โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ อิน สาริน และ จ๊อบ ธัชพล สองนักแสดงจาก ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ที่เป็นมากกว่าละครวาย

ELLE Thailand

เผยแพร่ 24 มี.ค. 2565 เวลา 05.00 น. • ELLE Thailand

จักรวาลวายได้เดินทางมาถึงความแมสเป็นที่เรียบร้อยในละครช่อง 3 เรื่อง คุณหมีปาฏิหาริย์  แต่ อิน-สาริน รณเกียรติ และ จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต บอกว่าสิ่งที่คนดูคาดหวังว่าจะได้เห็นในละครวายทั่วไป คุณจะไม่ได้สิ่งนั้นในเรื่องนี้ 

ด้วยอายุแล้วอินเรียกจ๊อบว่าพี่ ขณะที่จ๊อบยกให้อินเป็นรุ่นพี่ทางการแสดง และในชีวิตจริงทั้งสองสนิทกันระดับที่ช่วยดูเรื่องกฎหมายในสัญญางานกันได้ เคมีนอกจอของอิน-จ๊อบจึงแผ่ซ่านไปทั่วกองถ่าย ELLE ในวันนี้ซึ่งทั้งคู่ช่วยกันเล่าบรรยากาศตอนถ่ายทำละคร 'คุณหมีปาฏิหาริย์'

“อินเล่นเป็นตุ๊กตาหมี” เขายิ้มแฉ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นคิ้วคนสัมภาษณ์เลิกสูง “เป็นตุ๊กตาหมีที่เจอปาฏิหาริย์มีชีวิตขึ้นมา มีความใสซื่อบริสุทธิ์” ก่อนจะชี้ตัวเองบอกว่า “อินเนี่ยนะใสๆ (หัวเราะ) นั่นคือพาร์ตที่อินต้องทำการบ้านหนัก ถ้าเล่นไม่ดีจะเหมือนเราแอ๊บแบ๊ว” 

จ๊อบซึ่งเพื่อนอินอธิบายไว้ว่า ‘เป็นคนใสๆ’ ในละครเรื่องที่ 3 นี้กลับได้บทชายผู้รู้แน่ใจว่าตนเองเป็นเกย์มาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะโดนสังคมรอบข้างต่อต้านในตัวตน จึงเติบโตมาเป็นคนหม่นที่หัวใจปิดสนิทต่อความรัก “ตอนแรกเราตีภาพว่าเป็นวายใสๆ วัยมัธยม แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เลย เป็นวัยทำงาน ดูแลแม่ เป็นผู้ใหญ่ ผมเคยแอบไปอ่านในทวิตเตอร์ มีคนบอกว่าอยากดูวายที่ไม่ได้เริ่มจากการไม่รู้ตัวเอง แล้วต่อมาก็สับสนว่าเป็นเกย์หรือเปล่า เรื่องนี้จะเป็นแบบที่คนอยากดูเลยครับ”

จ๊อบรู้ตัวเองชัดเจนว่าอยากเป็นผู้กำกับหนังตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายที่เขาเป็นเด็กฝึกงานที่เว็บไซต์ข่าวบันเทิงแห่งหนึ่ง “ไปนั่งถอดเทปสัมภาษณ์ มันไม่ไหวจริงๆครับ เปิดคอมพ์แล้วนั่งในออฟฟิศทั้งวัน เราเจอสิ่งที่ไม่ชอบละ พอมาเจอภาพยนตร์ที่ชอบเราเลยไม่อยากไปทำอย่างอื่น” กระทั่งตอนนี้แววตาเขายังเจ็บปวดกับการนั่งถอดเทป “ตอนเรียนด้านภาพยนตร์ที่มหิดล ผมตั้งใจมากว่าอยากเป็นผู้กำกับ เรียบจบก็ทำโปรดักชั่นกับเพื่อนๆรับงาน แต่ปรากฏว่าเตะฝุ่น ว่างๆอยู่เพื่อนชวนไปเรียนการแสดง เผื่อมีงานกำกับเราจะได้บรีฟนักแสดงได้ พอได้เรียนการแสดงแล้วเกิดชอบขึ้นมา เพื่อนคนที่ชวนเป็นญาติพี่ปิ๊ก (ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์-ผู้จัดการดารา) เขาเลยพาผมไปช่อง 3” 

หาประตูเข้าวงการบันเทิงง่าย แต่การจะอยู่ให้ได้นั้นคนละเรื่อง “ผมเริ่มด้วยความมั่นใจเกินไป เราเรียนมา ร้อนวิชา คิดว่าเรารู้เรื่องกล้อง รู้เรื่องงานแสดง แต่พอมาอยู่หน้าเซตจริงๆ ผมแข็งทื่อไปเลย ไม่เคยเจอ 3 กล้อง พะวงบล็อกกิ้ง ต้องจำบท เจอนักแสดงรุ่นใหญ่อีก วันแรกต้องถ่าย 10 กว่าซีน ผมถ่ายได้แค่ 6-7 ซีน พอเลิกกองผมโทร. หาพี่ปิ๊กทันที บอกว่าถ้าทางกองจะเปลี่ยนตัวเอาผมออก ให้เขาเปลี่ยนไปเลยนะครับ ผมถอดใจเลย จนปลดล็อกตัวเองตอนเล่นคิวบู๊ครั้งแรก เราปลดปล่อยทุกอย่างจากที่เครียดๆมา ปรากฏว่าเราทำได้ดี ได้คำชมครั้งแรกเลยเริ่มมั่นใจขึ้น”

อินสมควรได้ฉายาว่า ‘ดาวบู๊เทคเดียว’ จากเรื่องราวที่เขาจะเล่าต่อไปนี้ “ละครเรื่องแรก (ซีรี่ส์ลูกผู้ชาย) ต้องบู๊หนักมาก ในชีวิตจริงอินไม่มีทางทำได้ แต่เราต้องเล่นบทบู๊หนักมากๆจนกลายเป็นว่าเราบู๊ดีไปเลย เทคเดียวผ่าน เรื่องคุณหมีฯ มีฉากที่เราต้องบู๊ ทีมงานลงคิวว่าจะถ่ายฉากนี้ทั้งช่วงบ่าย แต่อินเล่นชั่วโมงเดียวผ่าน ก็บอกแล้วว่าอินเล่นบู๊ได้ มันง่ายไปแล้ว แต่ไม่ต้องให้เล่นละครบู๊เยอะนะครับ ไม่เอา” โบกทั้งมือและหน้าว่าไม่ขอเป็นดาวบู๊ดาวรุ่ง “ถามว่าบทไหนเป็นทางเรา ดราม่า บู๊ ตัวร้าย คอเมดี้ คนดีมาก เล่นมาหมด เหลือบทคนธรรมดาที่ยังไม่เคยเล่นเลย ด้วยคาแร็กเตอร์เราอาจจะไม่ได้เอื้อให้คนดูเห็นภาพตาม อย่างเราเล่นร้ายแต่เราหน้าหวาน ถึงแม้ว่าอินเนอร์เราจะได้ แต่เหมือนคนดูต้องเอาใจช่วยไปกับเราเยอะ อินอยากเล่นบทที่คนดูไม่ต้องจินตนาการกับเรามาก เช่น บทมัธยมวัยใส ละครคุณชายที่คาแร็กเตอร์เรามันได้อยู่แล้ว"

ฟังนายเอกวิเคราะห์เป็นฉากๆแล้ว จ๊อบถึงกับชมไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังว่า “ผมชอบคนพูดตรงๆ อินเป็นคนแบบนั้นเลย บางฉากเขาก็พูดกับผมว่า ‘คุณส่งพลังให้ผมอีกหน่อยสิ ผมยังไม่รู้สึกเลย’ เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากและเขาพาให้เรามั่นใจไปด้วย ก่อนเปิดกล้องผมกลัวมาก รู้สึกว่าป้าแจ๋ว (ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์--ผู้กำกับ) เป็นรุ่นใหญ่ของวงการ ก็เลยปลงครับ คิดว่าอย่างไรเราก็โดนด่าอยู่แล้ว ก็ปรากฏว่าโดนจริงๆ (หัวเราะ) ป้าพูดตรงเหมือนไม้บรรทัดเลย เช่น ‘แกโกรธได้แค่นี้เหรอ ระเบิดออกมาเลย จะไปกั๊กทำไม’ เราไม่ต้องไปแปลคำป้าครับ เทคต่อไปเราก็แก้ไขตามที่ป้าพูดและเล่นผ่านเลย ผมชอบการคุยทีเดียวหนักๆแต่อย่าคุยบ่อย เดี๋ยวความมั่นใจจะหดหาย แล้วแต่คนนะว่าเหมาะกับวิธีไหน” 

บัณฑิตเอกฟิล์มพอมาออกกองถ่ายจริงในฐานะนักแสดง จ๊อบรีบเอาความเป็นผู้กำกับในตัวไปซ่อนไว้แทบไม่ทัน “ตามหน้าที่แล้วเราต้องวางความเป็นผู้กำกับเอาไว้แล้วทำแค่หน้าที่นักแสดง” จ๊อบบอก “แต่ถามว่าเห็นอะไรขัดๆบ้างไหม ก็เห็น บางกองที่ผมรู้สึกว่าผมพูดได้ เช่น กองป้าแจ๋ว บางฉากที่ผมอ่านบทแล้วรู้สึกว่าทางภาพแล้วมันไม่น่าใช่แบบนี้ ผมก็บอกป้า ป้าก็เห็นด้วย แต่เราต้องรู้ด้วยว่าเราปล่อยความเป็นผู้กำกับในตัวออกมาได้หรือเปล่าหรือตอนไหนถึงจะเหมาะ"

“ผมไปแอบทวิตเตอร์ตอนอ่านนิยายคุณหมีฯ แฟนๆจะลิสต์รายชื่อนักแสดงที่อยากให้มารับบทนั้นบทนี้ เอ…ไม่เห็นมีชื่อผมเลย (หัวเราะ) แล้วพอรูปฟิตติ้งออกมาว่าเป็นผมแสดงเรื่องนี้ แฟนๆก็บอกว่าน่าสนใจ เริ่มมีคนรอดู” 

สิ่งที่คนดูคาดหวังจากซีรี่ส์วาย แต่จะไม่ได้เห็นในละครเรื่องคุณหมีฯมีอะไรบ้าง “เท่าที่ผมศึกษาดูนะครับ” จ๊อบอารัมภบท “ซีรี่ส์วายส่วนใหญ่จะเป็นโลกวายโทเปีย อยู่ในมหาวิทยาลัย เรื่องชายรักชายเป็นเรื่องปกติ มีความแฟนตาซีหน่อยๆ คุณหมีก็เป็นแฟนตาซีแต่ว่าอยู่ในโลกความเป็นจริงที่ LGBTQ ยังโดนเหยียด มีคนไม่ยอมรับ โดนมองว่าแปลก เรื่องวัยด้วยที่ในเรื่องเป็นวัยทำงาน เป็นความรักที่เป็นผู้ใหญ่มากๆ ต้องทำงาน ต้องดูแลครอบครัว ไม่ได้สับสนว่าเราชอบผู้ชายเหรอ แต่ตัวละครพีรณัฐรู้ตัวเองและดิ้นรนที่จะเป็นตัวเองในสังคมให้ได้ และไม่ใช่แค่นำเสนอเรื่องของ LGBTQ ด้วย แต่ไปแตะเรื่องที่เป็นประเด็นในสังคมว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไร”  

อินก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นละครวายนะ” อินตรึกตรองความคิดช้าๆ “แต่เป็นละครที่เรียกร้องเรื่อง LGBTQ เพราะคนเขียนนิยายบอกว่าเขียนมาจากเรื่องจริงในชีวิตตัวเองกับประสบการณ์การเป็นเพศที่ 3 มันไม่ง่ายที่จะอยู่บนโลกและมีจุดยืนของตัวเอง วายจะมีความยูโทเปียที่ผมเรียกว่าวายโทเปียคือโลกจะสวยและง่าย ฉะนั้นคุณหมีฯไม่ใช่วายโทเปีย แต่มีความจิ้นบนความเป็นจริง เหมือนเราอยู่กับแฟน ไม่ใช่จิ้นแบบจูบกันหน้าเสาธง อินว่ามันโรแมนติกกว่านะเพราะเป็นชีวิตจริงมันจะให้อารมณ์เหมือนสมัยเราดูหนังรักแห่งสยาม พูดแบบนี้แล้วจะเห็นภาพชัดขึ้น มันคือละครครอบครัวที่มีเรื่องของ LGBTQ” 

คนเล่นเป็นตุ๊กตาหมียังสารภาพรักด้วยว่า “อินรักการเล่นละครมากๆนะ เป็นสิ่งเดียวที่เรารับบรีฟจากคนอื่น ฟังผู้กำกับ ไม่ต้องสั่งใคร การเล่นละครคือการพักผ่อนของอิน เพราะตอนนี้เราทำงาน 3 ขา ขาแรกคืองานแสดง ขาที่ 2 คือธุรกิจครอบครัวที่ทำอสังหาริมทรัพย์ และขาที่สามคือธุรกิจ F&B ที่เริ่มมากจากการทำร้านเค้กช่วงโควิด แต่ภายใน 2 ปีธุรกิจโตขึ้นเยอะจนตอนนี้เราได้พาร์ตเนอร์ใหญ่มาก เป้าหมายเราเลยโตขึ้นตาม จะเปิดแฟรนไชส์ จะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด จะเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นให้ได้ ซึ่งในการทำธุรกิจ ความเป็นดาราของเราไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย เขาไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ เวลาไปพรีเซนต์งานเราเตรียมข้อมูลไปเต็มที่และมีตัวเลขที่เราปลุกปั้นมาไปให้เขาดู ทุกอย่างอยูที่ตัวเลขล้วนๆ” 

ทั้งหมดนี้คือเรียนสถาปัตย์มาอินหัวเราะอย่างบันเทิง พูดเรื่องธุรกิจแล้วสดใสซาบซ่า “อินว่าคนยุคนี้ต้องทำหลายอย่าง แต่ถ้าคุณเป็นดาราระดับซูเปอร์สตาร์ 24 ชั่วโมง 7 วัน คุณก็ไม่ว่างหรอก แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็มีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น อินยังสนุกกับงานละครนะ…สนุกน้อยลงนิดหนึ่ง เพราะเวลาน้อย อินนอนตี 4 และพยายามตื่นก่อนตลาดหุ้นเปิด คือไม่เกิน 10 โมง แต่คนที่บาลานซ์ชีวิตเป็นต้องทำงานและพักผ่อนให้เป็น (เสยผม) ก็เลยตัดผมสั้นไง ไม่ต้องเซตผมนาน อินว่าตัวตนอินชัดขึ้นมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เราอยากให้คนเห็นตัวเราในฐานะนักธุรกิจ อยากสร้างธุรกิจขึ้นจากความสมารถของตัวเอง” 

ต่างจากคู่จิ้นในจออย่างจ๊อบที่กำลังไฟลุกกับงานแสดง หลังจากที่เพิ่งพบจุดมั่นใจในผลงานละครเรื่องที่ 3 “กลายเป็นว่าผมไม่ได้ตีกรอบตัวเองแล้วว่าต้องเป็นผู้กำกับ ตอนนี้ชอบงานในกองถ่าย เราทำได้ทุกอย่าง เราเรียนภาพยนตร์มา เรารักกับการทำงานมากกว่า ไม่ได้อยากขายตัวเราแต่อยากขายงานศิลปะของเรา อย่าง Joaquin Phoenix ที่เคยพูดไว้ว่าไม่ต้องมาชอบตัวเขาหรอก ชอบผลงานของเขาก็พอ นอกจอแล้วเขาเป็นแค่คนคนหนึ่ง” 

ถ้าเช่นนั้นแล้วความฝันสูงสุดคืออะไร actor: ธัชพล หรือว่า directed by ธัชพล “ถามตอนนี้ก็คงเป็นการแสดง เพราะเรายังไม่เคยทำงานกำกับจริงๆ มันก็ยังเป็นความฝันอยู่ ถ้าวันหนึ่งเราแสดงไม่ได้แล้ว ก็อาจจะไปตามฝันทำงานกำกับ”

Story: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: อรรคพล คำภูแสน
Fashion Editor: ธันวา เทียมเมฆ
Make-up: วิศรุต จุลละศร 
Hair: ไพบูลย์ เจนจรัสวรรธ
Assistant Stylist: นราวิทญ์ เพ็งบุญตรู, หทัยภัทร แซ่ซิง
Assistant Photographer: ชานนท์​ ประไพวรานนท์, นิติพงษ์ ค้าข้าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...