โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงื่อนไข ถอดกำไล (EM) ของนักโทษ เกิดขึ้นได้ กรณีใดบ้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. 2566 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2566 เวลา 06.04 น.
ภาพจาก ข่าวสด

เงื่อนไขการถอดกำไล (EM) ของนักโทษที่จะได้รับอนุญาตจากศาล รวมถึงเงื่อนไขเพิ่มเติม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring) หรือ EM หมายถึงอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับชุดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการติดตามตัว รวมถึงการตรวจสอบความเคลื่อนไหว หรือตำแหน่งของผู้ถูกคุมประพฤติให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสั่ง อาทิ การห้ามออก หรือห้ามเข้าบริเวณที่กำหนด โดยอาจกำหนดช่วงเวลาด้วยก็ได้ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับมาตรการแก้ไขฟื้นฟู

ทำไมต้องใช้กำไล EM

ด้วยกระบวนการยุติธรรมไทยเผชิญปัญหาหลายด้าน ได้แก่ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ปริมาณผู้ต้องขังในเรือนจำมีจำนวนมาก จนเกิดความแออัด และเกิดสภาพปัญหาคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ การลงโทษจำคุกในความผิดเล็กน้อย ที่นำไปสู่การพัฒนาการกระทำผิดของผู้ต้องโทษในเรือนจำ และยังมีปัญหาการขาดมาตรการป้องกันทางสังคม

กรณีผู้ต้องขังที่ได้รับการพักการลงโทษ หรือได้รับการลดวันต้องโทษ หรือกรณีผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรฯ หรือผู้ถูกคุมประพฤติที่ได้รับการรอการลงโทษ หรือรอการกำหนดโทษ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 56 หากพวกเขาเหล่านั้นไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติ โดยไม่มีวิธีการติดตามในชั้นควบคุมและสอดส่ง ผู้ได้รับการปล่อยตัวเช่นว่านั้นอาจเป็นภัยต่อสังคม

ซึ่งจำเป็นต้องนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring : EM) มาใช้เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งไปพร้อม ๆ กับมาตรการแก้ไขฟื้นฟู

กำไล EM ใช้กับใคร

ผู้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ของกรมคุมประพฤติ ต้องเป็นผู้ที่ศาล หรือพนักงานผู้มีอำนาจสั่งคุมความประพฤติ อาทิ ผู้ถูกคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ผู้ได้รับการพักการลงโทษ ฯลฯ พร้อมกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว

ซึ่งอาจควบคู่กับเงื่อนไขการคุมความประพฤติอื่น ๆ ก็ได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมกับผู้กระทำผิดรายนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

เงื่อนไขการใช้กำไล EM ใช้กับฐานความผิดใด

กรณีจำกัดบริเวณ

  • จำเลยมีข้อบกพร่องในเรื่อง เที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน, เล่นการพนัน, เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ, ดื่มสุรามึนเมาแล้วก่อเรื่องราวทะเลาะวิวาท, พกพาอาวุธ
  • มีที่พักอาศัยในพื้นที่ที่มีปัญหายาเสพติด
  • ความผิดฐานลักทรัพย์ที่ประกอบด้วย เหตุฉกรรจ์ เช่น ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลักทรัพย์ในเคหสถาน

กรณีจำกัดความเร็ว

  • ความผิดฐานขับรถประมาทฯ
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ เช่น แข่งรถในทางสาธารณะฯ, ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

กรณีห้ามเข้าเขตกำหนด

  • ความผิดฐานบุกรุก, ทำร้ายร่างกาย, ความผิดเกี่ยวกับเพศ ซึ่งผู้เสียหายยังเกรงกลัวจำเลย, จำเลยอยู่ในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย

ห้ามออกนอกเส้นทางที่กำหนด

  • ใช้ร่วมกับเงื่อนไขอื่น ๆ ในกรณีที่จำเลยมีความจำเป็นต้องออกจากที่พักเพื่อไปประกอบอาชีพ หรือมีภารกิจต่าง ๆ

ประโยชน์ของกำไล EM

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายด้านที่สำคัญคือ

1.ใช้เป็นมาตรการแทนการลงโทษจำคุก ซึ่งช่วยลดโอกาส การเรียนรู้การกระทำผิดที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นในเรือนจำ

2.ให้โอกาสผู้กระทำผิดได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวในสังคมได้อย่างปกติ และยังสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว แต่ยังต้องพิสูจน์ตนเองในการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดยไม่หันไปกระทำผิดซํ้าภายใต้การคุมความประพฤติอย่างเข้มงวด ในขณะเดียวกัน ให้ครอบครัวได้มีส่วนช่วยในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน

3.พนักงานคุมประพฤติสามารถตรวจสอบติดตามพฤติกรรมผู้กระทำผิดในระยะไกลได้ตลอดเวลา

4.เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่สังคมและผู้เสียหายในการใช้มาตรการคุมความประพฤติผู้กระทำผิด

แหกกฎกำไล EM ทำเสียหาย ขาดการติดต่อ จะเกิดผลอย่างไร

หากผู้กระทำผิดฝ่าฝืนเงื่อนไขการคุมความประพฤติด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว รวมถึงพยายามรบกวนอุปกรณ์ ทำให้อุปกรณ์เสียหาย หรือทำให้ขาดการติดต่อไม่ว่ากรณีใด จะมีสัญญาณเตือนไปยังระบบของศูนย์ควบคุมกลางในทันที

ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นพนักงานคุมประพฤติจะตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าจงใจฝ่าฝืนเงื่อนไขหรือข้อปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์ พนักงานคุมประพฤติจะรายงานศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสั่งโดยเร็ว เพื่อมีคำสั่งต่อไป ซึ่งอาจมีคำสั่งเพิกถอนการคุมความประพฤติ และถูกกำหนดโทษ หรือลงโทษจำคุก ตามที่รอการลงโทษ หรือพักการลงโทษไว้

อาสาสมัครคุมประพฤติ-ประชาชนทั่วไป ทำอะไรกับกำไล EM ได้บ้าง

ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ มีบทบาทในการช่วยเหลือพนักงานคุมประพฤติ ดังนี้

  • แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด
  • ติดตาม ดูแลช่วยเหลือ สงเคราะห์ ผู้กระทำผิด หรือผู้ได้รับการสงเคราะห์
  • แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กระทำผิด
  • ส่งเสริมสนับสนุนภารกิจของกรมคุมประพฤติ
  • มีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม
  • บทบาทหน้าที่อื่นตามที่อธิบดีกรมคุมประพฤติมอบหมาย

ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานคุมประพฤติ ภาคประชาชน มีบทบาทที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด
  • สงเคราะห์ผู้กระทำผิดและผู้กระทำผิดภายหลังปล่อย
  • สนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของกรมคุมประพฤติ

เงื่อนไขการถอดกำไล EM

เป็นนักโทษที่ขอความกรุณาแก่ศาล และศาลมีคำสั่งอนุญาตปลดกำไล EM เนื่องจากความสะดวกในการเดินทาง หารายได้ และผู้ถูกคุมประพฤติที่เข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว หลังพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ สำหรับขั้นตอนการปลดกำไล EM นั้น

กรมคุมประพฤติต้องได้รับหนังสือแจ้งจากกรมราชทัณฑ์ก่อน จากนั้นจึงนำบัญชีดังกล่าวมาตรวจสอบ และส่งไปยังเรือนจำทั่วประเทศให้ตรวจสอบรายชื่อของผู้ถูกคุมประพฤติทั้งหมด เพื่อตรวจทานให้ตรงกันว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวเข้าเงื่อนไขได้อภัยโทษหรือไม่ เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีรายชื่อปลดอุปกรณ์ฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีรายชื่ออีกครั้ง

ต่อมาเรือนจำจะต้องนำรายชื่อดังกล่าวไปออกเอกสาร หรือที่เรียกว่าใบสุทธิ/ใบบริสุทธิ์ ที่แสดงว่าผู้ถูกคุมประพฤติได้พ้นมลทินแล้ว เพื่อนำใบบริสุทธิ์ไปถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ถูกคุมประพฤติเพื่อปลดกำไล EM ขั้นตอนทั้งหมดดำเนินการเสร็จภายใน 120 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...