โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 วิธีวางแผนการเงิน สำหรับคนที่เริ่มต้นอยากจะมีเงินเก็บ

Mango Zero

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2561 เวลา 12.26 น. • Mango Zero
7-ways-save-to-money-for-beginner-cover-web

การมีเงินเก็บคือเป้าหมายประจำปีของทุกคน ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีวิธีการเก็บเงินที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพ่ายแพ้ในเวลาอันสั้น แล้วกลายเป็นว่าสิ้นปีเงินเก็บเหลือเท่าเดิม หรือไม่ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่หลักร้อยหลักพัน เรียกได้ว่าเป็นความล้มเหลวทางการเงินโดยสิ้นเชิง วันนี้เรามีวิธีเก็บเงินให้ได้ผลสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอยากจะมีเงินเก็บสักครั้งในปีนี้มาบอก 

ยังไม่ต้องไปถึงเก็บยังไงให้ได้เงินแสน เงินล้านก่อนสิ้นปี วิธีนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ถ้าคุณไม่บังเอิญถูกหวย เอาแค่มีเงินเก็บหลักหมื่นและใช้ชีวิตได้ราบรื่นไม่ขัดสนเหมือนปีที่ผ่านๆ มาก็พอแล้วเนอะ~~เอาไว้ปีต่อไปค่อยเริ่มเป้าใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

สำรวจหนี้ของตัวเองก่อนเริ่มเก็บเงิน 

7-ways-save-to-money-for-beginner-1

ก่อนจะมีเงินเก็บสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ก่อนว่ามีหนี้เท่าไหร่ที่ต้องผ่อนทุกเดือน เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ค่าผ่อนรถ หนี้บ้าน หนี้อื่นๆ แล้วมาวิเคราะห์ดูว่าหนี้ไหนที่ต้องจัดการเร่งด่วนแล้วจัดการให้จบๆ ไป

โดยวิธีคิดและจัดการหนี้คือจัดการหนี้ที่ก่อให้เกิดรายจ่ายเพิ่มเพิ่มก่อน ยกตัวอย่างเช่นเราต้องผ่อนบัตรเครดิต กับผ่อนรถทุกเดือน ซึ่งหนี้ที่มีโอกาสเพิ่มรายจ่ายให้เราก็คือบัตรเครดิต

เพราะเราอาจจะจ่ายแต่ขั้นต่ำ หรือเอาบัตรไปรูดซื้อสินค้าบางอย่าง นั่นทำให้หนี้บัตรเครดิตแทบจะเป็นอมตะทำยังไงก็ฆ่าไม่ตายขณะที่หนี้ผ่อนรถ ถ้าผ่อนตามกำหนดเดี๋ยวก็หมดเอง และไม่มีรายจ่ายงอกมาจากหนี้ส่วนนี้

พอรู้แล้วว่าหนี้ไหนที่ก่อให้เกิดรายจ่ายก็พยายามกัดฟันจัดการไปก่อนให้จบๆ เป็บฃนใบๆ ไป จากนั้นค่อยเริ่มคิดเรื่องเงินเก็บก็ไม่สาย ปีนี้เก็บไม่ทันก็ไปเริ่มต้นใหม่ปีหน้าแค่อย่าสร้างหนี้เพิ่มก็พอ

ทำรายรับ – รายจ่ายให้เป็นนิสัย 

7-ways-save-to-money-for-beginner-2

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายมีอยู่สองบัญชีหลักที่ควรทำคือ ‘รายรับ-รายจ่ายประจำเดือน’ และ ‘รายรับ-รายจ่ายประจำวัน’ โดยรายรับรายจ่ายประจำเดือนนั้นจะทำให้เราเห็นภาพกว้างว่าแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นค่าอะไรบ้าง

จากนั้นเอารายจ่ายประจำเดือนมาดูว่ามีส่วนไหนที่สามารถตัดออกได้ไหมถ้าไม่จำเป็น หรือมีรายจ่ายไหนที่กำลังจะเคลียร์หมดแล้ว เราจะวางแผนได้ดีขึ้นในการจัดการรายจ่ายประจำ

ส่วนรายจ่ายประจำวันมีไว้สำหรับสำรวจตัวเองว่าแต่ละวันเราใช้เงินไปกับสิ่งไหน เพื่อที่จะเอามาวิเคราะห์ในทุกสิ้นเดือนว่า เราใช้เงินไปกับสิ่งที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นแค่ไหน

บางครั้งการบอกตัวเองว่ามื้อนี้กินบุฟเฟ่ต์แค่ 700 บาทครั้งเดียวไม่เป็นไร หรือซื้อเสื้อผ้าไป 2,000 บาทเดือนละครั้ง ก่อให้เกิดรายจ่ายน้อยกว่าการใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ แต่จ่ายทุกวันเสียอีก ซึ่งถ้าเห็นว่าเราจ่ายเงินในแต่ละวันกับอะไรเราจะรู้ว่าควรตัดสิ่งใดออกไป

กำหนดเป้าหมายด้วยการวางแผนการเงิน

7-ways-save-to-money-for-beginner-3

การวางแผนการเงินเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้การทำรายรับ-รายจ่าย เนื่องจากทำให้เราเห็นสถานะทางการเงินของตัวเองที่ชัดขึ้นตลอดทั้งปีการวางแผนการเงินคือการกำหนดเป้าหมายของเราว่าปีนี้เราจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ และจะไปสู่เงินเก็บนั้นด้วยวิธีไหนบ้าง จากนั้นค่อยมาลงรายละเอียดยิบย่อยเพิ่มเติมว่าจะไปสู่เป้าหมายด้วยวิธีไหน

สมมติเราตั้งเป้าว่าจะมีเงินเก็บ 50,000 บาทให้ได้ในปีนี้ก็จะรู้แล้วว่าแต่ละเดือนควรเก็บเงินเท่าไหร่บางคนใช้สูตรเก็บเงิน 10 เดือน อีก 2 เดือนเอาเงินที่ควรจะเก็บไปให้รางวัลตัวเองก็ได้

จากนั้นก็จะมาดูรายจ่ายในแต่ละเดือนว่าจะใช้เงินได้แค่ไหน ช่วงเดือนไหนสามารถไปเที่ยวหรือซื้อของที่ตัวเองอยากได้โดยที่ไม่กระทบแผนการเงิน การวางแผนจะทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ดีขึ้นชัดเจน เห็นอนาคตที่เราจะมีเงินเก็บ

นำเงิน 20 – 30% ของเงินเดือนฝากธนาคารทันที

7-ways-save-to-money-for-beginner-4

หลายคนมีความคิดว่า ‘เงินเก็บ = เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแต่ละเดือน’ นั่นคือเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ ซึ่งก็ดีที่แต่ละเดือนเรามีเงินเหลืออยู่บ้าง แต่มันไม่สม่ำเสมอและเราไม่สามารถบังคับตัวเองให้เก็บเงินได้เป็นก้อนได้มากกว่าการเอาเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือนไปฝากธนาคารทันทีที่เงินเดือนเข้าบัญชี เป็นการหักดิบบีบบังคับให้เราเก็บเงินนั่นเอง

การเก็บเงินด้วยวิธีนี้จะทำให้เงินของเรามีมูลค่ามากกว่าเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ และเป็นการบังคับตัวเองในเรื่องการใช้จ่ายได้ดีกว่า ส่วนเงินเก็บนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราไหวที่เท่าไหร่ 20 – 30% ของเงินเดือนก็ว่ากันไป

แล้วคุณจะเห็นว่าสิ้นปีคุณจะมีเงินเก็บมากกว่าปีก่อนๆ แน่นอน แม้จะแลกมาด้วยความสะดวกสบายในการจับจ่ายที่ลดลง แต่คุณจะเห็นผลตอบแทนในระยะยาวที่คุ้มค่า

ใช้บัตรเครดิตให้เป็น

7-ways-save-to-money-for-beginner-5

บัตรเครดิตคือกับดักของชนชั้นล่างและชนชั้นกลางที่เอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อนเพื่อซื้อของที่อยากได้ แล้วก็ค่อยผ่อนขั้นต่ำโดยที่ระหว่างนั้นก็เผลอสร้างหนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยคิดแค่ว่าผ่อนขั้นต่ำได้ แต่พอผ่อนจริงๆ แล้วเงินต้นไม่ลด แถมหนี้ก็งอกมาเรื่อยๆ ราวกับตัดหัวไฮดร้าที่ตัดยังไงก็ไม่หมด

ในความเป็นจริงแล้วการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องคือใช้เท่าไหร่จ่ายกลับคืนไปเท่านั้นโดยที่เราไม่กระทบกับเงินสดที่มีไว้ใช้ในแต่ละเดือน การใช้บัตรเครดิตที่วางแผนมาดี

นอกจากเราจะไม่เป็นหนี้แล้ว เรายังได้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษของบัตรแต่ละใบที่คืนกำไรให้เราในอนาคต หากอยากมีเงินเก็บก็จัดการตัวเองเรื่องการใช้บัตรเครดิตให้เป็นก่อน

ลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เงินเก็บ

7-ways-save-to-money-for-beginner-6

มีเงินเก็บในธนาคารก็ดี แต่จะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเก็บเอาไว้เฉยๆ เพื่อรอกินดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ก็น้อยยยยยยยยมาก การเก็บเงินที่ถูกวิธีคือการเก็บเงินแล้วงอกเงยเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นลองศึกษาเรืองการลงทุนเพิ่มเติม การลงทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้คุณเอาเงินไปซื้อหุ้น หรือทุ่มกับการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ อย่าเพิ่งเปรี้ยวขนาดนั้น

แต่เป็นการลงทุนกับสิ่งที่มีความเสี่ยงพอรับได้ และได้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากเช่นเข้าโครงการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทจัดให้, ซื้อกองทุน RMF/LMF หรือซื้อประกันแบบออมเงิน

การลงทุนเหล่านี้นอกจากจะมีความเสี่ยงไม่มากแล้ว ยังมีผลประโยชน์คุ้มครองเช่น ได้ทุนประกันชีวิต หรือการลดหย่อนภาษี หากคุณเอาเงินไปดองในธนาคารเฉยๆ นอกจากมูลค่าจะไม่เพิ่มแล้วยังลดลงเพราะเงินเฟ้ออีกด้วย

ประหยัดในสิ่งที่จำเป็น

7-ways-save-to-money-for-beginner-7

คำว่า ‘ประหยัด’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้คุณใช้ชีวิตอย่างลำบากอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บออม แบบนั้นไม่แนะนำ แต่คำว่าประหยัดหมายถึงจับจ่ายเท่าที่จำเป็น คำว่า #ของมันต้องมี เนี้ย เป็นวลีที่ไม่ควรไปเชื่อคำยุเด็ดขาด เพราะนอกจากคุณจะมี ‘ของ’ เพิ่มเข้ามาในชีวิตแล้ว คุณก็จะไม่ได้อะไรเพิ่มอีกเลยที่ก่อให้เกิดมูลค่า ดังนั้นเวลาจะซื้ออะไรลองมองย้อนดูก่อนว่าซื้อแล้วเราจะเดือดร้อนไหม หนี้เก่าหมดหรือยังจะสร้างหนี้ใหม่น่ะ

ถ้าซื้อแล้วต้องมาคิดแบบนี้อย่าเพิ่งซื้อ เข้าใจอยู่ว่าบางทีก็เลี่ยงไม่ได้ ของบางอย่างเราอยากจะได้จริงๆ หรือจำเป็นจริงๆก็ซื้อไปถ้าไม่เดือดร้อนหรือไม่กระทบแผนการเงินที่เราวางไว้ (ดังนั้นเราถึงอยากให้วางแผนทางการเงินเสมอทุกปีแล้วจะเห็นว่าช่วงไหนจ่ายได้ ช่วงไหนควรเก็บ)  แต่ที่สุดแล้วความประหยัดนี่แหละจะนำมาซึ่งความมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...