โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพื่อนเก่าของลูก 3 คน เผยความแปลก "บ้านสยอง" ที่ผัวเมียขังล่ามลูกๆ ไว้ 13 ชีวิต

Khaosod

อัพเดต 18 ม.ค. 2561 เวลา 22.34 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2561 เวลา 22.34 น.

เมื่อ19 ม.ค. เดลีเมล์ รายงานคดีสะเทือนขวัญชาวอเมริกันที่สามีภรรยาผู้กักขังลูก13 คนในสภาพที่หลายคนถูกล่ามโซ่ภายในบ้านพักที่สกปรกโสโครก เหม็นอับ ที่เมืองแพร์ริส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสัมภาษณ์พิเศษของสาววัย 25 ปีที่เคยเป็นเพื่อนกับลูก 3 คนแรกของครอบครัวที่พ่อแม่กักขังลูก13 คน สมัยที่ยังอยู่ในเมืองริโอวิสตา รัฐเท็กซัส

ในคดีดังกล่าว อัยการสั่งฟ้องนายเดวิด อัลเลน เทอร์พิน อายุ57 ปี และนางหลุยส์ แอนนา เทอร์พิน อายุ49 ปี ถูกตั้งข้อหาทรมานเด็กและเยาวชน12 กระทง ข้อหาละเมิดความเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องเป็นที่พึ่ง7 กระทง ข้อหาละเมิดและเพิกเฉยต่อสิทธิเด็ก6 กระทง ข้อหากักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายอีก12 กระทง

น.ส.แอชลีย์ วินยาร์ด วัย 25 ปี ผู้เคยเป็นเพื่อนกับครอบครัวนี้ เล่าว่า ตอนนั้นตนอายุได้ 10 ขวบ รู้จักพี่น้องเทอร์พิน ชื่อเจนนิเฟอร์ จอช และเจสสิกา ทั้งหมดเป็นเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ตนแทบจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบ้านของครอบครัวนี้ ไปได้ใกล้ที่สุดคือห้องครัว

มีครั้งหนึ่งไปเปิดประตูทางเข้าหลังบ้าน ก็มีสุนัขสองตัววิ่งเข้ามาขวาง แต่ที่เห็นผิดสังเกตที่สุดคือมีสิ่งของด้านศาสนากองอยู่ที่พื้น เหมือนกับเป็นบ้านลัทธิอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมาก

คดีนี้ความแตก เพราะลูกสาวอายุ 17 ปีหนีออกมาจากบ้านในรัฐแคลิฟอร์เนียได้ และแจ้งความตำรวจ 911 เมื่อตำรวจรุดไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบเด็กๆ ในสภาพที่หลายคนถูกล่ามโซ่ภายในบ้านพักที่สกปรกโสโครก เหม็นอับ ทั้งยังอดอยากๆ จนมีภาวะทุพโภชนาการ ร่างกายเล็กลีบซูบผอม เด็กบางคนนอนจมอยู่กับอุจจาระตนเองด้วย

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...