม่ในภพหน้า จะได้มีอวัยวะชิ้นนี้ติดตัวอยู่ มิต้องเป็นขันทีเสียตั้งแต่เกิด

ในระหว่างพักฟื้นจะต้องงดน้ำและอาหารเป็นเวลาอีกอย่างน้อยสามวัน และเมื่อพ้นระยะพักฟื้นแล้วแพทย์จะตรวจอีกครั้งให้แน่ใจว่า เป็นขันทีบริสุทธิ์หรือไม่ ถ้าเห็นว่ายังเหลือตออยู่ก็จะจัดการอีกครั้งให้สิ้นเสีย

จากนั้นขันที่ใหม่จะต้องเข้าไปรายงานตัวกับกองงานขันที โดยจะมีขันทีรุ่นพี่คอยแนะนำและสอนให้รู้จักงานตามหน้าที่และงานพิเศษแล้วแต่โอกาสและความสามารถของแต่ละคน บางคนได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว บางคนก็เป็นเพียงขันทีรับใช้ไปตลอดชีวิต”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “เจิ้งเหอ แม่ทัพขันที ‘ซำปอกง'” เขียนโดย ปริวัฒน์ จันทร (สำนักพิมพ์มติชน, 2546)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยวิธีตอน “ขันที” เตรียมตัวหลายวันก่อนผ่า ไร้ยาชา-ยาสลบ ตัดขาดในครั้งเดียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...